นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ครั้งที่ 4
นายปกรณ์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อพิจารณารายงานสรุปผลการติดตามตรวจสอบของอนุคณะกรรมการฯ ก่อนส่งให้นายกรัฐมนตรี โดยได้นำเอกสารหลักฐาน ทั้งถ้อยคำพยาน สัญญาจ้าง และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง มาพิจารณาในรอบสุดท้าย
พร้อมระบุว่า เอกสารดังกล่าวมีรายชื่อผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องรับไปดำเนินการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป
นายปกรณ์ กล่าวว่า ในเบื้องต้นจะขอให้ข้อมูลเป็นความลับก่อน โดยหลังการประชุมจะมีการสรุปผลให้ทราบ ทั้งรายละเอียดและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ส่วนข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องจะต้องรอคำสั่งจากนายกรัฐมนตรี
นายปกรณ์ ย้ำว่า คณะกรรมการไม่ได้ปล่อยปละละเลย เพราะเรื่องนี้มีความสำคัญ และหวังว่าจะช่วยกู้ความเชื่อมั่นต่อระบบราชการส่วนท้องถิ่นกลับคืนมา ทำให้ข้อเท็จจริงปรากฏชัด และเป็นบทเรียนไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต ส่วนผู้ที่ทุจริตหรือมีส่วนร่วมในการทุจริต จะต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย โดยระบุว่า "หน้าที่ของเราคือทำให้ข้อเท็จจริงปรากฏ ส่วนที่เหลือ กรรมใครกรรมมัน"
ทั้งนี้ นายปกรณ์ กล่าวขอบคุณ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่รับเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการดำเนินการ รวมถึงนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.พ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกล่าวติดตลกว่า พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน รอง ผบก.อก.ภ.6 ในฐานะโฆษกคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เป็นคนที่ "อันตรายมาก" เพราะสืบสวนได้อย่างละเอียด แต่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