ในช่วงของนายวรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาชน ได้อภิปราย โดยได้นำเสนอสไลด์โพสต์จากแฟนเพจของพรรคเพื่อไทย ในเวลา 16.22 น. ด้านนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หรือ “นายวันนอร์” ประธานรัฐสภา ได้ควบคุมการประชุมโดยกล่าวตักเตือนด้าน “นายวรภพ” ว่า ตนเองไม่ได้อยากขาดการอภิปราย และยินดีที่จะให้อภิปราย แต่ว่าที่ตนเองได้กล่าวก่อนหน้านี้ว่า การพูดถึงพรรคการเมือง จะเป็นการไม่เป็นธรรมต่อสมาชิกที่อยู่ในพรรคนั้น
ที่ถูกกล่าวถึงกล่าวอ้าง รวมถึงในญัตติที่จะอภิปรายไม่มีการพูดถึงว่าจะอภิปรายเกี่ยวกับพรรคการเมือง
ดังนั้นจึงขอให้ผู้ที่อภิปรายพูดให้ครอบคลุมอยู่ในเรื่องที่จะเรื่องที่อยู่ในญัตติเท่านั้น จึงขอความร่วมมือให้ผู้อภิปรายไม่พูดถึงพรรคการเมืองขอฃนายกรัฐมนตรี หรือพรรคการเมืองอื่น ๆ
ต่อมานายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิปฝ่ายค้าน ได้ลุกขึ้นประท้วง “นายวันนอร์” ในข้อ 9 โดยตั้งคำถามถึงประธานรัฐสภาว่า นายกรัฐมนตรีเป็นแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทย ดังนั้นหรือหมายความว่ามาตรฐานของประธานสภาคือ นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามนโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทยได้ไปหาเสียงไว้กับประชาชนใช่หรือไม่ ดังนั้นเรื่องที่ผู้อภิปรายได้พูดเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกันโดยชัดเจน เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทย ก็ชัดเจนว่ามีความเกี่ยวข้องกันอยู่แล้ว
ด้าน “นายวันนอร์” ชี้แจงว่าตนเองไม่ได้จำเป็นที่จะต้องไปโต้วาที แต่ในข้อบังคับผู้อภิปรายต้องพูดเฉพาะในญัตติ การพาดพิงถึงพรรคการเมืองจะไม่เป็นธรรมต่อสมาชิกพรรคนั้น เพราะในสมาชิกแต่ละพรรคมีจำนวนมาก บางพรรคจนถึง 100,000 คน ซึ่งผู้อื่นไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ถูกอภิปรายอยู่ ฉะนั้นการที่จะไปกล่าวหาก็ไม่ควรเกี่ยวโยงกัน
ด้าน "นายปกรณ์วุฒิ" โต้กลับอีกครั้งว่า ในญัตติระบุไว้ว่า “ไม่ได้ปฏิบัติตามนโยบายที่ได้แถลงไว้” ดังนั้นนโยบายต้องเป็นนโยบายของพรรคการเมืองอยู่แล้ว และถ้าหากไม่สามารถพูดชื่อพรรคการเมืองได้ในรัฐสภา ตนเองก็ไม่รู้ว่าจะมีรัฐสภาไว้ทำไม
ต่อมา “นายวันนอร์” ชี้แจงอีกครั้งว่า ไม่ใช่ว่าพูดไม่ได้ แต่ไม่ควรพูดในเรื่องที่ก่อให้เกิดความเสียหาย เพราะพอพูดเรื่องที่ทำให้เกิดความเสียหายพอมีคนประท้วง การประชุมก็ไม่สามารถดำเนินค่อได้อย่างราบรื่น “อย่าเถียงเลยครับ ผมวินิจฉัยแล้วนะครับ ว่าขอให้อย่าเอ่ยชื่อพรรคนะครับ”
ขณะเดียวกัน นายเอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผู้แทน กรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาชนได้พยายามลุกขึ้นประท้วงประธานรัฐสภาว่าปฎิบัติหน้าที่ไม่เป็นกลางตั้งแต่ช่วงเช้า
แต่ด้าน “นายวันนอร์” พยายามชี้แจงก่อนว่าตอนที่ตนเองเคยเป็นฝ่ายค้าน ก็เคยกล่าวถึงประธานรัฐสภาว่าไม่เป็นกลาง แต่การปฎิบัติหน้าที่เป็นประธานรัฐสภา ไม่มีใครไม่อยากไม่เป็นกลาง แต่เมื่อต้องทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลข้อบังคับในการประชุม ก็ต้องดูแลข้อบังคับความเห็นของแต่ละคน แต่ตนเองก็ยินดีที่จะถูกตำหนิ ก็สามารถตำหนิตนเองได้ แต่ไม่ควรจะเอาประเด็นนี้มาพูดจนถึงเกิดความเสียหาย ตนเองไม่ได้มีความตั้งใจอย่างที่ผู้ที่ประท้วงว่าเลย
จนทำให้เป็นการโต้ตอบกันอย่างดุเดือดไปมาระหว่าง ส.ส. จากพรรคประชาชน และประธานสภาในเรื่องของการปฎิบัติหน้าที่ของประธานรัฐสภาโดย “นายเอกราช” ได้ลุกขึ้นประท้วงอีกครั้งโดยกล่าวว่าตอนที่นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ปฎิบัติหน้าที่ควบคุมการประชุม ได้บอกกับเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายว่า จะพูดก็ต้องรับผิดชอบกับคำพูดของตัวเอง ถ้าหากมีการกล่าวอ้างถึงคนอื่นนอกเหนือจากญัตติจนเกิดความเสียหาย
แต่ขณะการชี้แจงของ ”นายเอกราช“ ด้าน “นายวันนอร์” ประธานรัฐสภาได้ปิดไมค์ “นายเอกราช” และกล่าวว่าตนเองเข้าใจแล้ว และเชิญให้ “นายวรภพ” อภิปรายต่อ