พรรคประชาชน ออกแถลงการณ์ถึงข้อเท็จจริง กรณีอดีต สส.ธิษะณา ชุณหะวัณ เปิดเผยถึงการถูกล่วงละเมิดทางเพศระหว่างดำรงตำแหน่ง สส. พรรคก้าวไกล โดยรายละเอียดระบุว่า สืบเนื่องจากกรณีที่ น.ส. ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส. พรรคประชาชน ได้เปิดเผยต่อสาธารณะว่าเธอถูกละเมิดทางเพศโดย สส. พรรคก้าวไกล (ในขณะนั้น) คนหนึ่ง แต่ถูกพรรคบังคับให้เงียบเพราะพรรคเลือกที่จะปกป้องภาพลักษณ์องค์กรมากกว่าผู้ถูกกระทำ นั้น
พรรคประชาชน ขอชี้แจงข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว ดังนี้
1.กรณีที่ น.ส.ธิษะณา เล่าว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศนั้น มีผู้บริหารพรรคทราบจริง เนื่องจาก น.ส.ธิษะณาได้เปิดเผยเรื่องดังกล่าวให้นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ซึ่งในขณะนั้นเป็นรองหัวหน้าพรรคก้าวไกลทราบ นายพิจารณ์ ได้รายงานต่อมาที่ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคในขณะนั้น เนื่องจากการล่วงละเมิดทางเพศเป็นเรื่องร้ายแรง และพรรคต้องดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้ให้ได้ข้อยุติแล้วมีมาตรการลงโทษหากกระทำผิดจริง อย่างไรก็ตาม น.ส.ธิษะณา ในขณะนั้นยืนยันว่า เพียงต้องการแจ้งให้ นายพิจารณ์ ทราบว่ามีเรื่องนี้เกิดขึ้น แต่ไม่ต้องการให้พรรคดำเนินการใดๆ ต่อ และไม่ยินยอมเปิดเผยชื่อผู้กระทำ
2.พรรคตระหนักดีว่า ผู้ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศจำนวนมากมักเผชิญสถานการณ์ยากลำบากหรือมีหลายเหตุผล ที่ทำให้ยังไม่ต้องการที่จะให้เกิดกระบวนการ ซึ่งอาจทำให้เรื่องนี้เป็นที่รับรู้ต่อบุคคลในวงกว้าง เมื่อ น.ส.ธิษะณายืนยันเช่นนี้ และไม่เปิดเผยชื่อผู้กระทำ พรรคก้าวไกลขณะนั้นจึงไม่สามารถดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงจนได้ข้อยุติ
3.ผู้บริหารพรรคก้าวไกล ตลอดจนพรรคประชาชน ยืนยันว่าไม่เคยขอให้ น.ส.ธิษะณา เงียบเพื่อปกป้องภาพลักษณ์องค์กร หลายกรณีที่เกิดเหตุการณ์ ก็ได้มีการสอบสวนและลงโทษผู้กระทำผิดโดยไม่ละเว้น และเปิดเผยต่อสาธารณะมาโดยตลอด
4.ตลอดเวลาที่ผ่านมา พรรคไม่เคยปิดทางการดำเนินการสอบสวนกรณี น.ส.ธิษะณา หากในเวลานี้ น.ส.ธิษะณา พร้อมให้มีการสอบสวน พรรคยินดีและจะดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด โดยจะให้ความเป็นธรรมแก่ น.ส.ธิษะณา และลงโทษผู้กระทำผิดอย่างแน่นอน ซึ่งพรรคได้เริ่มดำเนินการเชิญ น.ส. ธิษะณา และพยานแวดล้อมที่น่าจะทราบข้อเท็จจริงมาให้ข้อมูลแก่พรรคแล้ว
5.พรรคประชาชนขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่า การล่วงละเมิดทางเพศเป็นความผิดร้ายแรง พรรคไม่มีวัฒนธรรมปกป้องผู้กระทำผิด และพร้อมดำเนินการลงโทษ โดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้เสียหายอย่างรอบด้านที่สุด
