นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วยคณะรองเลขาธิการฯ จัดกิจกรรม สื่อมวลชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 2 โดยเปิดเวทีพบปะพูดคุยกับสื่อมวลชนอย่างเป็นกันเอง พร้อมชี้แจงการทำงาน และระบบการจัดการเลือกตั้งอย่างละเอียด ท่ามกลางประเด็นข้อสงสัยจากสังคมเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้ง 2569 ที่ผ่านมา
นายแสวง เปิดเผยว่า การได้พบสื่อมวลชนในลักษณะนี้ ถือเป็นสิ่งที่รอคอยมาเป็นเวลานาน และต้องการให้มีเวทีลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง
เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน พร้อมขอบคุณสื่อที่มีบทบาทในการนำเสนอข่าวสารในช่วงการเลือกตั้ง โดยย้ำว่าทาง กกต. พร้อมเปิดรับคำถามและชี้แจงทุกข้อสงสัยเท่าที่สามารถเปิดเผยได้ แม้บางประเด็นจะมีข้อจำกัดด้านกฎหมายหรือยังไม่ถึงเวลาที่จะเปิดเผยข้อมูลได้ทั้งหมด
ในส่วนของแนวทางการทำงาน นายแสวง อธิบายว่า กกต. ยึดหลักสำคัญ 2 มิติ ได้แก่ ความโปร่งใส และกระบวนการสำนวน ซึ่งในส่วนของความโปร่งใสนั้น ประชาชนและสื่อสามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน ขณะที่ในมิติของสำนวนหรือการสอบสวนบางเรื่อง จำเป็นต้องเป็นความลับตามกระบวนการ ไม่สามารถเปิดเผยได้ทั้งหมด แม้จะมีความเข้าใจว่าประชาชนอาจคาดหวังให้ กกต. รับรู้ทุกเรื่องก็ตาม
สำหรับภาพรวมการเลือกตั้งที่ผ่านมา นายแสวง ระบุว่า การเลือกตั้งเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง โดยในวันเลือกตั้งจะมีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกว่า 50 ล้านคน ผู้สมัคร พรรคการเมือง รวมถึงอาสาสมัครที่เข้ามาทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ทำให้หน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ กลายเป็นจุดรวมของการแสดงเจตจำนงของประชาชน โดย ระบบการเลือกตั้งถูกออกแบบภายใต้ 3 หลักการสำคัญ ได้แก่
1. ความโปร่งใส ทุกขั้นตอนสามารถตรวจสอบได้ ยกเว้นเพียงขั้นตอนการรวมคะแนนในเชิงธุรการ
2. การมีส่วนร่วมของประชาชน เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาเป็น กปน. กว่า 1.5 ล้านคน รวมถึงเข้ามาสังเกตการณ์
3. การป้องกันการทุจริต ไม่ว่าจะเป็นจากผู้สมัคร เจ้าหน้าที่ หรือบุคคลใด ระบบถูกออกแบบให้สามารถตรวจสอบและแก้ไขได้
นายแสวง อธิบายรายละเอียดของเอกสารสำคัญในวันเลือกตั้ง คือ แบบ 5/18 ซึ่งเป็นหัวใจของการนับคะแนนในแต่ละหน่วย โดยจะมีข้อมูลสำคัญ เช่น จำนวนผู้มีสิทธิ์ ผู้มาใช้สิทธิ์ จำนวนบัตรเลือกตั้ง และคะแนนของผู้สมัครแต่ละราย เอกสารดังกล่าวจัดทำ 3 ฉบับ และต้องมีลายเซ็นของคณะกรรมการประจำหน่วยทุกคน ก่อนนำไปติดประกาศหน้าหน่วยเลือกตั้งให้ประชาชนตรวจสอบได้ทันที
