นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมคณะ เดินทางถึงกรุงมัสกัส ประเทศโอมาน โดยมีนางสาววารุณี ปั้นกระจ่าง เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมัสกัส ประเทศโอมาน พร้อมด้วยอธิบดีกรมพิธีการทูต กระทรวงการต่างประเทศโอมาน ให้การต้อนรับ
จากนั้น นายสีหศักดิ์และคณะ เดินทางไปยังกระทรวงกลาโหมโอมาน เข้าหารือกับ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกิจการกลาโหมของโอมาน พร้อมด้วย ผู้บัญชาการทหารเรือโอมาน
เพื่อหารือถึงสถานการณ์การสู่รบโดยรวมระหว่าง สหรัฐฯ - อิสราเอล กับอิหร่าน ที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปทั่วโลก
นายสีหศักดิ์ ยังเข้าขอบคุณรัฐบาลและกองทัพเรือของโอมาน ที่ช่วยประสานงานและเข้าให้ความช่วยเหลือลูกเรือ ของเรือมยุรีนารีได้อย่างปลอดภัยจำนวน 20 คน ส่วน อีก 3 คน ที่ได้รับคำยืนยันว่าเสียชีวิตแล้ว จะเร่งนำร่างกลับประเทศไทย
พร้อมกันนี้ นายสีหศักดิ์ จะได้หารือด้านพลังงานกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและแร่ธาตุของโอมานด้วย โดยมีประเด็นสำคัญ คือ การนำเข้าน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติมเพื่อรองรับหากเกิดปัญหาพลังงานขาดแคลนขึ้นในอนาคต
และในช่วงค่ำ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโอมานจะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ เพื่อต้อนรับนายสีหศักดิ์และคณะ ก่อนที่ในวันที่ 16 เมษายน 2569 จะมีการพบและหารือกันอย่างเป็นทางการที่กระทรวงการต่างประเทศโอมาน โดยมีประเด็นสำคัญของการหารือคือเรื่องการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
จากนั้น เวลา 14.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางไปยังกระทรวงพลังงาน เพื่อเข้าพบหารือกับนาย ซาลิม บิน นัสเซอร์ บิน ซะอีด อัล อูฟี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่รัฐสุลต่านโอมาน โดยทางกระทรวงให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น เริ่มจากการจับมือทักทายคณะผู้แทนของไทยทุกคนก่อนนั่งโต๊ะเจรจา
การพูดคุยเปิดฉากโดย นายสีหศักดิ์ ซึ่งทางฝั่งโอมานมีเจ้าหน้าที่มาร่วมเจรจารวม 7 คน ต่างฝ่ายต่างตั้งใจฟังการหารือในครั้งนี้ โดยบรรยากาศค่อนข้างเป็นกันเอง ทั้งนี้ใช้เวลายาวนานกว่ากำหนดจากเดิม 35 นาที เป็น 1 ชั่วโมง เรียกว่าเป็นสัญญาณถึงทิศทางการเจรจาที่ดี โดยหัวข้อหลักๆเป็นการขอความร่วมมือด้านพลังงาน เช่นการนำเข้า ปุ๋ย เม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นสิ่งของจำเป็นที่ใช้น้ำมันเป็นวัตถุดิบ