จากกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติยกคำร้องกรณีกล่าวหา นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมต.คมนาคม เกี่ยวกับการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน โดยไม่ปรากฏว่ามีรายการเงินลงทุนที่เป็นหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าหุ้นในห้างหุ้นส่วนดังกล่าวเป็นของนายศักดิ์สยาม ซึ่งหลังจาก ป.ป.ช.มีมติยกคำร้องดังกล่าว ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก และมีหลายฝ่ายเตรียมดำเนินการทางกฎหมายต่อกรณีดังกล่าว
โดยความคืบหน้าที่น่าสนใจ เมื่อวานนี้นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการรวบรวมรายชื่อสมาชิกรัฐสภายื่นต่อประธานสภาฯ เพื่อส่งศาลฎีกาให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวน ป.ป.ช.กรณีปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในคดีนายศักดิ์สยามซุกหุ้น ว่า ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาชนเริ่มเขียนคำร้องแล้ว ซึ่งการเข้าชื่อมี 2 ช่องทางคือ เข้าชื่อ ผ่านสมาชิกรัฐสภา ต้องใช้ 140 เสียง ซึ่งสส.พรรคประชาชนมีอยู่แล้ว 119 คน ฉะนั้น จะหารายชื่อเพิ่ม 2 ทาง คือจากพรรคร่วมฝ่ายค้านซึ่งจะหารือในที่ประชุมพรรครวมฝ่ายค้าน คาดว่าน่าจะมีพรรครวมฝ่ายค้านอื่นร่วมเข้าชื่อเยอะเพียงพอ ซึ่งในที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ พรรคกล้าธรรมและพรรคเสรีรวมไทย ได้นำข้อหารือกลับไปประชุมกับพรรคก่อนขณะนี้อยู่ระหว่างรอคำตอบ ส่วนพรรคไทยภักดีตอบตกลงทันที ส่วนอีกทางคือ สว. ที่สนใจเข้าร่วมลงชื่อด้วย เบื้องต้นมี สว. ที่แสดงความประสงค์ 10 กว่าคน
และอีกหนึ่งช่องทางคือภาคประชาชนเข้าชื่อ 20,000 รายชื่อ จึงขอเชิญชวนประชาชน ที่เห็นว่ามติของ ป.ป.ช. เข้าข่ายการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก็อยากให้เข้าชื่อเสนอเข้ามาอีกทางหนึ่ง
ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ล่าสุดมีมติร่วมลงชื่อกับพรรคประชาชน และ สว. บางส่วน โดยใช้เงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 คือการลงชื่อในหนังสือที่จะยื่นต่อประธานรัฐสภา เพื่อที่จะยื่นไปให้ศาลฎีกาได้ตั้งผู้ไต่สวนอิสระ ซึ่งจะต้องใช้รายชื่อผู้ยื่น 1 ใน 5 ของรัฐสภา (อย่างน้อย 140 คนจากทั้งหมด 700 คน)
โดยฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าเป็นเจตนาบางประการซึ่งถือว่าเป็นเจตนาพิเศษ ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้จงใจที่จะมองข้ามบางประเด็น และหยิบเฉพาะประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อนายศักดิ์สยามขึ้นมา ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการตรวจสอบโดยผู้ไต่สวนอิสระ โดยหลังจากนี้จะดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด ในเบื้องต้นจะมีการตั้งเป็นคณะทำงานยกร่างขึ้นมา โดยจะมีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายราเมศ รัตนะเชวง ไปร่วมกันยกร่างคำร้องร่วมกับพรรคประชาชน
ทั้งนี้เมื่อพรรคประชาชน(119 เสียง) พรรคประชาธิปัตย์(25 เสียง) พรรคไทยภักดี(1 เสียง) และ สว.อีก 10 เสียง ร่วมลงชื่อยื่นคำร้องจะทำให้มีจำนวนเกินกว่า 140 คนแล้ว
อย่างไรก็ตามการดำเนินการดังกล่าว ยังมีประเด็นที่ท้งพรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์มีความกังวล คือการยื่นคำร้องดังกล่าว รัฐธรรมนูญให้ดุลพินิจของประธานรัฐสภาว่าถ้ามีเหตุอันควรสงสัยจึงจะยื่นต่อศาลฎีกา ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มองว่าประเด็นนี้อาจจะทำให้กระทบต่อการคานอำนาจระหว่างรัฐสภากับองค์กรอิสระ ตามกลไกของรัฐธรรมนูญหรือไม่
เช่นเดียวกับพรรคประชาชนที่เรียกร้องให้นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ให้ความชัดเจนว่าจะมีหลักเกณฑ์การพิจารณาในกรณีดังกล่าว เช่น จะใช้เวลาในการพิจารณาไม่เกินกี่วัน กี่เดือน และใช้เกณฑ์อะไร ในการพิจารณาเรื่องร้องเรียนต่อกรรมการป.ป.ช. ตามมาตรา 236 และจะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนอย่างไร ว่าจะพิจารณาโดยหลักการและเหตุผลโดยไม่ได้ยึดติดว่าคดีนั้นเป็นของพรรคการเมืองใด