นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เตรียมที่จะได้พักโทษในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ ว่า จริง ๆ ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับนายทักษิณที่ผ่านมาเป็นการกระทำ ผิดกฎหมายและใช้อภิสิทธิ์เหนือประชาชน ตอนที่เจ็บป่วยแล้วก็พูดง่าย ๆ คืออ้างเจ็บป่วยแล้วไม่ยอมติดคุก จนกระทั่งมีการต่อสู้ของภาคประชาชนและมีคำพิพากษาของศาลให้ไปจำคุกเหมือนเดิม
ฉะนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตคือเป็นเรื่องของการใช้อภิสิทธิ์เหนือกฎหมาย แต่ปัจจุบันนายทักษิณได้ถูกจำคุกมาแล้วประมาณ 8 เดือน และเมื่อพิจารณาตามกฎกระทรวงที่มีการแก้ไขเมื่อปี 2564 ก็ถือว่าเข้าหลักเกณฑ์ได้รับการพักโทษ เนื่องจากรับโทษครบสองในสามของระยะเวลาที่กำหนดแล้ว ดังนั้นสิทธิในการพักโทษจึงเป็นสิทธิที่นายทักษิณและผู้ต้องขังรายอื่นสามารถได้รับเช่นเดียวกัน
“ถามความเห็นส่วนตัวผม ผมโอเคในหลักการ ยึดหลักกฏหมายในเมื่อเขากระทำความผิดและรับผิดแล้วติดคุกแล้ว เราก็ถือว่าโอเคก็ต้องชื่นชมเขานะที่เขาติดคุกแล้ว แต่หลังจากนั้นไปแล้วเป็นเรื่องของเขาที่จะต้องเป็นคนวางแผนอนาคตตัวเอง” นพ. วรงค์กล่าว
เมื่อถามว่าการที่นายทักษิณออกมาจะส่งผลต่อการเมืองอย่างไรบ้าง นพ. วรงค์ กล่าวว่า ถ้าเราดูท่าทีของการระดมมวลชน เช่น วันหยุดที่มีการแจกลอตเตอรีหรือมีการเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมต้อนรับการออกจากคุก มันก็สะท้อนว่าเขาไม่ทิ้งการเมือง แต่ถามว่าเขาผิดอะไรหรือไม่ก็คงไม่ผิด เพราะเขามีสิทธิ์ที่จะทำ
แต่การที่ทำในรูปแบบนี้ตนเองอยากให้ตระหนักถึงอดีตที่ผ่านมาว่าอะไรที่ตัวเองทำผิดพลาดก็ควรจะรับรู้ว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ แต่หากถามว่าจะมีผลต่อการเมืองไหมถ้าเคารพกติกา ทุกอย่างเป็นไปตามกฏหมายไม่มีปัญหาจะทำอะไรก็ทำไป เพราะคนไทยมีสิทธิเสรีภาพและเขาก็ได้ปฏิบัติตามกฏหมายแล้ว
เราก็อายุเยอะกันแล้วก็ควรจะเรียนรู้เป็นบทเรียนว่าอะไรที่ทำไม่ถูกต้องก็อย่าให้เกิดปัญหาเพราะปัญหามันเกิดจากการที่คนไม่เคารพกฎหมายและนำไปสู่การสร้างความแตกแยกในสังคม ส่วนจะมีผลทางการเมืองหรือไม่ตนเองมองว่ามีแน่ แต่จะหนักหรือจะน้อยอยู่ที่ว่ายั้งมือแค่ไหน ถ้าเคารพกฎหมายไม่มีอะไรต้องกลัว แต่ถ้าไม่เคารพกฎหมายปลุกระดมมวลชนอันนี้อีกเรื่องหนึ่ง
เมื่อถามว่า ตอนนี้มีอะไรที่เราติดใจจะไปยื่นอีกไหมครับเช่นเรื่องกระบวนการหรือว่าเรื่องของรัฐบาลที่แล้ว นพ. วรงค์ กล่าวว่า นับตั้งแต่นายทักษิณ ถูกศาลมีคำพิพากษาจำคุก ตนเองถือว่าหน้าที่ของตัวเองได้สิ้นสุดลงแล้ว เพราะที่ผ่านมาออกมาเคลื่อนไหวเพื่อต่อสู้ในหลักการเรื่องความถูกต้องและการบังคับใช้กฎหมาย
เมื่อศาลมีคำพิพากษาและนายทักษิณเข้าสู่กระบวนการรับโทษ ตนก็แทบไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวอีก พร้อมยืนยันว่าเคารพการตัดสินของศาล และชื่นชมที่นายทักษิณยอมเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย ดังนั้นตนเองไม่มีความจำเป็นต้องเข้าไปเกี่ยวข้องหรือวุ่นวายกับบุคคลใดเป็นการเฉพาะ
แต่หากในอนาคตมีการกระทำที่ผิดกฎหมายเกิดขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นกรณีของนายทักษิณ รัฐบาล หรือบุคคลใดก็ตาม ก็เห็นว่าทุกฝ่ายต้องช่วยกันปกป้องหลักนิติรัฐและนิติธรรมต่อไป