เวลา 17.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจวันที่ 2 ในการไปเข้าเฝ้าฯ สุลต่านฮัยซัม บิน ฏอริก อัล ซาอิด และ ซัยยิด บัดร์ บิน ฮะมัด บิน ฮะมูด อัล บูซัยดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโอมาน รวมถึงพบปะชุมชนคนไทยในโอมาน ว่า การได้เข้าเฝ้าฯ สุลต่านโอมาน ถือเป็นเกียรติอย่างสูง ท่านสละเวลาพูดคุยประมาณ 30 นาที ท่านเล่าว่าคนโอมานชอบประเทศไทย ทั้งเรื่องการท่องเที่ยวและเรื่องการรักษาสุขภาพ
รวมถึงชื่นชมราชวงศ์ของเรา และอยากเห็นความสัมพันธ์ของไทยและโอมานก้าวหน้าต่อไป อีกทั้งยังดีใจที่มีการเยือนในระดับสูง ส่วนตนก็กราบทูลท่านว่าอยากจะเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปเยือนประเทศไทย จะได้สร้างพลวัตของความสัมพันธ์ รวมถึงให้มีคณะเอกชนไปด้วย จะได้มีโอกาสใหม่ ๆ ทางโอมานกำลังปรับทิศทางพัฒนาเศรษฐกิจเปิดกว้างมากขึ้น ส่วนพระองค์เองก็มีความประสงค์ที่จะเยือนประเทศไทย เดี๋ยวจะให้ทางกระทรวงประสานต่อไป โดยสรุปคือมีโอกาสเข้าเฝ้าฯ แล้วท่านชื่นชมและประทับใจในประเทศไทย
การมาในครั้งนี้มีการหารือที่สำคัญคือเจรจากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ประเด็นหลักเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยโอมานก็อยู่ในพื้นที่ และก่อนหน้าที่จะเกิดสถานการณ์ปัจจุบัน เขาพยายามจะไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน-อิสราเอล ท่าทีเราก็ตรงกันไม่เห็นด้วยกับสงคราม แต่มันเกิดแล้วก็ไม่สามารถย้อนประวัติศาสตร์ได้ จึงอยากให้สันติภาพเกิดขึ้นโดยเร็ว
หวังว่าการเจรจาที่อาจจะมีขึ้นครั้งที่ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่ปากีสถานเป็นผู้ประสานงาน หวังว่าจะต้องอยู่บนเงื่อนไขที่คุยกันมาแล้ว ไม่ควรกำหนดเงื่อนไขใหม่ คาดหวังว่าการเจรจารอบถัดไปจะมีความคืบหน้า แต่เราก็ต้องยอมรับความจริงว่าความขัดแย้งมีหลายประเด็น ก็ต้องใช้เวลา แต่ที่มาคราวนี้อยากที่จะยืนยันว่าเราอยู่เคียงข้างประเทศตะวันออกกลางทุกประเทศ ก่อนหน้านี้ก็เคยโทรศัพท์คุยกับประเทศตะวันออกกลางทั้งหมด และในวันนี้ก็มาที่โอมาน เพื่อยืนยันว่าไทยพร้อมให้การสนับสนุนในทุกด้าน
ที่สำคัญคือโอมานให้ความช่วยเหลือเราเป็นอย่างดี เช่นในเรื่องของเรือมยุรี ที่ช่วยลูกเรือ 20 คนปลอดภัยแล้ว และกลับประเทศไทย ส่วนลูกเรือที่เจอร่างผู้เสียชีวิต 3 ราย ก็พร้อมที่จะช่วยนำไปตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลว่าเป็นใครบ้าง และหากลากเรือมาฝั่งเขาได้ เขาก็พร้อมให้ความช่วยเหลือ โดยเขาก็ได้พูดคุยอย่างต่อเนื่องกับรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน ก็ขอให้เขาช่วยประสานเรื่องที่เราอยากให้เรือของเราที่ติดค้างอยู่ทั้งหมด 9 ลำ ได้ผ่านน่านน้ำช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งตอนหลังฝ่ายอิหร่านขอรายละเอียดเพิ่มเติม ก็ถือว่าเป็นทิศทางที่ดีที่เขาขอข้อมูลเพิ่มเติม ก็ให้ลิสต์ล่าสุดที่มีข้อมูลเพิ่มเติมกับทางรัฐมนตรีไป เขาก็บอกว่าจะส่งต่อให้อิหร่าน
มาคราวนี้ก็พยายามทำเต็มที่ทุกทาง การมาโอมานก็เพื่อจะคุยกับเขาโดยตรง แสดงว่าเรามีความคาดหวังในบทบาทของเขา ก็คงต้องดูต่อไป เขาก็พูดว่าตอนนี้อิหร่านต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ตนก็บอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการเมืองเลย ก็จะรับไว้พิจารณาว่าสามารถช่วยเหลืออย่างไรได้บ้างกับความเดือดร้อนของประชาชน เราก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับอิหร่าน เราไม่ได้เป็นคู่กรณีความขัดแย้ง
นอกเหนือจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ยังได้พูดคุยเรื่องความร่วมมือในอนาคตต่อไป โอมานมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่ได้เปรียบ หันหน้าเข้าสู่มหาสมุทรโดยไม่ต้องผ่านช่องแคบ และมีท่าเรือสำคัญหลายแห่ง ซึ่งเขาพยายามจะพัฒนาท่าเรือแห่งหนึ่ง เพื่อเชื่อมโยงเป็นศูนย์ขนส่งในตะวันออกกลาง และเขามีอีกโครงการหนึ่งที่จะพัฒนาสนามบินเป็นศูนย์ผลิตอาหาร โดยเขาคิดว่าไทยสามารถเข้ามาร่วมมือได้ โดยจะเน้นเรื่องอาหารฮาลาล หากโครงการนี้เกิดขึ้น เราก็สามารถร่วมลงทุนและกระจายสินค้าอาหารไปยังประเทศอื่น ๆ ในตะวันออกกลางได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องติดตามต่อไป
อีกเรื่องคือเขามีทรัพยากรสัตว์น้ำจำนวนมาก ทั้งปลาและกุ้ง เขาอยากได้ศักยภาพของบริษัทไทยในการผลิตและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารทะเลในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งไทยมีหลายบริษัทที่มีศักยภาพ และยังมีเครือข่ายส่งออกไปทั่วโลกด้วย หากบริษัทใดสนใจก็พร้อมให้ความร่วมมือ
อีกเรื่องหนึ่งคือมีท่าเรือซาลาลาห์ (Salalah) ซึ่งเป็นช่องทางในการส่งออกไปยังแอฟริกา การมาในครั้งนี้ทำให้เห็นว่าโอมานมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับแอฟริกา ขณะที่ไทยก็มีนโยบายขยายตลาดไปแอฟริกา จึงมองว่าสามารถจับมือกันได้ เพื่อบุกเบิกตลาดใหม่ ในช่วงนี้เราไม่สามารถพึ่งพาแต่ตลาดเดิม อย่างสหรัฐฯ ก็มีปัญหาเรื่องภาษี เราไม่ได้ทิ้งตลาดสหรัฐฯ แต่กำลังมองหาตลาดใหม่ ทั้งตะวันออกกลางและแอฟริกา โดยการจับมือกับโอมานจะช่วยเปิดโอกาสได้มากขึ้น
อีกเรื่องคือโอมานมีแผนจะเดินทางเยือนประเทศไทย พร้อมนำภาคเอกชนมาด้วย เพื่อให้เกิดการพบปะระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม และเป็นอีกหนึ่งความคาดหวังจากการเยือนครั้งนี้
นอกจากนี้ยังได้พบกับกลุ่มคนไทยในโอมาน ซึ่งประกอบอาชีพหลากหลาย รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจอาหาร ได้อธิบายถึงภารกิจการเดินทางครั้งนี้ให้รับทราบ ซึ่งทุกคนก็ใช้ชีวิตอยู่ได้ดี โอมานเป็นประเทศที่น่าอยู่ ผู้คนเป็นมิตร อย่างไรก็ตาม ทราบว่ากำลังมีการจัดตั้งสมาคมธุรกิจไทย-โอมาน เพื่อขับเคลื่อนภาคเอกชน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี โดยกระทรวงการต่างประเทศสามารถสนับสนุนข้อมูลข่าวสาร หรือประสานงานกับภาครัฐของโอมานผ่านสถานทูตได้ รวมถึงอาจพิจารณาสนับสนุนงบประมาณหากมีความจำเป็น
ส่วนการหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของโอมาน ไม่มีประเด็นติดขัด โดยไทยขอให้ช่วยอำนวยความสะดวกและประสานกับอิหร่าน ซึ่งเขาก็พร้อมให้ความร่วมมือ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในอิหร่านยังไม่ปกติ และยังมีความขัดแย้งกับสหรัฐฯ ทำให้บางเรื่องอาจดำเนินการได้ยาก ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยที่ขอความช่วยเหลือ
การมาในครั้งนี้ถือว่าได้ประโยชน์มาก เพราะทำให้เห็นแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจของโอมาน และโอกาสความร่วมมือระหว่างไทย-โอมาน ไม่ได้พูดถึงเพียงสถานการณ์ปัจจุบันเท่านั้น
แต่เมื่อถามว่าเรือไทยจะสามารถออกเดินเรือได้ทันทีหรือไม่ ก็ยังต้องพยายามต่อไป แม้ยังไม่สำเร็จ แต่หากไม่เริ่มก็จะไม่มีทางสำเร็จ จึงต้องใช้ทุกช่องทาง และในอนาคตอาจมีโอกาสเจรจาโดยตรงกับอิหร่าน หากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย