พนัส ไทยล้วน อดีตบอร์ดประกันสังคม 8 สมัย เปิดเผยว่าตนเป็นผู้ประกันตนคนเดียวในประเทศไทยที่อายุ 84 ปี เนื่องจากตนไม่ได้ลาออกและจะเป็นผู้ประกันตนจนกว่าชีวิตจะหาไม่ พร้อมเล่าถึงประวัติศาสตร์หน้าแรกของประกันสังคมที่เด็กรุ่นใหม่ไม่เคยรู้ และได้เปิดหน้าชนกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างประกันสังคมก้าวหน้า จวกยับนโยบาย "ก้าวหลัง" จ้องตัดงบสร้างความผูกพันและสวัสดิภาพคนทำงาน ซ้ำท้าชนว่าให้มาสมัครเลือกตั้งแบบเดี่ยว ๆ หากไม่มีพรรคหนุน ก็ไม่มีทางชนะ!
ย้อนกลับไปเมื่อ 15–20 ปีก่อน ในยุคที่ประชาชนยังไม่รู้จักระบบประกันสังคม มีแต่คนอยากจะลาออก ค่ารักษาพยาบาลที่จ่ายให้โรงพยาบาลในขณะนั้นอยู่ที่ 750 บาทต่อหัว และจำกัดสิทธิ์ให้รักษาได้เพียงโรงพยาบาลเดียวที่เลือกไว้ ส่งผลให้โรงพยาบาลยุคแรกอย่าง "จุฬารัตน์" ทำรายได้มหาศาล เนื่องจากผู้ประกันตนไม่กล้าไปใช้สิทธิ์เพราะคิดว่าโรงพยาบาลประกันสังคมรักษาไม่ได้
วิกฤตความไม่เข้าใจในอดีตทำให้ต้องมีการเดินสายจัดรายการสดแก้ไขปัญหาประกันสังคม 4 ภาค ติดต่อกันนานถึง 6 ปี รวมถึงการเสนอให้จัดทำ "ปฏิทินประกันสังคม" ซึ่งเป็นเครื่องมือสื่อสารและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ประกันตนในยุคที่ปฏิทินหาได้ยาก โดยปฏิทินแขวนเป็นรูปพระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ทรงเลือกด้วยพระองค์เอง ส่วนปฏิทินตั้งโต๊ะสำหรับผู้บริหาร เพื่อสร้างความผูกพันทางจิตวิทยาให้คนไม่อยากลาออก
มีคนพูดคำนึงผมเจ็บใจมาก บอกว่ามาเลือกตั้งครั้งนี้เพื่อ 'ทวงปฏิทินคืน' ทำไมคุณดูถูกผมขนาดนี้ คนระดับผมต้องไปทะเลาะเพื่อเอาปฏิทินคืนเนี่ยนะ ไม่ดูถูกปัญญากันไปหน่อยเหรอ? เงินค่าปฏิทิน 50-60 ล้านบาท มองภาพรวมมันเยอะ แต่หารกับผู้ประกันตน 5 ล้านกว่าคนในตอนนั้น มันตกคนละ 10 บาทเอง คุณเก็บเงินปีละ 6,000 บาท คืนให้เป็นปฏิทิน 10 บาท มันมากไปเหรอ?
