ก่อนเข้าสู่สนามเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 2569 บรรยากาศทางการเมืองในพื้นที่กรุงเทพฯ เริ่มได้รับความสนใจจากประชาชนอีกครั้ง หนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตามองคือ โอกาสของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. คนล่าสุด ว่าจะสามารถคว้าชัยชนะและดำรงตำแหน่งต่อเนื่องเป็นสมัยที่ 2 ได้หรือไม่ เนื่องจากตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ถือเป็นหนึ่งในตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่นที่มีบทบาทสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งด้านการคมนาคม สิ่งแวดล้อม น้ำท่วม พื้นที่สาธารณะ และการบริหารจัดการเมือง
หากย้อนดูประวัติศาสตร์การเมืองท้องถิ่นของกรุงเทพมหานคร พบว่ามีผู้ว่าฯ 3 คนที่สามารถครองใจประชาชนและได้รับเลือกกลับเข้ามาบริหารเมืองอีกสมัย ไม่ว่าจะจากผลงานด้านการพัฒนาเมือง ภาพลักษณ์การทำงาน หรือกระแสความนิยมทางการเมืองในช่วงเวลานั้น
พลตรี จำลอง ศรีเมือง
สมัยแรก: 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2528 - 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532 (4 ปี)
สมัยสอง: 7 มกราคม พ.ศ. 2533 - 22 มกราคม พ.ศ. 2535 (2 ปี 15 วัน)
พลตรี จำลอง มีชื่อเสียงโดดเด่นขึ้นมาหลังจากลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ. 2528 เบอร์ 8 ในนาม "กลุ่มรวมพลัง" โดยชนะได้รับคะแนนเสียง 408,233 คะแนน ถึงขนาดที่วงคาราบาว แต่งเพลงให้ชื่อ "มหาจำลองรุ่น 7" การชนะการเลือกตั้งในสมัยนั้นทำให้พลตรีจำลองได้เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนแรกที่เกิดในระบอบประชาธิปไตยที่ได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่ากรุงเทพมหานครก่อนผู้ว่ากรุงเทพมหานครที่เกิดหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองรายอื่น ๆ
หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2531 จึงก่อตั้ง พรรคพลังธรรม ขึ้น โดยสื่อมักเรียกขานกันว่าเป็น "พรรคพลังผัก" เนื่องจากสนับสนุนให้คนเลิกกินเนื้อสัตว์หันมากินอาหารมังสวิรัติ กระแสความนิยมในตัว พลตรี จำลองในฐานะนักการเมืองผู้สมถะ พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดเป็นกระแส "จำลองฟีเวอร์" และเรียกกันติดปากว่า "มหาจำลอง"
พลตรี จำลอง ชนะการเลือกตั้งเข้าดำรงตำแหน่งผู้ว่า ฯ อีกสมัยในปี พ.ศ. 2533 โดยได้รับคะแนนท่วมท้นถึง 703,671 คะแนน ทิ้งห่างผู้สมัครจากพรรคประชากรไทยคือ นายเดโช สวนานนท์ ถึง 419,894 คะแนน แต่ก่อนที่จะครบวาระ 4 ปี ก็ลาออก และผันตัวเองสู่สนามเลือกตั้งระดับชาติ
พลตรี จำลอง มีผลงานที่เด่นชัดในฐานะผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคือการปราบปรามการทุจริต กทม. อย่างจริงจังและการจัดระเบียบเมือง โดยผลงานสำคัญประกอบด้วย
- เดินหน้าปราบทุจริตและสร้างภาพลักษณ์ "ผู้ว่าฯ มือสะอาด" โดยจำลองได้รับการจดจำในฐานะนักการเมืองที่เน้นความซื่อสัตย์ โปร่งใส และต่อต้านคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ทำให้เกิดภาพลักษณ์ "ผู้ว่าฯ มือสะอาด" และได้รับความนิยมจากประชาชนจำนวนมากในช่วงเวลานั้น
- แก้ปัญหาความสะอาดและระเบียบเมือง ในยุคของจำลอง มีการจัดระเบียบกรุงเทพฯ อย่างเข้มงวด โดยการขยายโครงการ "กรุงเทพฯ เมืองสะอาด" ของ เทียม มกรานนท์ มาใช้ทั้งเรื่องความสะอาด ทางเท้า การจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย และการรณรงค์ให้ประชาชนรักษาความเป็นระเบียบของเมือง จนทำให้กรุงเทพฯ ติดอันดับเมืองสะอาดน่าอยู่ 1 ใน 10 ของโลก
นอกจากนี้ ยังมีการวางรากฐานระบบขนส่งมวลชน โดยเป็นผู้ริเริ่มผลักดันโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน หรือ รถไฟฟ้าลอยฟ้า เพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนักในกรุงเทพฯ และยังริเริ่มการเดินเรือขนส่งทางคลองแสนแสบเป็นครั้งแรก
อภิรักษ์ โกษะโยธิน
สมัยแรก: 29 สิงหาคม พ.ศ. 2547 - 22 สิงหาคม พ.ศ. 2551 (3 ปี 11 เดือน)
