ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมือง การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร วาระเรื่องร้องเรียนขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์การใช้อำนาจหน้าที่และการวางตัวเป็นกลางทางการเมืองของอธิบดีกรมการปกครอง เรื่องช่วยน้ำเงินด้วย ที่มีนางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน
โดยการประชุมดังกล่าว นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง มอบหมายนายวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง เข้าแจงแทน
มีผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ผู้แทนจาก ป.ป.ช. ผู้แทนจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่วน กกต.ทำหนังสือแจ้งว่าจะเข้าชี้แจงในวันที่ 18 มิ.ย.69 เนื่องจากติดภารกิจที่สำคัญและด่วน
นางสาวภคมน เปิดเผยว่า ตนเองอยากติดตามเรื่องนี้และเคารพทุกหน่วยงานที่เข้าชี้แจง คาดหวังว่าอธิบดีกรมการปกครองจะเข้ามาด้วยตนเอง เพราะเข้าใจว่าอยากจะแก้ข้อกล่าวหาต่อสังคม ต้องยอมรับว่าสังคมตั้งคำถามและให้ความสนใจ แต่กรมการปกครองส่งนายวินัยมา หากคำถามใดที่นายวินัยตอบ จะถือเป็นคำตอบของนายนฤชา ประชาชนอยากเห็นบทบาทขององค์กรอิสระ อยากเห็นว่าท่านจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม กล้าหาญตรวจสอบทุกหน่วยงานอย่างเท่าเทียมหรือไม่ ท่านต้องแสดงให้เห็นว่า ไม่มีอำนาจรัฐใดถูกใช้เป็นเครือข่ายทางการเมือง
เรื่องเล่าดังกล่าว ในวันที่ 20 พ.ค.69 นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ถูกสั่งย้ายให้มาช่วยราชการที่กรมการปกครองเป็นการประจำ คำสั่งมีผลตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.69 เหตุผลในการย้าย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แจ้งว่าผู้ประกอบการในสถานบันเทิงมีการร้องเรียนเกี่ยวกับผลประโยชน์ ดังนั้นจึงขอให้โยกย้ายเพื่อไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน และจะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบก่อน ซึ่งคณะฯ เหลือเวลา 9 วัน ก็จะครบหนึ่งเดือนแล้ว
.
นายรุ่งเรือง ชี้แจงว่าตั้งแต่มีคำสั่งย้าย ตนเองได้มาให้ปากคำที่กรมการปกครอง โดยใช้เวลา 3 ชั่วโมง ซึ่งเป็นปลัดจังหวัดตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.68 ตนเองได้บังคับใช้กฎหมายกับสถานประกอบการเรื่องการบุกรุกที่สาธารณะ จำนวน 2 แปลง ได้แก่ แปลงแรก 165 ไร่ และแปลงที่สองคือ หาดบางเทา หลังจากนั้นมีอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยโทรมาระบุว่ารู้จักผู้ใหญ่ในกระทรวง และมีกระแสในพื้นที่ว่าจะมีการย้ายตนเองออกนอกพื้นที่ จากนั้นก็มีคำสั่งย้ายตนเองพร้อมข้าราชการ 5 คน โดยไม่มีสาเหตุ ซึ่งตนเองมองว่าเป็นการจัดฉาก เพราะมีการเผยแพร่เรื่องที่ตนเองถูกดำเนินการทางวินัยเพื่อดิสเครดิต ให้คนภูเก็ตมองว่าตนเองมีภาพลักษณ์ที่ไม่ดี ทั้งที่เรื่องดังกล่าวเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว
