"แสวง" โพสต์ร่ายยาว ย้ำ กกต. จัดเลือกตั้งยึดหลัก "โปร่งใส ตรวจสอบได้"

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"แสวง" โพสต์ร่ายยาว ย้ำ กกต. จัดเลือกตั้งยึดหลัก "โปร่งใส ตรวจสอบได้" ชี้การกล่าวหาโดยปราศจากข้อเท็จจริงไม่เหมาะสมเป็น"วิญญูชน"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ในลักษณะตอบคำถามเกี่ยวกับ "ความโปร่งใสกับการเลือกตั้ง, ความสำคัญของความโปร่งใส, ความโปร่งใสดูจากอะไร, เราจัดการเลือกตั้งบนหลักการอะไร, กกต.จัดการเลือกตั้งโปร่งใส ถูกแทรกแซง หรือโกงได้หรือไม่"

โดย นายแสวง กล่าวถึงความโปร่งใสกับการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของกระบวนการจัดการเลือกตั้ง ที่ถูกกำหนดไว้ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน 

กกต. ช่างภาพพีพีทีวี
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ว่าการเลือกตั้งที่โปร่งใสจะทำให้เป็นที่ยอมรับทั้งกระบวนการ และทำให้ระบบการเมืองชอบธรรมในที่สุด ส่วนความสำคัญของความโปร่งใส จะป้องกันและดูแลให้กระบวนการเลือกตั้งปราศจากการแทรกแซงหรือทุจริตจากผู้มีอำนาจทางการเมือง เช่น พรรคการเมือง นักการเมืองหรือผู้สมัคร ผู้จัดให้มีการเลือกตั้ง เช่น กกต. และสำนักงาน กกต. รวมไปถึงผู้ปฏิบัติงาน เช่น คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.),คณะกรรมการประจำเขตเลือกตั้ง หรืออนุกรรมการประจำเขตเลือกตั้ง

ขณะที่ความโปร่งใสนั้นดูจากการ "ต้องเห็นเท่ากัน" ในกระบวนการเลือกตั้ง ในบางขั้นตอนที่เปิดเผยได้และต้องเปิดให้ดู ไม่ว่าจะเป็นผู้สมัคร,พรรคการเมือง,กกต. และผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งประชาชนและสื่อต่างๆ เช่น ผู้มีสิทธิไปออกเสียงในหน่วย การอ่าน ขีดและเขียนคะแนน ผลรวมคะแนนแบบ สส.5/18 ที่ปิดไว้หน้าหน่วย และ "ต้องรู้เท่ากัน" ในกระบวนการเลือกตั้งในบางขั้นตอน ที่ไม่อาจเปิดเผยให้ดูและเห็นด้วยตา

ต้องรู้เท่ากันว่า ขั้นตอนในกระบวนการทำงานเป็นอย่างไร และสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้อย่างเปิดเผยจากระบบ โดยไม่ต้องร้องขอ หรือตามขั้นตอนที่กำหนด ที่อำนวยความสะดวกพอสมควร เช่น การรวมคะแนนทั้งแบบทางการและไม่เป็นทางการ

ขณะที่กระบวนการ "ต้องตรวจสอบได้" โดยทุกคนสามารถตรวจสอบได้อย่างสะดวกและทันท่วงที กรณีหากเห็นว่า กปน. อ่าน ขาน ขีด หรือรวมคะแนนไม่ตรงกับบัตรเลือกตั้ง สามารถทักท้วงหรือยื่นคำร้องเสนอต่อ กกต. ให้พิจารณา รวมถึงหากพบว่าผลรวมคะแนนไม่ตรงกับที่มีข้อมูล หรือไม่ตรงตามแบบ สส.5/18 ที่ติดไว้หน้าหน่วย หรือไม่ตรงกับที่ประกาศไว้ในเว็บไซต์ของสำนักงาน กกต. โดยระบบดังกล่าวจะป้องกันและตรวจสอบการทุจริตได้ทุกเหตุการณ์ ซึ่งผู้สมัคร,พรรคการเมือง,กปน. และประชาชน ต้องมีส่วนร่วมตามระบบที่ออกแบบไว้

นายแสวง ยังระบุว่า ทุกการเลือกตั้ง กกต.จัดการเลือกตั้งบนหลักการตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR) คือหลักการลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยการลงคะแนนต้องไม่มีผู้ใดรู้ และไม่อาจตรวจสอบได้ว่าลงคะแนนให้ใครหรือพรรคใด ไม่ว่าจะเป็นอำนาจใด องค์กรใด และยึดหลักความโปร่งใสที่ออกแบบระบบให้สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ นอกจากนี้ยังยึดหลักการมีส่วนร่วม โดยเปิดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอาสามาเป็น กปน. จำนวนกว่า 1,600,000 คน ทำงานบนความถูกต้อง อำนวยความสะดวกให้ร่วม 52,000,000 คน มาใช้สิทธิได้อย่างเรียบร้อย สุดท้ายหลักอำนวยความสะดวก ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าถึงสิทธิ ข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ครบถ้วน และใช้สิทธิอย่างถูกต้อง และเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งก่อนวันลงคะแนน ระหว่างวันลงคะแนน และหลังวันลงคะแนน

