Top-WorldKickoff Top-WorldKickoff

"ไชยชนก" ลั่นเอาผิดคนไลฟ์อนาจาร ตำรวจไซเบอร์เตือนอย่าแชร์ต่อ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

รมว.ดีอี เรียกประชุมด่วนผู้แทนเมตา หลังพบไลฟ์สดอนาจารระบาดต่อเนื่อง ย้ำดำเนินคดีทั้งผู้ไลฟ์ และตรวจสอบความรับผิดแพลตฟอร์ม

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ได้เรียกประชุมด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้แทนบริษัท Meta Platforms เจ้าของแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก ภายหลังเกิดกรณีไลฟ์สดอนาจารบนโซเชียลมีเดียต่อเนื่องในช่วง 2 วันที่ผ่านมา

พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลจะดำเนินคดีกับทั้งผู้ไลฟ์ พร้อมทั้งตรวจสอบความรับผิดของแพลตฟอร์มตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 15 โดยขณะนี้ได้ให้บริษัทเมตาส่งรายละเอียดชี้แจงเพิ่มเติมภายใน 3-5 วัน  

 

กระะทรวงดีอี ช่างภาพพีพีทีวี
"ไชยชนก" ลั่นเอาผิดคนไลฟ์อนาจาร ตำรวจไซเบอร์เตือนอย่าแชร์ต่อ

ก่อนเตรียมยกระดับกฎหมายให้แพลตฟอร์มต้องรับผิดร่วมต่อการกระทำผิดทุกประเภทบนระบบของตน 

นายไชยชนก ย้ำว่า กระทรวงดีอีและทุกหน่วยงานไม่นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีการทำงานร่วมกันตั้งแต่วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา ก่อนเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้บริหารเมตาเข้าหารือกว่า 2 ชั่วโมง เพื่อหามาตรการรับมือและแนวทางดำเนินคดี

ปัจจุบัน ประกาศกระทรวงภายใต้มาตรา 15 ของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กำหนดให้แพลตฟอร์มมีเวลา 24 ชั่วโมงในการนำคอนเทนต์ผิดกฎหมายออก หากดำเนินการทันเวลาก็อาจได้รับการยกเว้นความรับผิด

นายไชยชนกมองว่า กฎหมายที่กำหนดเวลา 24 ชั่วโมง ไม่สอดคล้องกับโลกออนไลน์ในปัจจุบัน และเตรียมปรับเกณฑ์ใหม่ให้แตกต่างตามลักษณะความผิด ซึ่งอาจลดเวลาลงเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง โดยรัฐบาลเตรียมปรับปรุงกฎหมายที่เดิมกำหนดให้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดเฉพาะกรณีหลอกลวงทางการเงิน ให้ครอบคลุมการกระทำผิดกฎหมายทุกประเภทบนแพลตฟอร์ม หากผู้ให้บริการละเลยหรือไม่มีมาตรการป้องกันเพียงพอ

ทั้งนี้ กระบวนการแก้กฎหมายและออกประกาศใหม่ อาจใช้เวลาอย่างน้อย 1-2 เดือน เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ

นายไชยชนก ยังเผยว่า เบื้องต้นทางบริษัทเมตาชี้แจงว่า คอนเทนต์ดังกล่าวหลุดระบบตรวจจับ AI เพราะมีคอนเทนต์ปกติแทรกสลับระหว่างการไลฟ์ รวมถึงผู้ไลฟ์สวมหน้ากาก ทำให้ AI ตรวจจับได้ยาก แต่เรื่องนี้นายไชยชนก มองว่า คำอธิบายดังกล่าวฟังไม่ขึ้น เพราะไลฟ์สดดำเนินต่อเนื่องนานถึง 7-8 ชั่วโมง

ด้านนายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ระบุว่า หลังตรวจสอบพบการเผยแพร่วิดีโอไลฟ์สดเพิ่มเติมรวม 5 บัญชี กระทรวงจึงรวบรวมข้อมูลส่งให้ตำรวจไซเบอร์ และตำรวจ ปอท. ใช้ดำเนินคดี โดยผู้เผยแพร่มีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 17 ส่วนแพลตฟอร์มอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูล ซึ่งรัฐมนตรีได้ให้แพลตฟอร์มส่งข้อมูลมาชี้แจง

นอกจากนี้ กระทรวงยังมีอำนาจขอข้อมูลจาก "เมตา" เพื่อตรวจสอบมาตรการป้องกันความเสี่ยง ว่ามีแนวทางตรวจสอบและนำเนื้อหาออกจากระบบอย่างไร ก่อนนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อปรับประกาศกระทรวง เรื่องระยะเวลาการดำเนินการภายใน 24 ชั่วโมงของแพลตฟอร์ม