นายรุ่งเรือง ยังได้เปิดแชทที่พูดคุยกับอธิบดีกรมการปกครอง ที่มาของคำว่า “น้ำเงินช่วยด้วย” และรายงานสัดส่วนคะแนนนิยมผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.ในจังหวัดภูเก็ต ก่อนจะระบุว่า แม้จะเป็นข้าราชการตัวเล็ก แต่ไม่สร้างพยานหลักฐานเท็จแน่นอน ตนเองไม่มีเจตนาที่จะฟ้องร้องรัฐบาลหรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง วันนี้เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างตนเองกับอธิบดีกรมการปกครอง
นางสาวภคมน จึงถามว่ากรมการปกครองสั่งงานกันผ่านแอปพลิเคชันไลน์เป็นปกติหรือไม่ นายวินัย กล่าวว่า สั่งงานตามระบบราชการ ไม่เคยสั่งงานผ่านทางไลน์ เพราะไลน์ใช้สำหรับประชาสัมพันธ์ผลงานและรายงานผลการดำเนินงานเท่านั้น นายรุ่งเรือง จึงค้านว่าที่ผ่านมามีข้อสั่งการผ่านทางไลน์
นางสาวภคมน กล่าวต่อว่า อธิบดีกรมการปกครองไม่ปฏิเสธว่าไลน์ดังกล่าวเป็นไลน์ของท่าน แต่ระบุว่าเป็นไลน์สาธารณะ จึงอยากรู้ว่าไลน์สาธารณะเป็นอย่างไร นายวินัย กล่าวว่า ไลน์สาธารณะเป็นไลน์เฉพาะกลุ่มระหว่างนายอำเภอกับผู้บังคับบัญชา กรณีนี้อธิบดีกรมการปกครองได้ชี้แจงไปที่กระทรวงมหาดไทยเรียบร้อย และชี้แจงไปที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้ว อยู่ระหว่างการตรวจสอบ
นายพิชานนท์ อิงประสาร สส.ตราด พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธาน กมธ. ถามนายรุ่งเรืองว่า การส่งโพลทางการเมือง เป็นหน้าที่ของปลัดจังหวัดหรือไม่ เพราะตนเองเคยเป็นกำนันเก่า หน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะต้องเป็นกลางทางการเมือง
นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าหากดูตามผลการเลือกตั้ง พรรคประชาชนคว้าชัยไป 2 เขตเลือกตั้ง อีกเขตหนึ่งคือพรรคกล้าธรรม แต่สิ่งที่ท่านตอบอธิบดีกรมการปกครองว่า “100% ครับนาย” เป็นการเอาใจนายหรือไม่ ทั้งที่รู้ว่าจะต้องเป็นกลางทางการเมือง หากอธิบดีกรมการปกครองสั่งการให้ช่วย พรรคภูมิใจไทยก็ต้องชนะทั้ง 3 เขตเลือกตั้งแล้ว แต่ผลการเลือกตั้งย้อนแย้งกัน
นายรุ่งเรือง ชี้แจงว่า การทำงานของฝ่ายปกครอง ทั้งนายอำเภอ ปลัดอำเภอ ก็จะต้องมีการรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ หากดูในไลน์จะเห็นว่าตนเองรายงานผลการจับโรงแรม จับยาเสพติด ยืนยันว่าตนเองไม่ได้เป็นคนทำโพล แต่เป็นการรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบสถานการณ์ในพื้นที่ เพราะตนเองก็บอกว่า “เพื่อโปรดทราบเป็นข้อมูล” และไม่ได้ช่วยพรรคการเมืองไหน ยืนยันว่าภาพแชทไลน์ถอดคำบรรยายมาทั้งหมด
นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร สส.นนทบุรี พรรคประชาชน ในฐานะรองประธาน กมธ. กล่าวว่าตามข้อความในแชต คำว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” นายรุ่งเรืองเข้าใจว่าอธิบดีกรมการปกครองต้องการให้ท่านทำอะไร ท่านจึงตอบกลับไปว่า 100% ครับนาย
นายรุ่งเรือง กล่าวว่า ใครก็ตามที่เกิดในยุคนี้หรือใน 5 ปีหลัง คงเข้าใจความหมายดี การที่ตอบว่าช่วยน้ำเงิน 100% นั้น ตนเองจะปฏิเสธผู้บังคับบัญชาไม่ได้ แต่ในข้อเท็จจริงตนเองไม่กล้าช่วยใคร เพราะไม่ได้รู้จักใครที่จังหวัดภูเก็ต เพิ่งย้ายเข้าไปดำรงตำแหน่ง
