จากกรณีเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ปรากฏรายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุถึงความคืบหน้าในคดีฮั้ว สว. ตามกฎหมายเลือกตั้งว่า คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ได้มีมติ 5:2 ให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 ราย ประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดปัจจุบัน จำนวน 138 ราย กรรมการบริหารพรรคการเมือง สส. สมาชิกพรรค และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องอีกจำนวน 91 ราย ไม่มีมูลความผิดในคดี ส่วนอีก 2 มติ เห็นควรให้ชี้มูล 134 ราย ในกลุ่ม สว. ปัจจุบัน 138 ราย
กระทั่งเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ยืนยันว่า ความคืบหน้าในคดีฮั้ว สว. ได้เริ่มการพิจารณาครั้งแรกไปเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 และจะมีการประชุมร่วมกันทุกวันจันทร์เว้นจันทร์ กรอบการประชุมทั้งหมด 12 ครั้ง เพื่อให้ กกต. มีเวลาในการดูข้อมูลเอกสารอย่างละเอียด รวมถึงอาจแบ่งพิจารณาตามกลุ่มจังหวัดหรือตามข้อกล่าวหา อาทิ กกต. ได้เริ่มพิจารณาในส่วนของ จ.สุราษฎร์ธานี ไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนผลการพิจารณาคดีจะออกพร้อมกันทุกคน และเป็นการลงมติพร้อมกันในครั้งเดียว
ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมายืนยันว่า การพิจารณาคดีฮั้ว สว. มีความคืบหน้าไปพอสมควร โดยพิจารณาไปหลายข้อหา ตามที่ตั้งไว้ทั้งหมด 7 ข้อหา ขณะนี้เหลือส่วนปลีกย่อยและส่วนสำคัญที่ยังไม่ได้พิจารณา โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพาดพิงถึงนักการเมือง พร้อมคาดว่าจะมีการพิจารณาในช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2569 เนื่องด้วยประธาน กกต. ได้วางไทม์ไลน์ว่าอยากให้เสร็จสิ้นภายในห้วงเวลาดังกล่าว และคาดว่าคงไม่มีการขยายเวลาแล้ว แม้ว่าข้อมูลยังไม่เพียงพอก็ตาม
แต่หาก กกต. สั่งการให้สอบสวนเพิ่มเติม ก็เกรงว่าจะเกิดความล่าช้า ขณะนี้จึงอยู่ที่มติของบอร์ด กกต. ว่าจะมีความเห็นอย่างไร ขณะที่สำนวนคดีความผิดอาญาที่ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ได้ถูกอัยการคดีพิเศษตีกลับสำนวน หลังสั่งฟ้องผู้ต้องหาล็อตแรก จำนวน 8 ราย ประกอบด้วย สว. ตัวจริง 2 ราย และอีก 6 ราย เป็นเครือข่ายของพรรคการเมืองดัง
โดยอัยการคดีพิเศษได้สั่งการให้สอบสวนเพิ่มเติมให้ครบถ้วน และให้รวบรวมข้อมูลจากสำนวนของ กกต. ที่สืบสวนสอบสวนคณะบุคคล 7 กลุ่ม ซึ่งมีความเกี่ยวข้องในคดีฮั้ว สว. เข้าสู่สำนวนคดีอาญาอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ของดีเอสไอด้วย ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 รายงานภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงกรณีที่พรรคฝ่ายค้าน นำโดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) ได้นำคำให้การของพยานและเอกสารบางส่วนที่อ้างว่าเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) มาเปิดเผยต่อสาธารณะ โดยมีเนื้อหาอ้างถึงการจัดซื้อตั๋วเครื่องบิน การจัดที่พัก การพาผู้สมัครบางส่วนร่วมกิจกรรมบนเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงการประชุมและการจัดทำโพยลงคะแนนเลือก สว. นั้น
คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. รายงานว่า ตามหลักการสอบสวน หากพยานมีการให้ข้อมูลหรือคำให้การในชั้นสอบสวน รายละเอียดดังกล่าวจะถูกบันทึกไว้เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนคดีอยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาดีเอสไอไม่เคยเปิดเผยรายละเอียดภายในสำนวนคดี อีกทั้งพยานหลักฐานในสำนวนของดีเอสไอ กรณีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. และสำนวนของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 กรณีฮั้ว สว. ก็เป็นพยานหลักฐานชุดเดียวกัน
ดังนั้น โดยเฉพาะสำนวนคดีฮั้ว สว. ซึ่งก่อนหน้านี้คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 ได้มีมติดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น 229 ราย สำนวนนี้ได้ผ่านการกลั่นกรองไปถึงชั้นคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 และล่าสุดอยู่ในชั้นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว กกต. จะมีทีมงานช่วยตรวจสอบสำนวนและรายละเอียดข้อเท็จจริงจากถ้อยคำให้การของพยานต่าง ๆ
รายงานภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เผยอีกว่า ส่วนความคืบหน้าคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ของดีเอสไอ ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมตามคำสั่งของอัยการคดีพิเศษ โดยได้มีการสอบปากคำพยานเพิ่มเติม และได้นำเอกสารรายงานธุรกรรมทางการเงินจากสถาบันการเงินของผู้เกี่ยวข้องในคดีมาตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ดี จากเดิมในตอนแรกที่ดีเอสไอได้มีการสั่งฟ้องไปทั้งสิ้น 8 ราย ประกอบด้วยเครือข่ายพรรคการเมืองใหญ่ 6 ราย และสมาชิกวุฒิสภาตัวจริง 2 ราย แต่อัยการเห็นว่าจำนวนผู้ถูกกล่าวหายังไม่สอดคล้องกับพยานหลักฐาน จึงได้มีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม ขณะนี้มีพยานหลักฐานที่บ่งชี้ได้ว่า ในคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ของดีเอสไอ
ท้ายสุดอาจมีการสรุปสำนวนดำเนินคดีผู้ต้องหาเพิ่มเติมที่มีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับขบวนการฮั้วเลือก สว. ระดับประเทศ ไม่ได้มีผู้ต้องหาเพียง 8 รายดังเดิม ทั้งนี้ เนื่องจากอัยการได้สั่งให้รวบรวมสำนวนเข้ากับสำนวนของ กกต. ด้วย
จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ยังต้องรอผลการวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือบอร์ด กกต. ว่าจะมีความเห็นให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหากี่ราย เป็นรายใดบ้าง และจากฐานความผิดใดบ้าง เพื่อให้ดีเอสไอได้นำข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาประกอบสำนวน ก่อนสรุปส่งสำนวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. พร้อมความเห็นควรดำเนินคดีให้อัยการคดีพิเศษพิจารณาอีกครั้ง
รายงานภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เผยต่อว่า การดำเนินการของ กกต. และดีเอสไอเป็นคนละกระบวนการตามกฎหมาย โดย กกต. พิจารณาความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง ขณะที่ดีเอสไอดำเนินคดีอาญาในความผิดฐานอั้งยี่ ความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง แม้ท้ายสุดผลการพิจารณาของ กกต. จะถูกนำมาประกอบสำนวนคดี แต่ก็ไม่ได้ใช้เป็นข้อยุติของการดำเนินคดีอาญาในสำนวนของดีเอสไอ ซึ่งยังต้องพิจารณาพยานหลักฐานตามกระบวนการกฎหมาย
รายงานฯ ระบุว่า ระหว่างนี้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษยังคงเดินหน้าสอบปากคำพยาน และรวบรวมเอกสารพยานหลักฐานตามที่อัยการคดีพิเศษมีคำแนะนำ 5 ข้อ ไม่ว่าจะเป็นการรวมสำนวนเดียวกับกลุ่มผู้ร่วมกระทำผิดอื่น ๆ และให้นำพยานหลักฐานสำคัญแห่งคดีในสำนวนไต่สวนของ กกต. มาประกอบสำนวนด้วย ทั้งความเห็นของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 ที่เคยมีมติให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 ราย และความเห็นของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ที่เคยมีมติไม่ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 ราย เนื่องด้วยไม่มีมูลความผิด ก่อนที่ความเห็นของคณะอนุกรรมการทั้ง 2 คณะจะถูกส่งไปยังชั้นคณะกรรมการ กกต. ในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม ในการสอบปากคำพยานที่ผ่านมา พยานยังคงยืนยันถึงหลักฐานเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับขบวนการของผู้ถูกกล่าวหา แต่ตามขั้นตอนแล้ว เพื่อความเป็นธรรม คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษมีความจำเป็นต้องรอผลการลงมติของคณะกรรมการ กกต. ที่จะพิจารณาว่าเห็นควรหรือไม่เห็นควรให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดรายใดบ้างตามกฎหมายเลือกตั้ง เพราะการมีมติจะต้องมีการยกเหตุผลประกอบการพิจารณา
ดังนั้น ความเห็นจากการพิจารณาภายในคณะกรรมการ กกต. ท้ายสุดไม่ว่าจะมีผลอย่างไร ทางคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษก็จะต้องนำมาประกอบในสำนวนการสอบสวนคดีอาญาอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. เช่นกัน