นายชัยชนะ ยังกล่าวถึงการเอาผิดแพลตฟอร์มว่า ต้องตรวจสอบการระงับการเผยแพร่ ว่าแพลตฟอร์มมีความยินยอม สนับสนุน หรือได้รับประโยชน์หรือไม่ โดยต้องรวบรวมข้อมูลก่อน หากพบว่ามีการได้รับประโยชน์ สนับสนุน หรือยินยอม ก็อาจเข้าข่ายความผิดร่วมตามมาตรา 15 ส่วนกรณี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จะเอาผิดแพลตฟอร์มได้หรือไม่นั้น นายชัยชนะ ระบุว่า สามารถดำเนินการได้ แต่ต้องรอคำชี้แจงจาก "เมตา" ก่อน

ขณะที่ พล.ต.ต.ชันนัทธ์ กล่าวว่า หลังเกิดกระแสข่าว เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ศูนย์โซเชียลส่วนกลางตรวจพบการไลฟ์สด 3 แอคเคาท์ และวันอาทิตย์พบเพิ่มอีก 2 แอคเคาท์ รวมเป็น 5 แอคเคาท์ ซึ่งเป็นบัญชีอวตาร ใช้รูปบุคคลอื่นที่หน้าตาดีมาเป็นโปรไฟล์ และยังไม่สามารถตรวจสอบต้นทางได้ว่า มาจากในไทยหรือต่างประเทศ

อีกทั้งการไลฟ์สดดังกล่าว ยังมีการแนบลิงก์เพื่อเก็บข้อมูลผู้เข้าชม หรือที่เรียกว่า “ฟิชชิ่ง” ซึ่งเป็นการหลอกลวงทางไซเบอร์ โดยปลอมตัวเป็นองค์กรที่น่าเชื่อถือ เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลว่า การฟิชชิ่งดังกล่าวเชื่อมโยงไปยังโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในประเทศจอร์เจีย ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบต่อว่า ข้อมูลที่เก็บไปถูกนำไปใช้ทำอะไร ทั้งนี้ เชื่อว่ามีการดำเนินการเป็นขบวนการ โดยมีการแนบลิงก์ ทำฟิชชิ่ง รีโพสต์ และอาจเชื่อมโยงกับเว็บพนันออนไลน์

ด้าน พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบการไลฟ์สดลักษณะอนาจารรวม 5 บัญชี ลักษณะเป็นขบวนการ แบ่งเป็น 3 บัญชีในคืนวันเสาร์ และอีก 2 บัญชีในวันอาทิตย์ โดยทั้งหมดเป็นบัญชีอวตาร ใช้รูปโปรไฟล์บุคคลหน้าตาดีดึงดูดผู้ชม 

ขณะนี้ บริษัทเมตา อยู่ระหว่างตรวจสอบว่า ผู้ไลฟ์ต้นทางอยู่ในประเทศไทยหรือต่างประเทศ หากพบอยู่ต่างประเทศ ตำรวจไทยจะประสานตำรวจสากลดำเนินคดีต่อไป แม้บางประเทศอาจไม่มีกฎหมายเอาผิดลักษณะดังกล่าว ส่วนหากพบอยู่ในไทย จะเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายไทยทันที

ตำรวจเชื่อว่า เป้าหมายของขบวนการนี้ไม่ใช่เพียงการเผยแพร่คลิปลามก แต่หวังเชื่อมโยงไปยังเว็บพนันออนไลน์ หรือใช้คลิปไปตัดต่อขายต่อในโลกออนไลน์ รวมถึงอาจเป็นกลลวงฟิชชิงเพื่อหลอกเก็บข้อมูลผู้ใช้งาน

เบื้องต้น ผู้ไลฟ์และผู้เผยแพร่ มีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ส่วนผู้แชร์ต่อก็เข้าข่ายมีความผิดเช่นกัน โดยตำรวจย้ำว่า การดูสื่อลามกของผู้ใหญ่ไม่ผิดกฎหมายไทย แต่การแชร์ถือเป็นการเผยแพร่ ซึ่งมีความผิดตามกฎหมาย 

ตำรวจไซเบอร์ยังเตือนประชาชน อย่าหลงกดลิงก์หรือรับชมคอนเทนต์ที่ถูกแชร์ต่อ เพราะอาจเป็นลิงก์ฟิชชิงเพื่อขโมยข้อมูลส่วนบุคคล หรือเชื่อมโยงไปยังเว็บพนันออนไลน์ได้ 
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