นายพนัส ชี้แจงถึงข้อครหาเรื่องการใช้งบประมาณว่า กองทุนประกันสังคมมีงบประมาณ 10% ของรายรับระหว่างปี โดยรัฐบาลสนับสนุนเพียงเงินเดือนและบ้านพักของเจ้าหน้าที่เท่านั้น นอกนั้นประกันสังคมต้องบริหารจัดการเองทั้งหมด ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นที่ไม่มีรถยนต์ใช้งาน จนกระทั่งปรับปรุงระบบ จัดซื้อรถกระบะ 10 คันแรก และใช้เงินเพียง 3% ในการจ้างพนักงานที่ไม่ใช่ราชการอีกกว่า 5,000 คน รวมถึงการบริหารเบี้ยขยันเพื่อสร้างแรงจูงใจในการทำงาน ส่วนงบประมาณการปรับปรุงภาพลักษณ์ สำนักงาน และเครื่องแบบสูทของบอร์ด รวมถึงงบกิจกรรมวันแรงงาน เช่น การแจกของที่ระลึก ร่ม กระติกน้ำ นายพนัสย้ำว่าเป็นผู้อนุมัติเองทั้งหมดตามทฤษฎีการถ่ายโอน (จิตวิทยามนุษย์) เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กรและผู้ประกันตน
เราใช้คนโดยไม่มีแรงกระตุ้นเลยเหรอ? ถ้าไม่ให้อะไรเขาเลย เขาจะทำงานให้คุณเหรอ? กลุ่มประกันสังคมก้าวหน้าเป็นเด็กอายุแค่ 30–40 ปี โหลยโท่ย เขาไม่เข้าใจปรัชญาแบบนี้ วันนี้เดินมาถึงตึกชั้น 10 ที่เขาสร้างไว้ 20 ชั้น แล้วบอกว่าคนรุ่นก่อนไม่ได้ทำอะไร แล้วมึงมายืนอยู่ตรงนี้ได้ยังไง? กูทำมาจนหมดเรียบร้อยแล้ว จนประกันสังคมมีสมาชิกถึง 12 ล้านคน
นายพนัส ยังกล่าวถึงการเข้ามาของบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ (กลุ่มประกันสังคมก้าวหน้า ที่เชื่อมโยงกับพรรคประชาชน) ว่าเป็นการนำเกมการเมืองเข้ามาในกองทุน ซึ่งส่งผลเสียเพราะหากเป็นฝ่ายค้าน เสนออะไรไปรัฐบาลในสภาก็คงไม่ให้ผ่าน อีกทั้งยังวิจารณ์กรณีที่กลุ่มดังกล่าวพยายามเข้ามาตรวจสอบเรื่องการเช่าตึกสกาย ว่าเป็นเพียงการรับข้อมูลที่มีคนใส่มือมาให้เพื่อใช้โจมตีทางการเมือง รวมถึงประเด็นรัฐวิสาหกิจที่เกิดก่อนคนกลุ่มนี้เกิดด้วยซ้ำ แต่กลับทำเป็นรู้ดี นอกจากนี้ ยังสับแหลกนโยบายตัดงบประมาณสิ่งของส่วนกลางในวันแรงงาน เช่น งบเดินขบวนปีละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 วัน โดยเหลือเพียงค่าอาหาร 15 บาท ว่าเป็นความคิดที่ใจแคบ
ปีนี้คนด่ากันโขมงโฉงเฉง โดนตัดหมด ทั้งค่าปฏิทิน ค่าสูท ค่าเดินขบวน เหลือแค่ค่าข้าว 15 บาท งบประมาณใช้แค่ล้านเดียววันเดียวจบ แบบนี้ไม่ใช่ประกันสังคมก้าวหน้าแล้ว มัน 'ก้าวหลัง' ชนะเลือกตั้งมาได้เพราะมีพรรคการเมืองหนุน ลองมาแข่งตัว ๆ แบบไม่มีพรรคสิ แพ้กูยุบสภาให้เลย!
สำหรับการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่ผ่านมา นายพนัสยอมรับว่าตนเองพลาดที่ตามเกมการเมืองไม่ทัน แพ้ไปเพียง 200 คะแนน (ได้ 12,000 คะแนน ขณะที่คู่แข่งได้ 12,200 คะแนน) แต่ยืนยันว่าไม่ได้เสียดายเพราะเป็นมาหมดแล้วทุกตำแหน่ง ทั้งบอร์ด 8 สมัย, กองทุนเงินทดแทน, บอร์ดอุทธรณ์ และวุฒิสมาชิก ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป แม้ตนจะอายุ 84 ปี ต้องใช้ไม้เท้าและมีลูกน้องประคอง แต่ก็จะขอเป็นหัวหน้าทีมนำทัพปลุกใจน้อง ๆ ให้สู้ต่อ เพื่อทวงคืนสวัสดิการและความเป็นธรรมให้ผู้ประกันตนมาตรา 33
ลูกโทรมาเตือนว่าอย่าไปมีเรื่องกับเขาเลย ผมบอกไม่กลัวหรอก โดนด่ามาเป็นล้านครั้ง ขนาดโดนยิงยังเคยโดนมาแล้วเมื่อ 30 ปีก่อน พวกนั้นอายุยังน้อยกว่าลูกผมอีก ไม่เคยเจออย่างเรา อยู่บนเสลี่ยงสบายจนคิดว่าตัวเองเก่ง... ปีนี้ถ้าเดินขบวนแล้วร้อนเพราะไม่มีหมวกไม่มีเสื้อแจก ก็จำไว้แล้วกันว่าไอ้พวกนี้มันตัด อย่าไปเลือกพวกมัน!" นายพนัส กล่าวทิ้งท้าย