นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงกรณี ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ยกฟ้องคดีที่ สว.สำรอง ฟ้อง กกต. 8 คน กรณีฮั้ว สว. นายแสวงกล่าวว่า เป็นกระบวนการยุติธรรม เมื่อศาลวินิจฉัยอย่างไรก็ต้องน้อมรับ ไม่มีความเห็นเพิ่มเติม
ส่วนความคืบหน้าสำนวนคดีฮั้วนั้น คณะอนุกรรมการสอบสวนพิจารณาเสร็จสิ้นตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม และส่งเอกสารให้สำนักงาน กกต. ทยอยจัดระบบก่อนส่งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยมีเอกสารกว่า 80,000 หน้า คาดว่าสิ้นเดือนนี้จะส่งครบทั้งหมด
จากนั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ กกต. จะพิจารณาอย่างไร พร้อมย้ำว่าข่าวลือเรื่องมติอนุกรรมการก่อนหน้านี้ไม่มีใครทราบข้อเท็จจริง จนกว่า กกต. จะมีมติอย่างเป็นทางการ
ส่วนคำร้องยุบพรรคประชาชนจากเรื่องบริษัทสเปคเตอร์ซี นายแสวงระบุว่า เมื่อมีผู้ร้อง กกต. ต้องรับพิจารณาตามขั้นตอน แต่ไม่ใช่ว่ามีคำร้องแล้วจะนำไปสู่การยุบพรรคทันที ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่ามีความผิดหรือไม่
และหากผิด ต้องพิจารณาต่อว่าเข้าข่ายเหตุยุบพรรคหรือไม่ โดยปกติผู้ร้องมักยื่นในข้อหาหนักไว้ก่อน ขณะที่ผู้ถูกร้องต้องได้รับโอกาสชี้แจงอย่างเป็นธรรม
เมื่อถามถึงเสียงวิจารณ์ว่าองค์กรอิสระรวมถึง กกต. ถูกมองว่าเป็นสองมาตรฐาน นายแสวงกล่าวว่า ต้องพิจารณาตามกฎหมายและข้อเท็จจริงของแต่ละคดี แม้ข้อกล่าวหาเหมือนกัน แต่รายละเอียดอาจแตกต่างกัน ส่วนข้อเสนอให้ปฏิรูปองค์กรอิสระ หากเป็นไปเพื่อประโยชน์ประเทศและทำให้ระบบดีขึ้น ก็พร้อมยอมรับ