"ศุภชัย" เปิดศึกทักท้วง "รังสิมันต์" ป้อง "สุชาดา" ชี้ไม่เกี่ยว กมธ.กฎหมายฯ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"ศุภชัย" เปิดศึกทักท้วง "รังสิมันต์" ป้อง "สุชาดา" ยันเรื่องนี้ไม่เกี่ยวหน้าที่ กมธ.กฎหมายฯ หวั่นกระทบ กมธ. ทั้งคณะ ลั่น กมธ.กฎหมายฯ หลายคนเกรงกลัวประธาน

นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการทำงานของคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ว่า สิ่งที่ตนจะแถลงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ซึ่งมีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ

หลังจากที่คณะกรรมาธิการได้มีการประชุมกันมาระยะหนึ่ง ตนเห็นว่าการประชุมที่ผ่านมามีการดำเนินการที่ไม่น่าจะชอบด้วยข้อบังคับอยู่หลายประการ และเกิดขึ้นเป็นระยะ

นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ช่างภาพพีพีทีวี
นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ดังนั้น วันนี้จึงได้ทำหนังสือถึงนายรังสิมันต์ โรม ซึ่งเพิ่งให้สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านี้ เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยและทักท้วงการทำงานของประธานคณะกรรมาธิการชุดนี้

"เช่น เรื่องการบรรจุเรื่องเข้าสู่วาระโดยไม่มีมติของคณะกรรมาธิการ หลายเรื่องท่านบรรจุเอง คิดเอง บรรจุเอง หรือว่าให้ใครสักคนมายื่นเรื่องแล้วท่านก็รับแล้วก็บรรจุ หรือต่อให้ไม่มีใครยื่นท่านก็บรรจุ ยกตัวอย่าง เช่น เรื่องกรณีของ สส.สุชาดา เป็นเรื่องที่ไม่ได้มีเรื่องอะไรเลย ไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่อำนาจของคณะกรรมาธิการกฎหมาย แต่ท่านก็สั่งบรรจุ และพยายามแต่งเรื่องให้เข้ากัน ซึ่งไม่ใช่" นายศุภชัยกล่าว

นายศุภชัยกล่าวต่อว่า ประเด็นที่สอง คือ การเปลี่ยนแปลงวันและเวลาการประชุมจากมติของคณะกรรมาธิการ โดยในช่วงเริ่มต้นของการประชุมครั้งแรก มีการตกลงกันว่าจะประชุมในวันพฤหัสบดี แต่หลังจากนั้นประธานกลับจัดประชุมตามที่ตนเองเห็นสมควร นอกจากวันพฤหัสบดีแล้ว ยังมีการนัดประชุมในวันพุธบ้าง ช่วงเช้าบ้าง ช่วงบ่ายบ้าง หรือวันอื่น ๆ บ้าง

นายศุภชัยกล่าวว่า ประธานอาจลืมคิดไปว่ากรรมาธิการแต่ละคนก็มีภารกิจในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ คณะกรรมาธิการสามัญ หรือคณะอนุกรรมาธิการอื่น ๆ ด้วย เช่น ตนเองก็มีภารกิจในการประชุมหลายคณะ ดังนั้น เมื่อมีการนัดประชุมในวันและเวลาที่แตกต่างออกไป จึงส่งผลให้กรรมาธิการหลายคนไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ เนื่องจากติดภารกิจอื่นในฐานะกรรมาธิการหรืออนุกรรมาธิการ

แต่ประธานก็ยังคงมีการประชุมต่อไป ซึ่งตนมองว่าเป็นการใช้อำนาจโดยประธานแต่เพียงฝ่ายเดียว เสมือนว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้เป็นของประธาน ทั้งที่จริงแล้วประธานก็เป็นหนึ่งในกรรมาธิการทั้ง 15 คน แม้จะดำรงตำแหน่งประธาน แต่การใช้อำนาจของประธานก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่มีปัญหา

ประเด็นที่สาม คือ การแถลงข่าวของประธานคณะกรรมาธิการฯ โดยบ่อยครั้ง เช่น ในช่วงเช้าวันนี้ หรือในช่วงเช้าของวันอื่น ๆ จะมีสื่อมวลชนและทีมงานมารอฟังการแถลงข่าว แต่ไม่ชัดเจนว่าการแถลงข่าวดังกล่าวเป็นการแถลงในนามของนายรังสิมันต์ โรม เป็นการส่วนตัว หรือเป็นการแถลงในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ

นายศุภชัยกล่าวว่า หลายเรื่องที่นำมาแถลงยังไม่ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการฯ แต่ประธานกลับนำมาแถลงต่อสื่อมวลชน ขณะที่บางเรื่องที่นำมาแถลงก็ไม่ตรงกับข้อมูลหรือข้อเท็จจริง ซึ่งตนยังไม่ขอลงรายละเอียดในเรื่องดังกล่าว

แต่ประเด็นสำคัญคือ ทุกครั้งที่ประธานแถลงข่าว กลับกลายเป็นเสมือนว่าการแถลงนั้นเป็นมติของคณะกรรมาธิการฯ ทั้งที่ในความเป็นจริง เรื่องเหล่านี้ควรต้องมีการพูดคุยและพิจารณาร่วมกันภายในคณะกรรมาธิการเสียก่อน

อีกเรื่องสำคัญ คือ การพิจารณาเรื่องที่ซ้ำซ้อนกับคณะกรรมาธิการชุดอื่น เนื่องจากตามข้อบังคับ คณะกรรมาธิการมีทั้งหมด 35 คณะ และมีการแบ่งหน้าที่และอำนาจไว้อย่างชัดเจนว่าแต่ละคณะรับผิดชอบเรื่องใด

นายศุภชัยยกตัวอย่างกรณีของ สส.สุชาดา หากจะนำเรื่องดังกล่าวมาพิจารณา ตนยืนยันว่าไม่มีหน้าที่และอำนาจใดที่คณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ จะสามารถดำเนินการในเรื่องนี้ได้

และหากดำเนินการไปแล้วถูกฟ้องร้องว่าการดำเนินการดังกล่าวผิดข้อบังคับ ทุกคนที่อยู่ในคณะกรรมาธิการก็อาจได้รับผลกระทบ เพราะหากจะร้องเรียนเฉพาะนายรังสิมันต์ โรม ก็สามารถร้องเรียนไปที่นายรังสิมันต์คนเดียวได้ แต่หากมีการร้องเรียนกรรมาธิการทั้งคณะ ทุกคนก็อาจได้รับผลกระทบไปด้วย

ส่วนกรณีมีกรรมาธิการคนอื่นร่วมลงชื่อในหนังสือทักท้วงด้วยหรือไม่ นายศุภชัยกล่าวว่า ตนเองลงชื่อเพียงคนเดียวก็เพียงพอแล้ว ส่วน สส.คนอื่น ๆ ที่เป็นกรรมาธิการ หากเห็นด้วยก็คงจะได้พูดคุยกันในที่ประชุม

เรื่องนี้เป็นความอึดอัดของกรรมาธิการหลายคน เนื่องจากมีความเกรงกลัวต่อประธาน เพราะหลายคนกลัวประธานมาก จึงคิดว่าถึงเวลาที่จะต้องขับไล่ความกลัวนี้ออกไป และดำเนินการตามขั้นตอนที่ควรจะเป็น ตนจึงได้ยื่นหนังสือดังกล่าวตามขั้นตอน และได้ยื่นเรื่องในลักษณะเดียวกันนี้ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