"อนุทิน" ซัดโกงสอบท้องถิ่น ถือเป็นการขายชาติอย่างหนึ่ง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"อนุทิน" ซัดโกงสอบท้องถิ่น ถือเป็นการขายชาติอย่างหนึ่ง เร่งตรวจสอบคลิปเสียงชี้พิสูจน์ไม่ยาก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีที่ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรณีการตรวจสอบคดีทุจริตการสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการท้องถิ่นว่า ตนได้เรียกมาสั่งการและมอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปเร่งดำเนินการ และดำเนินคดีกับคนที่กระทำผิด รวมถึงหาวิธีป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก ขณะเดียวกันก็ต้องดำเนินการกับบุคคลที่มีส่วนรับผิดชอบด้วย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้สื่อข่าว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ส่วนในเรื่องของคดี นายกรัฐมนตรี ระบุว่ากระทรวงมหาดไทยได้ตั้ง นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ว่าเป็นไปตามข้อกล่าวหาหรือไม่ เพราะอุกอาจ หากถึงขั้นเอาข้อสอบของข้าราชการท้องถิ่นมาแก้ และกำหนดให้ใครคนใดคนหนึ่งได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการก็ถือเป็นการเอาเปรียบ ทุจริต และขายชาติอย่างหนึ่ง เพราะเป็นการปิดโอกาสให้คนที่มีความรู้ ความสามารถ ต้องมาแพ้กับขบวนการที่ทำการทุจริตเช่นนี้ อีกทั้งยังทำให้ได้ข้าราชการที่ทุจริตเข้ามาทำงานตั้งแต่ต้น ฉะนั้นยืนยันว่า เราปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นไม่ได้

ส่วนผลการสอบจะเป็นโมฆะทั้งหมดหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การพาดหัวข่าวที่ออกไป อาจทำให้คนตกใจ ก่อนชี้แจงว่า ที่ตนบอกในที่ประชุมคือ ”ถ้ามันไปถึงจุดที่พบว่ามีการทุจริต ในส่วนที่มีการทุจริตก็ต้องให้เป็นโมฆะ แต่มีการชี้แจงว่าได้มีการบรรจุข้าราชการหลายท่านไปแล้ว ถ้าข้าราชการหลายคนนั้นเป็นต้นตอมาจากการทุจริตก็ต้องไปทั้งยวง ตามทฤษฎีผลไม้มีพิษ  ถ้าเริ่มไม่ถูก ก็จะไม่ถูกตลอดทาง นี่เป็นหลักที่ตนต้องมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบไว้ว่า เป้าหมายต้องเป็นแบบนี้ เพราะตนเคยเจอมาบ่อยมาก ต่อให้ผิดแต่บรรจุไปแล้ว แต่งตั้งแล้ว บางทีบอกแต่งตั้งผิด คัดสรรผิด แต่กว่าศาลจะบอกว่าผิดคนๆ นั้นไปเป็น ผอ. เป็นระดับซี 9 ซี 10 เมื่อถึงเวลาบอกว่าผิดก็ไปดึงกลับมาไม่ได้ ตนจึงยกตัวอย่างขึ้นมาว่า สำหรับตรงนี้มันไม่ใช่ นี่เป็นการรับเข้ามาทำงานยังไม่ถึงปี ถ้าเข้ามาด้วยการสอบที่ถูกต้องก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเข้ามาโดยการทุจริต แก้ข้อสอบมา ก็ต้องโมฆะหมด“

ส่วนทราบหรือไม่ว่า ขบวนการทุจริตดังกล่าวเกิดขึ้นในยุคใด นายกรัฐมนตรี ระบุว่า มีการสอบในเดือนธันวาคม ปี 2568 ซึ่งเป็นยุคของตน แต่การสอบเป็นส่วนของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งตนได้มีการยกเลิกครั้งแรกมาแล้ว ว่าอย่าเพิ่งดำเนินการสอบ และในช่วงที่ตนเข้ามา ปี 2566 ก็ไม่มีการสอบเลย แต่ตอนนี้มาบอกว่าท้องถิ่นกดดันว่า 2-3 ปีแล้ว ที่ไม่มีการสอบ ทำงานกันไม่ไหว จึงขอให้มีการสอบ แต่จะปล่อยหรือไม่ก็เป็นหน้าที่ของกรม ซึ่งต้องทำให้ดี จึงได้เปลี่ยนจากมหาวิทยาลัยบูรพา มาเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พร้อมเปลี่ยนคนบริหารจัดการการสอบ