“100% ครับนาย ตอบในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ได้มีการช่วยเหลือ พร้อมรับคำสั่งและไม่ปฏิบัติตาม คำว่าช่วยน้ำเงินด้วย ตามความเข้าใจของผมคือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งผมมองว่าเป็นคำสั่ง เพราะบางครั้งทางราชการไม่ต้องสั่งการด้วยหนังสือ สามารถสั่งการเป็นวาจาก็ได้”
นายเสกสิทธิ์ จึงถามว่าโพลการเมืองใครเป็นคนสั่งให้ทำ ท่านมีหน้าที่อะไรที่ส่งสิ่งนี้ให้กับผู้บังคับบัญชา ส่วนคำว่าช่วยน้ำเงินด้วย ท่านเข้าใจว่าผู้บังคับบัญชาคาดหวังให้ท่านทำอะไร นายรุ่งเรือง กล่าวย้ำว่า เป็นการรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ ช่วยน้ำเงินด้วย กับ 100% ครับนาย ใครเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาก็ต้องตอบแบบนั้น ซึ่งตนเองคงช่วยใครไม่ได้ โดยที่มาของผลโพลคะแนน ตำบลหมู่บ้านรายงานมาที่ปลัดอำเภอ ปลัดอำเภอรายงานผลมาที่เลขาของตนเองอีกที
นายเอกพล ณ พัทลุง สส.ตรัง พรรคภูมิใจไทย จึงตั้งคำถามว่า เพราะเหตุใดถึงเปิดเผยเรื่องดังกล่าวในช่วงนี้ หากไม่ถูกย้ายจะเปิดเผยข้อความนี้หรือไม่ นายรุ่งเรือง กล่าวว่า อยากเปิดเผยตั้งนานแล้ว แต่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน
นายชานนท์ แก่นสวาท นิติกรชำนาญการจาก ก.พ. ชี้แจงว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องร้องเรียนที่ยังไม่ชัดเจน ดังนั้นจะต้องมีกระบวนการตรวจสอบก่อน หากสอบแล้วมีมูลก็จะดำเนินการทางวินัยต่อไป ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานความไม่เป็นกลางทางการเมือง และมีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับมารยาททางการเมือง ที่ระบุว่า ข้าราชการต้องไม่ช่วยเหลือการหาเสียง
สำหรับคำว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” ต้องดูว่าคุยกันบริบทไหน แต่อย่างไรจะต้องมีการวางตัวเป็นกลางและปฏิบัติตามมารยาททางการเมืองของราชการ โดยเกณฑ์การพิจารณาว่ากรณีดังกล่าวเข้าข่ายความผิดหรือไม่ เป็นดุลยพินิจของคณะกรรมการสอบสวน ที่จะทำหน้าที่ในการชั่งน้ำหนักของทั้งสองฝ่าย ต้องดูรายละเอียดค่อนข้างมาก เหมือนกับการพิจารณาคดีหนึ่ง และหากผู้บังคับบัญชาละเลย ไม่ตั้งคณะกรรมการสอบสวนในเรื่องดังกล่าว จะถือว่ามีความผิดทางวินัย
เช่นเดียวกับผู้แทน ป.ป.ช. ชี้แจงว่า หากผู้บังคับบัญชาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จะมีทั้งโทษทางวินัย และถ้ามีพยานหลักฐานอาจโยงไปถึงความผิดทางอาญาได้ ซึ่งสามารถไต่สวนได้ตาม พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ทั้งนี้ต้องดูพยานหลักฐานและเอกสารประกอบ
นายวินัย ยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายปกครองทุกระดับในช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมายึดมั่นความเป็นกลางทางการเมืองและระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ประชุมซักซ้อม และมีหนังสือชัดเจนถึงบุคลากรในการวางตัวเป็นกลางทางการเมือง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย สนับสนุนการเลือกตั้งอยู่แล้ว ยืนยันว่ากรมการปกครองไม่เคยจัดทำโพล ในวันเลือกตั้งก็มีการสนับสนุนกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกเรียบร้อยและแก้ปัญหาทางทะเบียน โดยการเลือกตั้งที่ผ่านมาบุคลากรของกรมการปกครองได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการวางตัวเป็นกลางจำนวนน้อยมาก