จากนั้น น.ส. ธิษะณา ชุณหะวัณ ได้แชร์ต่อข้อความดังกล่าว พร้อมข้อความระบุว่า ตนได้แจ้งเรื่องดังกล่าวต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องภายในพรรค และเปิดเผยตัวตนของผู้ถูกกล่าวหาอย่างชัดเจนกับ นายพิจารณ์ ภายใน 24 ชม.หลังเกิดเหตุ
อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้นพรรคยังไม่มีกระบวนการที่เป็นระบบ ในการคุ้มครองผู้เสียหายจากการล่วงละเมิดทางเพศ ทั้งในด้านการรับเรื่อง การสอบสวน การรักษาความลับ และการป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายต้องเผชิญหน้ากับผู้ถูกกล่าวหา ระหว่างที่เรื่องยังไม่ได้รับการพิจารณา
ในฐานะที่ตนยังดำรงตำแหน่งในองค์กร การเปิดเผยเรื่องต่อสาธารณะในขณะนั้นย่อมหมายความว่า ตนจะต้องทำงานร่วมกับและพบหน้าผู้ถูกกล่าวหาเป็นประจำ ท่ามกลางสายตาของสาธารณชน โดยปราศจากหลักประกันว่าตนจะได้รับการคุ้มครองหรือได้รับความเป็นธรรม จึงทำให้ตนรู้สึกอับอาย กดดัน และไม่ปลอดภัยที่จะเปิดเผยเรื่องดังกล่าวในเวลานั้น
ยิ่งไปกว่านั้น กระบวนการที่พรรคใช้ในกรณีอดีต สส.ปูอัด และอดีต สส.แจ้ ซึ่งให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลงมติว่าจะดำเนินการอย่างไรกับผู้ถูกกล่าวหา ยิ่งสะท้อนข้อบกพร่องของระบบคุ้มครองผู้เสียหาย เพราะไม่เพียงแต่ทำให้ผู้เสียหายต้องรอลุ้นผลจากการลงคะแนน หากยังอาจต้องใช้ชีวิตและทำงานร่วมกับผู้ที่ลงมติสนับสนุนให้ผู้ถูกกล่าวหายังคงดำรงตำแหน่งต่อไป
หากกระบวนการยังไม่มีหลักประกันในการคุ้มครองผู้เสียหาย ทั้งในด้านความปลอดภัย ชื่อเสียง และศักดิ์ศรีของผู้ร้องเรียน ก็เป็นเรื่องยากที่จะคาดหวังให้ผู้เสียหายจำนวนมาก กล้าออกมาเปิดเผยความจริง เพราะการเปิดเผยอาจหมายถึงการต้องเผชิญแรงกดดันและความอับอายจากคนในองค์กรเสียมากกว่าการได้รับความคุ้มครอง
จากนั้น เวลา 23.30 น. (3 ส.ค. 2569) น.ส. ธิษะณา โพสต์ข้อความ ยืนยันว่า "ในระหว่างการพูดคุยดังกล่าว มีการระบุชื่อของผู้ดำรงตำแหน่งและจังหวัดที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างชัดเจน และภายหลังจากนั้น ยังมีการกล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวซ้ำหลายครั้ง พร้อมทั้งมีการสอบถามว่ามีบุคคลใดบ้างที่รับทราบเรื่องนี้"
ขณะที่ นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า "กรณีคุณแก้วตา มีความพยายามของบุคคลบางกลุ่มที่จงใจปล่อยข่าวเท็จใส่ร้ายผม และไปกระทบสร้างความเสียหายต่อ สส. หญิงอีกท่านหนึ่งด้วย ผมยืนยันว่า น.ส. ธิษะณา ไม่เคยแจ้งเรื่องนี้ต่อผม แต่ผมทราบเรื่องนี้จากนายพิจารณ์ โดย น.ส. ธิษะณา ในขณะนั้นไม่ต้องการที่จะเปิดเผยชื่อของ สส. ชายแก่นายพิจารณ์ ซึ่งเหตุที่พรรคก้าวไกลไม่สามารถดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงได้ในขณะนั้น พรรคประชาชนก็ได้แถลงออกมาแล้ว"