หลังจากนั้น แบบ 5/18 จะถูกนำไปรวมในระดับเขตเลือกตั้ง และติดประกาศผลคะแนนครบ 100% ในแต่ละเขต รวมถึงที่สำนักงาน กกต. จังหวัด ตั้งแต่เช้าวันถัดไป ทำให้ผู้สมัครสามารถรับทราบผลคะแนนของตนเองได้ทันที จึงไม่ปรากฏกรณีร้องเรียนเรื่องคะแนนเขย่งจากผู้สมัคร เนื่องจากสามารถตรวจสอบได้จากข้อมูลที่ติดประกาศในพื้นที่
ในส่วนของระบบรายงานผลคะแนน ECT Report นั้น นายแสวง ชี้แจงว่า เป็นเพียงการรายงาน แนวโน้มของผลการเลือกตั้งแบบไม่เป็นทางการ เนื่องจากเป็นข้อมูลที่ส่งตรงจากหน่วยเลือกตั้งเข้าสู่ระบบ ซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อนจากการกรอกข้อมูลจำนวนมากในแบบ 5/18 ที่มีตัวเลขหลายรายการ จึงไม่สามารถใช้เป็นผลอย่างเป็นทางการได้
นายแสวง ยอมรับว่า ในวันเลือกตั้งที่ผ่านมา ระบบ ECT Report เคยมีปัญหาทางเทคนิคประมาณ 2 ชั่วโมง ส่งผลให้การแสดงผลคะแนนกระโดดจากประมาณ 20% ไปเป็นกว่า 70% อย่างรวดเร็ว แต่ยืนยันว่าเป็นเพียงปัญหาการแสดงผลบนหน้าจอ (Dashboard) ไม่ได้กระทบต่อคะแนนจริงที่ส่งมาจากหน่วยเลือกตั้ง
สำหรับ กรณีที่มีข้อกล่าวหาเรื่องบัตรเขย่ง หรือความคลาดเคลื่อนของจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ นายแสวง อธิบายว่า อาจเกิดจากข้อจำกัดของระบบที่ออกแบบให้รายงานผลแบบแยกประเภทระหว่างบัญชีรายชื่อและแบ่งเขต ทำให้บางหน่วยที่ข้อมูลยังกรอกไม่ครบก่อนระบบตัดที่ 95% อาจเกิดความไม่สอดคล้องชั่วคราว แต่ไม่กระทบต่อผลคะแนนอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบจากผู้ตรวจการเลือกตั้ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนประกาศผล
นายแสวง ย้ำว่า การประกาศผลการเลือกตั้งต้องผ่านขั้นตอนตรวจสอบหลายชั้น เช่น การรับรองจากผู้ตรวจการเลือกตั้ง การตรวจสอบความถูกต้องของตัวเลขในแต่ละหน่วย และกรณีพบความผิดปกติ อาจมีการนับคะแนนใหม่ หรือจัดการเลือกตั้งใหม่ในบางหน่วย
ในช่วงท้าย นายแสวง ยืนยันว่า ทุกคะแนนเสียงของประชาชนได้รับการดูแลตามเจตนารมณ์อย่างเคร่งครัด และไม่สามารถมีการเพิ่ม ลด หรือเปลี่ยนแปลงคะแนนได้ โดยระบุว่า “ไม่มีคะแนนใดผิดเพี้ยน แม้แต่คะแนนเดียว ยกเว้นกรณีการขานคะแนนของ กปน. ซึ่งหากมีข้อผิดพลาดก็สามารถตรวจสอบ และแก้ไขได้ตามกระบวนการ”
นายแสวง ย้ำว่า ระบบการเลือกตั้งของ กกต. ถูกออกแบบมาเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วม ตรวจสอบได้ และร่วมกันดูแลประชาธิปไตย เนื่องจากเจ้าหน้าที่เพียงไม่กี่พันคนไม่สามารถดูแลหน่วยเลือกตั้งนับแสนหน่วยได้ทั้งหมด จึงต้องอาศัยพลังของประชาชนในการร่วมตรวจสอบ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรมที่สุด