ซึ่งทั้งสองถือเป็นหน่วยงานราชการ เพราะฉะนั้นต้องถือว่าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง แต่มีการรั่วของข้อสอบได้อย่างไร และที่แย่ที่สุดคือมีการแก้ผลสอบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ไหว จึงเป็นเหตุที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยต้องดำเนินการ และต่อให้ผู้บริหารไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เมื่อบรรจุข้าราชการเข้าไป ก็ต้องถือว่าไม่มีประสิทธิภาพการทำงาน

สำหรับเรื่องการตรวจสอบคลิปเสียง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คลิปเสียงไม่สำคัญเท่าหลักฐาน และก็ไม่รู้ว่าเป็นของจริง หรือ ของปลอม ตนฟังมาจากโซเชียลมีเดีย แต่ยังไม่มีใครบอกว่านี่เป็นคลิปเสียงที่ถือเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี อย่างไรก็ตามทางตำรวจกำลังดำเนินการอยู่ หากเป็นของจริงก็จะดำเนินคดีอย่างเต็มที่

ขณะที่ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้เสียหายคนหนึ่ง ปลัดกระทรวงมหาดไทยจะไปแจ้งความดำเนินคดี จากเมื่อเช้าได้รับฟังรายงานมาบอกว่า ตำรวจทำอะไรไม่ได้ เพราะสำนวนอยู่ที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพราะผู้ที่สอบได้ แต่ไม่ได้รับความเป็นธรรมไปยื่นร้องที่นั่น ทำให้ตำรวจทำอะไรไม่ได้ นอกจากให้การสนับสนุน อย่างไรก็ตาม เมื่อประชุมกันแล้ว ถือว่ากระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในผู้เสียหาย จึงไปร้องที่ตำรวจให้สามารถดำเนินคดีได้ด้วยตัวเองควบคู่กันไป

ส่วนเรื่องคลิปเสียงที่มีรายงานว่าเป็นเสียงของ รมช. คนหนึ่งนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากมีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าเป็นใครก็โดนทั้งหมด รมช. ในคลิปเสียงมีคนมารายงานตนว่าเป็นคลิปเสียงเก่าก่อนชุดนี้แน่นอน ซึ่งตนก็ต้องไปดูต่อ แต่ถ้าหากเป็นปี 2568 ก็มีรัฐมนตรีช่วยว่าการ 3 คน และถ้าเป็นช่วงเดือนธันวาคมของ รัฐบาลอนุทิน 1 ก็มี 3 คน ซึ่งคนที่มาบอกตนว่าคลิปเสียงดังกล่าวมีมาตั้งแต่เดือนธันวาคม แต่ตนก็ไม่รู้ว่าปีไหน ซึ่งการจะไปสืบว่าคลิปนี้จริงหรือเป็น AI ทำขึ้นมาหรือไม่ คงดูไม่ยาก ซึ่งในช่วงปี 2568 ตนกำกับดูแลอยู่ และมีช่วงที่ไม่ได้อยู่เพียงแค่ 3 เดือน คือเดือน มิถุนายน-กันยายน แต่ตรงนี้ มีอธิบดีที่กำกับดูแลเรื่องนี้ถึง 4 คน และกรมที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ก็มีอยู่กลุ่มเดียวคือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่สามารถตีกระชับได้

ฉะนั้น เดี๋ยวคงมีการสืบสวนสอบสวน ซึ่งขณะนี้หลักฐานต่างๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง ป.ป.ท., ป.ป.ช. ตำรวจ และปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็รวบรวมทุกอย่างอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องได้ทุกชิ้น แค่แก้ไขผลการสอบแค่แผ่นเดียว ไม่ต้องไปทำถึง 3,000 คน แผ่นเดียวก็ผิดแล้ว

ขณะที่ กรณีการโพสต์ของอดีต รมช. ที่ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว ในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง รมช. กระทรวงมหาดไทย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ต้องมีใครออกมาปฏิเสธ อยู่ที่การสอบสวนมากกว่า มาปฏิเสธก่อนตอนนี้ เดี๋ยวก็หาว่าร้อนตัว เรายังไม่พูดถึงใครทั้งนั้น ที่ตนได้ประชุมสั่งการเมื่อเช้าคือให้ดำเนินการเต็มที่ไม่มีข้อยกเว้น ไม่ต้องเกรงใจใคร พาดถึงใครก็โดนคนนั้น ใกล้ชิดสนิทสนม รู้จักหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นโดยปิดชื่อถือพฤติกรรม ซึ่งตนทำแนวนี้มาโดยตลอด ถ้าไม่ทำแนวนี้ คนที่เดือดร้อนที่สุดคือตน

