นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานพรรคเศรษฐกิจ ได้เปิดแถลงข่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบขบวนการทุจริตในกรุงเทพมหานคร หรือที่ทางพรรคเรียกว่า "ระบบอากง" ซึ่งเป็นการสืบเนื่องจากการเปิดประเด็นตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม การซื้อขายตำแหน่ง และการทุจริตในสำนักงานเขตต่าง ๆ
โดยยืนยันว่าพรรคเศรษฐกิจได้เดินหน้าขับเคลื่อนตรวจสอบอย่างต่อเนื่องในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการส่งตัวแทนเข้าแจ้งความดำเนินคดีกรณีสำนักงานเขตนำทรัพย์สินราชการไปใช้มิชอบ
การยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. รวมถึงการยื่นหนังสือต่อกระทรวงแรงงานกรณีปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในพื้นที่กรุงเทพฯ เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
นายคริส กล่าวว่า ปัจจุบันสังคมและหลายพรรคการเมืองเริ่มหันมาสปอตไลท์ปัญหาการทุจริตของ กทม. มากขึ้น ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เช่น กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า งบประมาณ กทม. กว่า 92% หรือคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 43,000 ล้านบาท เป็นการจัดซื้อจัดจ้างที่ "ไม่ผ่านกระบวนการประมูล" เนื่องจากมีการซอยย่อยให้เป็นโครงการที่มีวงเงินต่ำกว่า 500,000 บาท เพื่อให้สามารถใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจงได้
แต่ที่ผ่านมายังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดว่าโครงการเหล่านั้นคืออะไร เกี่ยวข้องกับใคร และบริษัทใดได้ประโยชน์ พรรคเศรษฐกิจจึงมองว่าปัญหาสำคัญเกิดจากโครงสร้างการบริหารของ กทม. ที่ใช้กฎหมายเก่าแก่อายุเกือบ 40 ปี ทำให้อำนาจเบ็ดเสร็จกระจุกตัวอยู่ที่ผู้ว่าฯ กทม. แต่กลไกตรวจสอบกลับอ่อนแอ
ด้วยเหตุนี้ พรรคเศรษฐกิจจึงได้เสนอญัตติขอให้สภาฯ ศึกษาการปฏิรูประบบบริหารกรุงเทพมหานครทั้งระบบ พร้อมข้อเสนอไฮไลท์คือ การจัดตั้งองค์กรอิสระด้านการต่อต้านคอร์รัปชันประจำกรุงเทพมหานคร ที่มีวาระ 6 ปี ทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตโดยตรง ไม่ขึ้นตรงต่อผู้ว่าฯ หรือปลัด กทม.
โดยมีคณะกรรมการคัดเลือกมาจากตัวแทนศาลฎีกา ศาลปกครอง ป.ป.ช. สก. และผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อเข้ามาคุมเข้มงบประมาณของ กทม. ที่สูงถึงปีละ 100,000 ล้านบาท รวมงบอุดหนุนจากรัฐบาลอีก 36,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นเงินภาษีของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่แค่คนกรุง
นอกจากนี้ ประธานพรรคเศรษฐกิจยังได้แฉถึงพฤติกรรมใน "ระบบอากง" ช่วงพิจารณางบประมาณว่า จะมีการประสานงานกันระหว่างฝ่ายบริหารกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เพื่อผ่านร่างงบประมาณ จากนั้นจะใช้วิธีตัดลดงบฯ บางส่วนแล้วนำไปจัดสรรใหม่ลงพื้นที่ของ สก. แต่ละเขต
โดยตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการนำงบเหล่านั้นไปหั่นเป็นโครงการย่อย ๆ แฝงตัวให้ต่ำกว่า 5 แสนบาท เพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดประมูลทั่วไป (e-bidding) แล้วเลือกจิ้มบริษัทพรรคพวกตัวเองแบบเฉพาะเจาะจง เพื่อเรียกรับผลประโยชน์หรือ "เงินทอน" จากผู้รับเหมา
ทั้งนี้ นายคริส ได้เปิดเผยรายชื่อโครงการและบริษัทเอกชนที่พบความผิดปกติในหลายสำนักงานเขต ประกอบด้วย เขตบางนา, พระโขนง, บางแค, บางซื่อ, จตุจักร, ราชเทวี, ลาดพร้าว, ยานนาวา, ทวีวัฒนา, ตลิ่งชัน และพระนคร
พร้อมเรียกร้องให้ผู้ว่าฯ กทม. บุคคลที่ถูกเรียกว่า "อากง" และ สก. ในพื้นที่ดังกล่าว ออกมาชี้แจงความสัมพันธ์กับบริษัทที่ได้งานและความโปร่งใสของโครงการต่อสาธารณะ
โดยย้ำว่าเขตที่พบข้อพิรุธมี สก. สังกัดอยู่หลายพรรค รวมถึงพรรคการเมืองฝ่ายสีส้ม การตรวจสอบนี้จึงไม่ได้มุ่งเป้าดิสเครดิตทางการเมืองไปที่ใครคนใดคนหนึ่ง แต่ทำเพื่อรักษาประโยชน์ของประชาชน โดยพรรคจะหอบหลักฐานและเอกสารทั้งหมดเข้ายื่นต่อสำนักงาน ป.ป.ช. ในสัปดาห์หน้า
"ผมย้ำอีกครั้งนะครับ ไม่ใช่เรื่องถูกกฎหมายหรือวิธีการจัดจ้างแบบที่ท่านชัชชาติพูด ถ้าท่านจัดจ้างแบบซอยย่อยเป็นความผิดนะครับ ความผิดอาญา ติดคุก แล้วเดี๋ยวไปนั่งคุยกันว่าตกลงว่าที่ท่านพูดว่าทำถูกทุกอย่างเนี่ย ถูกจริงไหม จะมีคนหลุดจากเก้าอี้ไหมนะครับ" นายคริส กล่าวทิ้งท้าย