นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เปิดการประชุมเตรียมการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภาเมืองพัทยา และนายกเมืองพัทยา ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
นายแสวง เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมและซักซ้อมการทำงานมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งครบวาระที่ทราบกำหนดล่วงหน้า โดยสำนักงาน กกต. กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ประสานการทำงานร่วมกันตลอด
เพื่อให้การปฏิบัติงานของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือ กปน. เป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมตั้งเป้าไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด เพราะเชื่อว่าการเลือกตั้งทั้ง 2 พื้นที่ จะได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก
นายแสวง ระบุว่า กรุงเทพมหานครมีหน่วยเลือกตั้งกว่า 6,000 หน่วย จำเป็นต้องใช้บุคลากรจำนวนมาก แต่เชื่อมั่นว่าบุคลากรของ กทม. มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่เป็น กปน. จึงไม่น่ามีปัญหาน่ากังวล พร้อมย้ำว่าบัตรเลือกตั้งท้องถิ่นมีระบบป้องกันการปลอมแปลงและมีมาตรการตรวจสอบ แม้จะไม่มีระบบบาร์โค้ดเหมือนการเลือกตั้ง สส. เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งคนละประเภท โดย กกต. มีการพิมพ์บัตรเลือกตั้งท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เพราะมีการเลือกตั้งเทศบาล และ อบต. อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้มีบัตรเพียงพอ
ส่วนการเฝ้าระวังการหาเสียงเลือกตั้ง นายแสวง กล่าวว่า กฎหมายเลือกตั้งทั้งระดับชาติและท้องถิ่นใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน ขณะนี้ กกต. ติดตามความเคลื่อนไหวของผู้สมัคร ทั้งการลงพื้นที่และการหาเสียงผ่านสื่อโซเชียล โดยยังไม่พบสิ่งผิดปกติหรือเรื่องน่ากังวล แม้ในพื้นที่เมืองพัทยาจะมีการแข่งขันสูง แต่เชื่อว่าด้วยลักษณะพื้นที่ที่สามารถตรวจสอบได้ง่าย ทั้งจากสื่อมวลชน ประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะทำให้ผู้สมัครต้องระมัดระวังการกระทำที่อาจผิดกฎหมาย
เลขาธิการ กกต. ยืนยันว่า เป้าหมายสำคัญของ กกต. คือการทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตและเป็นธรรม ไม่ได้สนใจว่าใครจะเป็นผู้ชนะ พร้อมย้ำว่าระบบการเลือกตั้งถูกออกแบบให้ประชาชนสามารถร่วมตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้ตลอด หากพบการปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้องก็สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
ส่วนการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีการอบรม กปน. ให้เคร่งครัด และเข้าใจรายละเอียดอย่างถี่ถ้วนกว่าเดิมหรือไม่ เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้วปัญหาหลักๆ เกิดจาก กปน. นายแสวง ยอมรับว่า ครั้งที่แล้วหรือทุกๆ ครั้งถือเป็นบทเรียน ที่มีปัญหา ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของ กปน. ที่อาจเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ครั้งนี้จึงมีการอบรมและเตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ล่วงหน้ากว่า 1 เดือน โดยเฉพาะประธานหน่วยเลือกตั้ง ที่จะต้องมีความเข้าใจกฎระเบียบอย่างละเอียด สามารถวินิจฉัยได้ว่าอะไรถูกหรือผิด รวมถึงต้องรับฟังข้อทักท้วงจากประชาชน เพราะประชาชนเองก็มีส่วนร่วมในการตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้งเช่นกัน
ขณะที่ผู้สื่อข่าวถามว่า จำเป็นต้องกำชับ กปน. ให้ดูแลรักษาอุปกรณ์ เพื่อไม่ให้มีการนำไปใช้ประโยชน์ทางการเมืองหรือไม่ นายแสวง ถามกลับว่า ที่บอกว่านำไปใช้คือใช้อย่างไร ก่อนจะกล่าวต่อถึงการดูแลวัสดุอุปกรณ์เลือกตั้งว่า มีระเบียบกำหนดไว้อย่างชัดเจน และมีการกำชับเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง แม้ไม่สามารถรับประกันได้ว่า จะไม่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นเลย แต่ทุกความผิดปกติสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ถึงระดับบัตรเลือกตั้งแต่ละใบ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนช่วยเฝ้าระวัง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใส และน่าเชื่อถือที่สุด