ส่วนตกใจหรือไม่ ที่มีเรื่องแบบนี้ เพราะในสังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ก็ไม่อุกอาจขนาดนี้ เคยได้ยินข่าวมีคนศรีสะเกษทำแบบนี้เหมือนกัน แต่ตนก็ไม่เชื่อว่าทำจริง วันนี้เมื่อมาดูรายละเอียด เห็นทั้งหมดว่ามีการเอากล่องใส่ข้อสอบไปไว้ในสถานที่ที่ไม่เกี่ยวข้อง ทั้งที่ ห้องมั่นคงของหน่วยราชการก็มีจำนวนมาก เหตุใดต้องไปอยู่ที่บริษัทแห่งนั้น นี่คือสิ่งที่ชัดเจน ที่ทำให้เข้าไปจัดการได้ ในส่วนของตนที่บอกว่าเกี่ยวข้องกับคนนั้น คนนี้ ตนบอกแล้วว่าตนได้สั่งยกเลิกช่วงตนเข้ามาปี 2566-2567 ตนไม่ให้สอบ ไม่ใช่ไม่อยากได้ข้าราชการ แต่พอได้ยินข่าวแบบนี้  และได้ให้มีการชี้แจง แต่ในเมื่อชี้แจงไม่ได้ และไม่สมเหตุสมผล ก็ให้ระงับการสอบไปก่อน

ส่วนประเด็นสอบถามว่ายังเอาอยู่ใช่หรือไม่ เพราะขณะนี้กระทรวงมหาดไทยมีหลายเรื่องร้อน ทั้งเรื่องโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตและเรื่องทุจริตสอบ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าเรื่องร้อนที่เกิดขึ้น มาจากการทุจริต ไม่ต้องถามว่าเอาอยู่หรือไม่ เพราะไม่เอาไม่ได้ ไม่เช่นนั้นก็จะถือว่าละเว้น ฉะนั้นไม่มีอะไรที่ต้องกังวล ถ้าเป็นเรื่องร้อนเพราะทะเลาะกัน ความเห็นไม่ตรงกัน ไม่มีเรื่องทุจริตมาเกี่ยวข้องเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ต้องไปดำเนินการอีกอย่างหนึ่ง

แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต การทำงานที่ด้อยประสิทธิภาพ การเอาเปรียบ กลั่นแกล้งพี่น้องประชาชน ถ้าเป็นความจริง ก็มีสิ่งที่เหมือนกันอย่างหนึ่งคือการเอาเปรียบประชาชน เอาเปรียบคนที่สอบได้ เอาเปรียบคนที่ไปทำมาหากินโดยสุจริต แล้วไปแอบอ้างว่ามีสิทธิในที่ดิน ใช้อิทธิพลขับไล่ประชาชนออกไป ทั้งสองกรณีต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ ไม่ต้องถามว่าทำอย่างไร ถ้าจะให้ทำตามกฎหมายทั้งหมด วันนี้จับได้ย้ายคนออก ต่อไปก็ต้องมาบอกว่ารอศาลตัดสิน แต่จะรอหรือไม่อีกตั้ง 5 ปี ในเมื่อรอกระบวนการระหว่างศาลตัดสิน ในฐานะผู้บริหารกระทรวงก็ต้องไปแก้ไขให้งานไม่ติดขัด และไม่ให้เกิดเหตุที่จะส่อไปในทางทุจริตเช่นนี้อีก

พร้อมย้ำว่า ในส่วนของการทำงานบริหารก็ทำไป แต่การลงโทษผู้กระทำผิดก็ต้องดำเนินการคู่ขนานกันไป ทั้งนี้ จะมีการตรวจสอบ ไปถึงการสอบครั้งอื่นๆ ด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คำว่าขยายผล คือขยายไปทั้งหน้าและหลัง ไปถึงใครก็ตรงนั้น

ส่วนกรณีที่ในขณะนี้กระทรวงมหาดไทย มีปัญหาหลายเรื่องนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ต้องแก้ไขและตั้งสมมุติฐานว่าข้าราชการทุกคนเป็นคนดีทำเพื่อชาติบ้านเมือง กว่าจะดำเนินการได้ว่าเขาทำผิดก็มีหลักยุติธรรมอยู่ ลงโทษคนถูกหนึ่งคน ไม่เท่ากับลงโทษคนผิดร้อยคน ต้องทำทุกอย่างด้วยความรอบคอบ

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