สมัยสอง: 5 ตุลาคม พ.ศ. 2551 - 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 (1 เดือน 14 วัน)
ในช่วงที่อภิรักษ์ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายอภิรักษ์ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการทำโครงการสำคัญต่าง ๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับคนกรุงเทพฯ อาทิ การพัฒนาระบบขนส่งมวลชน (รถไฟฟ้าบีทีเอส) การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาคุณภาพการศึกษา และการวางผังพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ซึ่งผลงานที่เด่นชัดในฐานะผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคือนโยบายปรับปรุงคลองช่องนนทรี และสร้างผลงานโครงการ 10 สวนสวย 10 คลองใส 10 ถนนสะอาด
ขณะที่ผลงานด้านการต่างประเทศ อภิรักษ์ได้สร้างชื่อเสียงให้กับกรุงเทพฯเป็นอย่างมาก ด้วยการสร้างความสัมพันธ์อันดีและทำการแลกเปลี่ยนความคิดในการพัฒนากรุงเทพฯร่วมกับเมืองหลวงสำคัญ ๆ ทั่วโลก เช่น ปักกิ่ง, แต้จิ๋ว, โซล, ฟูกูโอกะ, ฮานอย, ลิเวอร์พูล, วอชิงตัน ดี.ซี., บริสเบน เป็นต้น
ตลอดการทำงานด้วยความตั้งใจจนครบวาระ 4 ปี นายอภิรักษ์ได้สร้างผลงานโดดเด่นมากมาย ด้วยประสบการณ์ด้านการบริหาร และผลงานการพัฒนาพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้อภิรักษ์ได้รับชัยชนะการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นสมัยที่ 2 ด้วยคะแนนโหวตเกือบ 1 ล้านคะแนน ก่อนที่ต่อมา นายอภิรักษ์จะประกาศลาออกในกรณีที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐได้แจ้งผิดกรณีรถดับเพลิง
หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร
สมัยแรก: 11 มกราคม พ.ศ. 2552 - 9 มกราคม พ.ศ. 2556 (3 ปี 11 เดือน)
สมัยสอง: 3 มีนาคม พ.ศ. 2556 - 18 ตุลาคม พ.ศ. 2559 (3 ปี 7 เดือน 15 วัน)
ภายหลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีชี้มูลความผิด นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในคดีทุจริตโครงการจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิง และอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยของกรุงเทพมหานคร มูลค่า 6,800 ล้านบาท และนายอภิรักษ์ได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบนั้น
คณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ จึงมีมติเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ส่งชื่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เป็นผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตรได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร การบริหารงานของสุขุมพันธ์ไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบของชาวกรุงเทพมากนัก และมักจะได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอจากการบริการงานที่ล่าช้าและไม่โปร่งใส อาทิ การสร้างสนามบางกอกอารีนาไม่ทันการแข่งขันฟุตซอลโลก, กล้องซีซีทีวีปลอม, การต่อสัญญาสัมปทานบีทีเอส 30 ปี, ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก
อย่างไรก็ตาม ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ยังมีผลงานที่โดดเด่นตามนโยบายที่วางไว้ อย่างการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มขึ้น 20,000 ตัว และดำรงตำแหน่งอย่างต่อเนื่องในสมัยที่ 2 ตั้งแต่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2556 - 18 ตุลาคม พ.ศ. 2559 รวมระยะเวลา 3 ปี 7 เดือน 15 วัน สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ จากการเลือกตั้ง พ.ศ. 2556 ที่แม้ในสมัยแรกจะถูกวิพากษ์วิจารณ์แต่ด้วยผลจากวาทกรรม “ไม่เลือกเรา เขามาแน่” ทำให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์พลิกกลับมาชนะการเลือกตั้ง ด้วยคะแนนเสียง 1,256,349 เสียง
สำหรับผลงานที่เด่นชัดคือการสร้างระบบอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ 4 แห่ง เช่น อุโมงค์ระบายน้ำคลองบางซื่อ ด้วยงบประมาณ 16,000 ล้านบาท พร้อมโฆษณาว่าสามารถระบายน้ำได้ดีกว่าเดิม 2 เท่า