หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี เปิดตัวเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามอิสระ ภายใต้แนวคิด “SAVE BKK – BKK SAFE”” ที่ สมาคมธรรมศาสตร์ (สาทร)
โดยหม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ กล่าวว่า ผู้ว่า กทม. ไม่ใช่แม่บ้าน แต่เป็นแม่ทัพ ที่จะสร้างกรุงเทพให้เป็นป้อมปราการปกป้องชีวิตคน กทม. พร้อมนำเสนอ วิสัยทัศน์ท่ามกลางความขัดแย้งของไทยและของโลก 6 ด้าน คือ
1. กรุงเทพฯ ต้องเป็น Safety Zone สำหรับทุกคนทั้งไทยและต่างชาติ ด้วยการยกระดับ กรุงเทพฯ เป็นเมืองปลอดภัยระดับสากล
Upgrade ระบบรักษาความปลอดภัยและการเฝ้าระวังภัยคุกคามทุกรูปแบบ เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวและนักลงทุน/พร้อมประกาศสงครามกับยาเสพติด ใน กทม. เปลี่ยนชุมชนจุดเสี่ยงเป็นจุดแข็ง พร้อมฟื้นฟูศักยภาพผู้พ้นโทษให้มีที่ยืนในสังคม
2. ทำให้กรุงเทพเป็นเมืองพร้อมรับมือภัยพิบัติ ที่พยากรณ์ไม่ได้ โดยจะไม่รอรายงานจากทีวี แต่จะใช้ AI และ Sensor ทั่วกรุงเทพ ร่วมกับรัฐบาลในการเตือนภัยถึงมือถือประชาชนทันที ตรวจความพร้อมอาคารรับแผ่นดินไหว มีแผนรองรับการระบายน้ำ ป้องกันน้ำท่วม ด้วยการทำแก้มลิง ทำจุดพักน้ำใต้ดินในสวนสาธารณะ และเตรียมรับมืออัคคีภัยในตึกสูง เพิ่มความสามารถการดับเพลิงด้วยโดรน และมีทีมกู้ภัยทางอากาศ
3. "ลดรายจ่าย เพิ่มโอกาส" ด้วยระบบ Cyber City โดยบรรเทาปัญหาจราจร ควบการจราจรด้วย AI เพิ่มโอกาสด้านการท่องเที่ยว การค้าขาย เศรษฐกิจ กทม. หมุนเวียน 24 ชั่วโมง สนับสนุน Local Economy Booster เกิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ส่งเสริม "พื้นที่การค้าเสรีระดับชุมชน" ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน เกิด Night Economy สร้างรายได้หมุนเวียนภายในชุมชน
4. ปฏิวัติขยะ: "จากขยะที่ถูกทิ้ง สู่ขุมทรัพย์ของเมือง" (Waste to Wealth) ต้องรื้อระบบ เปลี่ยนรายจ่ายให้เป็นกำไรจากการผลิตพลังงานและคาร์บอนเครดิต เพื่อนำเงินเหล่านั้น กลับมาเป็นสวัสติการให้คนกรุงเทพฯ
5. กทม.โปร่งใส: (Anti-Corruption & Transparency) การ "รีดไถ" คือสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ในฐานะผู้ว่าฯตนจะกวาดล้างระบบ "ผู้มีอิทธิพล" ที่เคลมพื้นที่สาธารณะไปเก็บส่วยจากพ่อค้าแม่ขาย
6.การพัฒนาคุณภาพและสุขภาพคน และสัตว์เลี้ยงใน กทม. โดยยกระดับโรงเรียน กทม. ให้มีมาตรฐานระดับอินเตอร์ ระบบสุขภาพเมืองสมัยใหม่ ที่ไม่เน้นเพียงรักษาในโรงพยาบาล แต่สร้างระบบสุขภาพปฐมภูมิเมือง โดยอาสาสาธารณะสุข(อสส.) เชื่อมโยงชุมชน ครอบครัว และเทคโนโลยี Tele-Medicine เข้าด้วยกัน ยกระดับสถานพยาบาลสังกัด กทม.ทั้งระบบ ตั้งโรงพยาบาลสัตว์แบบมีที่พักสัตว์ป่วย สามารถผ่าตัดใหญ่ได้ ให้บริการถึง 24:00 น. ปฏิรูปการใช้ประโยชน์ที่ดินว่างเปล่า เปลี่ยนจากพื้นที่ปลูกพืชเพื่อลดภาษีให้เป็นพื้นที่กิจกรรมและลานกีฬาเพื่อประชาชนเพื่อให้เยาวชนและคนเมืองมีพื้นที่ออกกำลังกายฟรีใกล้บ้าน
หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ กล่าวอีกว่า สำหรับตน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในยามวิกฤติไม่ไม่ใช่แค่ผู้บริหารที่คอยดูแลข้าราชการประจำทำงาน แต่ต้องเป็น นักยุทธศาสตร์ เป็นผู้ปกป้องประชาชนที่เที่ยงธรรม เป็นสถาปนิกแห่งความยั่งยืน และหน้าที่เหนือสิ่งอื่นใด ผู้ว่าฯ กทม. ต้องเป็นผู้ประสานสิบทิศ ที่ทำงานร่วมกับรัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงได้อย่างไร้รอยต่อ และยืนยันว่าตนเป็นผู้สมัครอิสระ คุยได้กับทุกคน
พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า วิกฤตครั้งนี้ใหญ่เกินกว่าที่ตนจะนิ่งเฉยได้ ตนไม่ได้มาเพื่อเป็นผู้ว่าฯ ที่เป็นเสมือนแม่บ้านในยามสงบ แต่ตนเสนอตัวมาเป็น "แม่ทัพ" เพื่อพาพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ก้าวข้ามวิกฤตนี้ไปด้วยกันอย่างมั่นคงและปลอดภัย ตนมาที่นี่เพื่อยืนยันว่า ทุกปัญหามีทางออก หากเรากล้าที่จะ รื้อระบบเก่าและสร้างอนาคตใหม่ที่ยั่งยืนไปด้วยกัน เพราะกรุงเทพฯ คือบ้าน ตนพร้อมใช้ทุกประสบการณ์เพื่อบริหาร ดูแลและแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งมอบเมืองที่ปลอดภัย ให้แก่ลูกหลาน ขอคนกรุงเทพเดินไปกับตน เพื่อเปลี่ยนอนาคตของกรุงเทพฯ เปลี่ยนอนาคตของพวกเราเพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าของทุกคน