ขณะที่การตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและสอบวินัย เป็นอำนาจของกระทรวงมหาดไทย โดยขณะนี้ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบใด ๆ ทั้งสิ้น อยู่ระหว่างการชี้แจงข้อมูลระหว่างอธิบดีกรมการปกครอง และผู้บังคับบัญชา คือ ปลัดกระทรวง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ส่วนการแต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขต เป็นหน้าที่ของ กกต. เป็นผู้สรรหา ยืนยันว่ากรมการปกครองไม่ได้ส่งรายชื่อไปให้ แต่ผู้ที่ได้รับการทาบทามและมีรายชื่อไปเป็นกรรมการการเลือกตั้งประจำเขต และ ผอ.กกต.เขต จะมีการแจ้งรายชื่อต่อผู้บังคับบัญชาในพื้นที่
ขณะที่การแต่งตั้งโยกย้าย 300 กว่าตำแหน่งในห้วงเวลาเดียวกัน เพราะช่วงเวลาดังกล่าวมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งบริหารและมีตำแหน่งที่เกษียณอายุราชการ ย้ำว่าเป็นการโยกย้ายในห้วงเวลาปกติ และดำเนินการตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดินอย่างเคร่งครัด
นายรุ่งเรือง กล่าวต่อว่า การไปอยู่จังหวัดภูเก็ต ไม่ได้รู้จักนักการเมืองคนใด เมื่อไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ กลุ่มต่าง ๆ ก็มองว่าตนเองไม่ใช่พวกเขา ทำอะไรก็ถูกมองว่าไม่ใช่กลุ่มของคนนั้นคนนี้ ตั้งแต่ตนเองไปจับกุมที่หาดบางเทา พบกลุ่มการเมืองในพื้นที่สนิทสนมกับผู้ต้องหา ด้วยเหตุนี้เชื่อว่าทำให้ตนเองต้องถูกย้ายมาช่วยราชการที่กรมการปกครอง ซึ่งเรื่องแชตไลน์หลุดกับการโยกย้ายให้มาช่วยราชการ ตนเองมองว่าเป็นคนละประเด็นกัน
นายวัชรพงษ์ ศิริรักษ์ สส.ระยอง พรรคประชาชน ในฐานะรองประธาน กมธ. ที่มีรายชื่อในผลโพล กล่าวต่อว่า หากเปลี่ยนคำว่าเป็น “ช่วยส้มด้วย” ทุกคนจะคิดว่ามันถูกต้องหรือไม่ ทุกการเลือกตั้งเกิดจากการตัดสินใจของประชาชน หากหน่วยงานข้าราชการมาช่วยจะมีศักดิ์ศรีหรือไม่ ยกตัวอย่างอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ก็มีปลัดปกครองส่งในไลน์ไปกลุ่มของปลัดอำเภอ เพื่อขอให้ช่วยผู้สมัครพรรคสีน้ำเงิน เช่นนี้มีความเป็นกลางทางการเมืองหรือไม่
นายวินัย ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการฯ ที่แจ้งข้อมูลให้ทราบ ว่ามีการกระทำผิดกฎหมายเกิดขึ้น จึงขอข้อมูลไปสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต
นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม จึงกล่าวว่า ขอฝากรองอธิบดีกรมการปกครองทำให้เห็นว่ามีการดำเนินการ จะลงโทษสถานเบาหรือสถานหนักก็ไม่ได้ซีเรียส กรณีที่ผู้กระทำผิดก็ขอให้ดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ว่าผลตรวจสอบจะออกมาเป็นอย่างไร เชื่อว่าสังคมไทยจะรับได้ ตนเองคนหนึ่งยืนข้างความถูกต้อง แต่ขออย่ากลั่นแกล้งกัน ใครผิดใครถูก ขอให้ดำเนินการตามข้อเท็จจริง
นายวรา จันทร์มณี ที่ปรึกษา กมธ. แย้งว่า ผลสอบเป็นเรื่องซีเรียส สิ่งที่ข้าราชการกระทำผิดต้องเข้มงวดในการตรวจสอบและลงโทษ นายชนนพัฒฐ์ กล่าวว่า เข้าใจว่าซีเรียส แต่บางครั้งมันเดินไม่ได้ ต้องเปิดทางให้หน่วยงานได้ไปทำงานต่อ เชื่อว่าไม่มีใครกล้าอยู่เหนือกฎหมาย