Top-WorldKickoff Top-WorldKickoff

“ศิริกัญญา” ซัดรัฐบาลถังแตก ใช้เงินกู้โปะบัตรคนจน 1.88 หมื่นล้าน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“ศิริกัญญา” ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน ฟ้องศาลปกครอง ปมใช้เงินกู้ 1.88 หมื่นล้านจ่ายบัตรคนจน ซัดรัฐบาล “ถังแตก” ใช้เงินผิดวัตถุประสงค์

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง กรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วงเงิน 18,800 ล้านบาท สำหรับใช้จ่ายสวัสดิการตลอดปีงบประมาณ 2569

นางสาวศิริกัญญาระบุว่า เงินจำนวน 18,800 ล้านบาท เป็นคนละส่วนกับโครงการ “ไทยช่วยไทย 60:40” และการเติมเงิน 700 บาทในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยเป็นงบสำหรับสวัสดิการเดิมที่รัฐจ่ายอยู่แล้ว  

 

ศิริกัญญา ช่างภาพพีพีทีวี
“ศิริกัญญา” ซัดรัฐบาลถังแตก ใช้เงินกู้โปะบัตรคนจน 1.88 หมื่นล้าน

ไม่ว่าจะเป็นเงินช่วยเหลือ 300 บาท ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส และค่าโดยสารสาธารณะ ซึ่งตามปกติสามารถตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีรองรับได้ 

ครั้งนี้รัฐบาลอ้างว่างบประมาณไม่เพียงพอ จึงนำเงินกู้จาก พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อรับมือวิกฤตพลังงานมาใช้ ซึ่งตนมองว่าไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกฎหมาย เนื่องจากมาตรา 5 ของ พ.ร.ก. ระบุชัดเจนว่า เงินกู้ส่วนดังกล่าวใช้ได้เฉพาะการช่วยเหลือประชาชน ผู้ประกอบการ และเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน ไม่ใช่การใช้จ่ายในสถานการณ์ปกติ

เหตุผลท้าย พ.ร.ก. ยังระบุว่า ต้องเป็นกรณีที่ไม่สามารถใช้งบประมาณปกติได้ และมีความจำเป็นเร่งด่วน ขณะที่กระทรวงการคลังเคยชี้แจงว่าเงินกู้ดังกล่าวเป็นเพียงแหล่งเงินเพิ่มเติม ซึ่งตนเห็นว่าขัดกับเจตนารมณ์ของกฎหมายและหลักวินัยการเงินการคลัง

นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า เหตุผลที่ต้องยื่นผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน เนื่องจากประชาชนผู้เสียภาษีไม่สามารถฟ้องศาลปกครองได้โดยตรงในกรณีดังกล่าว จึงต้องอาศัยช่องทางของผู้ตรวจการแผ่นดินในการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของมติ ครม.

สำหรับความแตกต่างจากกรณีที่พรรคประชาชนยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้นั้น เธออธิบายว่า การยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเป็นการตรวจสอบว่ารัฐบาลมีอำนาจออก พ.ร.ก. ฉบับดังกล่าวได้หรือไม่ตามรัฐธรรมนูญ ขณะที่การยื่นครั้งนี้เป็นการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ภายหลัง พ.ร.ก. มีผลบังคับใช้แล้ว ว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กฎหมายกำหนดหรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดรัฐบาลจึงนำโครงการวงเงิน 18,800 ล้านบาท มาใช้เงินกู้ ทั้งที่ยังมีงบกลางสำรองฉุกเฉินอยู่กว่า 50,000 ล้านบาท นางสาวศิริกัญญาตอบว่า “เพราะรัฐบาลถังแตก” และเห็นว่าการที่รัฐบาลมีงบประมาณไม่เพียงพอ ไม่ใช่เหตุผลที่จะนำเงินกู้มาใช้ตามอำเภอใจ

“รัฐบาลต้องบริหารจัดการงบประมาณภายในกรอบที่สภาผู้แทนราษฎรอนุมัติไว้ การนำเงินกู้มาใช้ในลักษณะนี้จะกลายเป็นบรรทัดฐานที่ไม่ดีในอนาคต หากเกิดวิกฤตจริงที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน อาจทำให้รัฐบาลนำเงินกู้สำหรับสถานการณ์พิเศษมาใช้กับเรื่องปกติ จนกระทบต่อวินัยการคลังและหนี้สาธารณะ” นางสาวศิริกัญญากล่าว

ส่วนกรณีที่รัฐบาลชี้แจงว่าผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานเช่นเดียวกันนั้น นางสาวศิริกัญญาระบุว่า ไม่สามารถตีความเช่นนั้นได้ เพราะสวัสดิการที่จ่ายเป็นสวัสดิการเดิม ไม่ใช่มาตรการช่วยเหลือใหม่ที่เกิดขึ้นจากวิกฤตพลังงานโดยตรง จึงไม่เข้าข่ายตามมาตรา 5 ของ พ.ร.ก.

นางสาวศิริกัญญา ยังตั้งข้อสังเกตว่า หากรัฐบาลต้องการให้เงินกู้สามารถนำมาใช้ในกรณีที่รายได้รัฐไม่เพียงพอ ก็ควรเขียนระบุไว้ในกฎหมายอย่างชัดเจน แต่เมื่อพิจารณาวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก. พบว่ามีเพียงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน และการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเท่านั้น

สำหรับประเด็นความจำเป็นเร่งด่วน นางสาวศิริกัญญามองว่า ไม่ได้เป็นกรณีเร่งด่วนถึงขั้นไม่สามารถใช้งบประมาณปกติได้ เนื่องจากเป็นค่าใช้จ่ายที่รัฐดำเนินการเป็นประจำทุกปี เพียงแต่รัฐบาลตั้งงบประมาณไว้ไม่เพียงพอ หลังจากมีแผนลดจำนวนผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปี 2569 แต่สุดท้ายไม่ได้มีการปรับลดจำนวนผู้ได้รับสิทธิ ทำให้งบประมาณที่ตั้งไว้ไม่เพียงพอและหมดลงตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

สารพัดมิตร

สารพัดมิตร

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