นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า ที่ผ่านมามีความเห็นมากมาย หลายกรณีก็นำไปสู่ความขัดแย้ง หรือการกระทบกระทั่งกันระหว่างประชาชนที่ออกมาแสดงความคิดเห็น มีการแบ่งสีเสื้อ ซึ่งเราไม่ต้องการให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก ประเทศไทยต้องเดินหน้าไปสู่สันติ ร่วมมือกันพัฒนาประเทศ ซึ่งวันนี้นับเป็นก้าวแรก หลังสภาฯ มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.สังคมสันติสุข
ขณะนี้มีผลบังคับใช้แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งพนักงานสอบสวน อัยการ ศาล และเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับคดี คือ กรมราชทัณฑ์ มีหน้าที่ต้องดำเนินการตามมาตรา 8 ของพระราชบัญญัติ คือ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีการนิรโทษกรรมทุกคนโดยทันที โดยกำหนดการที่วางไว้ จะมีการตั้งคณะอนุกรรมการฯ ขึ้นมา 2 ชุด ชุดแรกจะเป็นชุดพิจารณากลั่นกรองข้อร้องเรียน
ชุดที่สองเป็นชุดสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชน แล้วจะเปิดช่องทางรับข้อร้องเรียน สำหรับเรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการของหน่วยงานต่าง ๆ เบื้องต้นสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จะเสนอขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงผลการดำเนินการตามกฎหมายฉบับนี้ ว่าได้ดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง กี่คดี เป็นอย่างไร
โดยรายงานมาที่คณะกรรมการภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ซึ่งจะมีมติและบันทึกการประชุมออกมา หลังจากนั้นจะมีการตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง และเปิดช่องทางให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมในทางคดีมาตรวจสอบข้อมูล และอาจมีช่องทางว่ากรณีไหนที่ยังตกหล่นสามารถร้องทุกข์ผ่านคณะกรรมการชุดนี้ได้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการเป็นที่สุด
เพื่อที่จะยุติความขัดแย้ง ความไม่เข้าใจ และเสริมสร้างสังคมสันติสุขขึ้นมาให้ได้เสียที ย้ำว่าวันนี้ถือเป็นก้าวแรก และมีมติแล้วว่าจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างไร เราต้องการเห็นกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ทันที และต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 180 วัน นับจากวันนี้ ประมาณเดือนมีนาคมปีหน้า
ส่วนจำนวนผู้ที่จะได้รับการนิรโทษกรรมจาก พ.ร.บ.นี้นั้น นายปกรณ์ กล่าวว่า เป็นการได้รับข้อมูลในเบื้องต้นเท่านั้น ยังไม่มีจำนวนแน่นอน
เมื่อถามว่า การตีความคำว่าเห็นต่างทางการเมือง จะโยงกว้างไปถึงการให้ความช่วยเหลือในการทุจริตหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า กฎหมายเขียนไว้ชัดว่าการทุจริตไม่เกี่ยว
ส่วนกลุ่มที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง หากได้รับการนิรโทษกรรม จะสามารถกลับมาเล่นการเมืองได้หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า “การนิรโทษกรรม คือไม่ถือว่ากระทำความผิด”