ผู้สื่อข่าวรายงานวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ภายหลังการเลือกตั้งผู้ว่าราชการเมืองพัทยาและสมาชิกสภาเมืองพัทยา 2569 โดยผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ เวลา 21.35 น. นับคะแนนแล้ว 109 หน่วย จากทั้งหมด 113 หน่วย คิดเป็น 96.46% มีผู้มาใช้สิทธิ 33,178 คน จากผู้มีสิทธิทั้งหมด 80,196 คน
พบว่า นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา กลุ่มเรารักพัทยา ได้คะแนนนำมาเป็นอันดับ 1 ที่ 19,319 คิดเป็น 60.7% รองลงมาคือ นายอิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา พรรคประชาชน ได้ 11,044 คะแนน คิดเป็น 34.7%
นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา กลุ่มเรารักพัทยา กล่าวภายหลังการนับคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าราชการเมืองพัทยาและสมาชิกสภาเมืองพัทยา ว่า ผลการนับคะแนนในช่วงแรกสะท้อนให้เห็นว่าการทำงานอย่างหนักตลอดช่วงที่ผ่านมาได้รับการตอบรับจากประชาชน
อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการก่อน จึงยังไม่ขอประกาศชัยชนะ พร้อมกันนี้ได้กล่าวขอบคุณประชาชนทุกคนที่ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งและมอบคะแนนเสียงให้
นายปรเมศวร์ กล่าวว่า หากได้รับความไว้วางใจให้กลับเข้ามาบริหารเมืองพัทยาอีกครั้ง จะเดินหน้าพัฒนาเมืองภายใต้แนวคิด “Pattaya Version 2” มุ่งยกระดับเมืองพัทยาให้เป็น เมืองท่องเที่ยวระดับโลก คุณภาพชีวิตระดับสากล โดยจะเพิ่มกิจกรรมและเทศกาลระดับนานาชาติ เพื่อสร้างรายได้และขยายภาพลักษณ์ของเมืองให้เป็นมากกว่าเมืองแห่งสถานบันเทิง แต่เป็นทั้ง Music City, Sport City, Wellness City รวมถึงผลักดันให้เป็น เมืองแห่งภาพยนตร์ (Film City) และศูนย์กลางของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน นายปรเมศวร์ ระบุว่า จะเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบภายใน 4 ปี ด้วยโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่บริเวณถนนพัทยาใต้ พร้อมผลักดันการก่อสร้างเตาเผาขยะแห่งที่ 2 สนับสนุนการติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Station) เพื่อขับเคลื่อนเมืองสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
สำหรับการยกระดับคุณภาพชีวิต จะผลักดันโครงการตรวจสุขภาพประชาชน บริการหมอถึงบ้าน พยาบาลถึงเรือน รวมถึงดูแลสวัสดิภาพสัตว์ด้วยการทำหมัน ฉีดวัคซีน และจัดตั้งเครือข่ายพิทักษ์สัตว์ ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ผ่านโรงเรียนผู้สูงอายุ ศูนย์สร้างสุข และโรงเรียนผู้ปกครอง
ในด้านการศึกษา จะส่งเสริมการเรียนรู้แบบ Project-Based Learning ขยายโอกาสการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียนสังกัดเมืองพัทยา ผลักดันโครงการ “เด็กพัทยาต้องว่ายน้ำเป็น” และสนับสนุนกิจกรรมกีฬา เพื่อสอดรับกับนโยบายการเป็น Sport City
นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าขับเคลื่อนเมืองสู่ Smart City ด้วยการใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและความโปร่งใส รวมถึงขยายระบบกล้องวงจรปิดให้ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงทั่วเมือง โดยเชื่อมโยงเข้ากับระบบ Pattaya Connect เพื่อยกระดับความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว
นายปรเมศวร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่นาเกลือ จอมเทียน และเกาะล้าน โดยต่อยอดอัตลักษณ์ท้องถิ่น ส่งเสริมอาชีพประมงพื้นบ้านและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อผลักดันเมืองพัทยาให้ก้าวสู่การเป็น เมืองท่องเที่ยวระดับโลก ควบคู่กับคุณภาพชีวิตระดับสากล อย่างยั่งยืน