ส่วนคำถามว่า "กกต.จัดการเลือกตั้งโปร่งใส ถูกแทรกแซง หรือโกงการเลือกได้หรือไม่" นั้น นายแสวง ระบุว่า ทุกการเลือกตั้งมักจะมีคำถามและข้อสังเกตว่า กกต. จัดเลือกตั้งไม่โปร่งใส ไม่เป็นกลาง ตามบริบทการเมืองในช่วงเวลานั้นๆ เช่นเดียวกับการเลือกตั้งปี 2569 ที่เป็นกระแสมากที่สุดคือการทำหน้าที่ของ กปน. ในระหว่างการลงคะแนน การรวมและรายงานผลคะแนน พร้อมชี้แจงถึงการทำหน้าที่ของ กปน. ว่า ในวันเลือกตั้ง มี กปน. 1,600,000 คน ในหน่วยเลือกตั้ง 100,000 หน่วย ทำงานท่ามกลางสายตาผู้สมัครรับเลือกตั้ง พรรคการเมือง ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้แทนพรรคการเมือง และผู้สังเกตการณ์จากองค์กรเอกชนหลายหมื่นคน

แต่ กปน. ไม่ถึง 100 ราย ที่ทำหน้าที่ผิดพลาด ไม่ถูกต้อง แต่ทุกเหตุการณ์ กกต.ได้ตรวจสอบแก้ไข เนื่องจากระบบที่วางไว้สามารถป้องกันหรือตรวจสอบได้ผลดี และหากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้งตามบทบาทและหน้าที่อย่างแข็งขัน ก็จะทำให้ระบบมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมยอมรับว่าความผิดพลาดส่วนบุคคลย่อมเกิดขึ้นได้ ท่ามกลางบริบทการเมืองที่แข่งขันกันอย่างเข้มข้น แต่หากระบบที่วางไว้เข้มแข็ง แม้จะมีข้อผิดพลาดก็ไม่กระทบกับสาระสำคัญของการเลือกตั้งและตามเจตนารมณ์ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

ขณะที่การรายงานผลคะแนนนั้น สำนักงานจะใช้เอกสารแบบ สส.5/18 เป็นฐานในการรายงานผลคะแนน ปิดไว้หน้าหน่วยทั้ง 100,000 หน่วย และลงประกาศในเว็บไซต์สำนักงาน เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบ ส่วนการรายงานผลคะแนนก็ดำเนินการใน 3 ช่องทาง คือผ่านระบบ ECT Report ที่จะรายงานผลไม่เกิน 95% ซึ่งการรายงานอาจเกิดความผิดพลาดคลาดเคลื่อนจากการกรอกคะแนนของ กปน. เนื่องจากมีชุดตัวเลขเป็นจำนวนมาก และคะแนนของแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อไม่ตรงกันในเขต เกิดจากระบบไม่ได้ออกแบบให้นำคะแนนเข้าระบบเป็นรายหน่วย แต่ออกแบบให้กรอกแยกประเภท เมื่อคะแนนถึง 95% ระบบจะหยุด จึงเกิดคะแนนหรือบัตรเขย่ง นอกจากนี้ก็จะรายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการติดประกาศ 400 เขตเลือกตั้ง และการรายงานผลคะแนนอย่างเป็นทางการ ที่ติดไว้หน้าศูนย์ประสานงานเขตเลือกตั้ง หลังวันเลือกตั้งหนึ่งวัน คือวันที่ 9 ก.พ. 2569

"จะเห็นได้ว่าข่าวคะแนนเขย่ง บัตรเขย่ง จะไม่เป็นข่าวเลยถ้าดูทั้งระบบ จึงไม่มีข่าวจากผู้สมัครและพรรคการเมืองในวันถัดจากวันเลือกตั้งเลย เรื่องบัตรเขย่งหรือคะแนนเขย่ง เพราะบุคคลดังกล่าวได้ทราบผลรวมคะแนนแบบครบทุกหน่วยอย่างไม่เป็นทางการจากช่องทางนี้แล้ว ที่เป็นข่าวกรณีบัตรเขย่งก็เฉพาะบางส่วน ที่ยังยึดติดกับคะแนนแบบ ECT REPORT ที่ทำไว้ใช้ประโยชน์เฉพาะวันเลือกตั้งเท่านั้น ละเลยที่จะไปดูคะแนนแบบไม่เป็นทางการในช่องทางนี้"

นายแสวง ยังตั้งคำถามในเชิงตั้งข้อสังเกต ถึงกระบวนการจัดการเลือกตั้งว่า มีขั้นตอนหรือผู้ใดสามารถแทรกแซง หรือทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรมได้บ้าง มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แสดงให้เห็นว่าการเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม รวมถึงมีประเทศไหนที่กระบวนการจัดการเลือกตั้ง เปิดให้รู้เห็นและตรวจสอบได้มากกว่าประเทศไทย "การกล่าวหาที่ปราศจากข้อเท็จจริง น่าจะเป็นการไม่เหมาะสม กับการเป็นวิญญูชนในระบอบประชาธิปไตย" นายแสวง กล่าว

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