"อาสพลธ์" เผยคดีโกงสอบท้องถิ่น ป.ป.ช.สอบแล้วกว่าพันคน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"อาสพลธ์" เผยคดีโกงสอบท้องถิ่น ป.ป.ช.สอบแล้วกว่าพันคน ป.ป.ช.รับไม่มีมาตรการคุมตัวเพื่อป้องกันการหลบหนี ปมปล่อยตัว 3 ผู้ต้องหาคดีโกงสอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แหล่งข่าวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เปิดเผยกรณี 2 ผู้ต้องหาคดีทุจริตการสอบคัดเลือกข้าราชการท้องถิ่น ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำแล้ว โดยเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการของพนักงานสอบสวน และกำหนดระยะเวลาตามหมายขัง

แหล่งข่าวระบุว่า เรือนจำมีหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องขังตามหมายศาล โดยเมื่อศาลมีคำสั่งขังระหว่างสอบสวน เรือนจำจะควบคุมตัวตามระยะเวลาที่ศาลกำหนด  

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร FB/อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ
นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร

แต่หากครบกำหนดตามหมายขัง และพนักงานสอบสวนยังดำเนินการส่งฟ้องไม่ทัน ศาลจะออกหมายปล่อย ซึ่งเรือนจำไม่สามารถควบคุมตัวบุคคลดังกล่าวต่อได้ และต้องปล่อยตัวตามหมายศาล 

ส่วนรายละเอียดว่าพนักงานสอบสวนส่งสำนวนไม่ทัน หรือมีเหตุใดที่ทำให้ศาลออกหมายปล่อยนั้น แหล่งข่าวระบุว่าไม่ทราบรายละเอียด โดยเป็นกระบวนการของพนักงานสอบสวน

สำหรับวันปล่อยตัว แหล่งข่าวระบุว่าไม่ใช่วันนี้ แต่เป็นวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ ยังระบุด้วยว่า มีผู้ต้องหาอีก 1 ราย ซึ่งเป็นผู้หญิง คาดว่าที่ได้รับการปล่อยตัวในลักษณะเดียวกัน เนื่องจากคดียังไม่ได้มีการส่งฟ้องภายในระยะเวลาตามหมายขัง

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ได้สรุปผลการประชุมติดตามความคืบหน้าคดีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ป.ป.ช. และตำรวจภูธรจากหลายพื้นที่

นายอาสพลธ์ เปิดเผยว่า ป.ป.ช. ได้ตั้งคณะทำงานไต่สวนขึ้นมา 7 ทีม รวม 35–42 คน เพื่อเร่งสะสางคดีดังกล่าว โดยได้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปแล้วมากกว่า 1,000 ปาก และยังไม่มีการกันตัวบุคคลใดไว้เป็นพยาน นอกจากนี้ ในส่วนของเครือข่ายนายหน้า 110 สาย ได้สอบปากคำไปแล้ว 44 สาย และเร่งติดตามส่วนที่เหลืออย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังระบุตัวและสอบปากคำนายหน้าระดับรองได้แล้ว 51 ราย

กระบวนการดำเนินคดีขณะนี้ ป.ป.ช. อยู่ระหว่างจัดทำบันทึกแจ้งข้อกล่าวหากลาง เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ คาดว่าจะสามารถเริ่มแจ้งข้อกล่าวหาแก่กลุ่มผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด รวมถึงเครือข่ายนายหน้าระดับรอง ได้ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งเมื่อผู้ถูกกล่าวหาได้รับแจ้งแล้ว จะมีสิทธิยื่นหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน และขอขยายเวลาได้อีกไม่เกิน 15 วัน รวมสูงสุดไม่เกิน 30 วัน

สำหรับกรณีผู้ถูกกล่าวหาหลัก 3 ราย ที่ได้รับการปล่อยตัวไปก่อนหน้านี้ เกิดจากครบกำหนดระยะเวลาฝากขังสูงสุดตามกฎหมาย เนื่องจากในชั้นพนักงานสอบสวน ตำรวจ บก.ปปป. แจ้งข้อหาตามมาตรา 157 ซึ่งฝากขังได้ 4 ผลัด ก่อนส่งต่อให้ ป.ป.ช. ทำคดีต่อ ทำให้เหลือเวลาฝากขังอีกเพียง 3 ผลัด ซึ่งไม่เพียงพอต่อการสรุปสำนวน ทั้งนี้ แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีมาตรการควบคุมตัวเพื่อป้องกันการหลบหนี แต่หากพบว่ามีการหลบหนีออกนอกประเทศ ป.ป.ช. จะประสานส่งผู้ร้ายข้ามแดนตามขั้นตอนกฎหมายทันที

นอกจากนี้ การตรวจสอบในระดับภูมิภาคพบการแจ้งความดำเนินคดีใน 6 จังหวัด ได้แก่ สตูล, ศรีสะเกษ, พัทลุง, นครราชสีมา, นครนายก และเพชรบูรณ์ รวมทั้งสิ้น 81 คดี โดยส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. แล้ว 31 คดี ส่วนที่เหลืออีก 50 คดี เป็นกรณีผู้เสียหายจ่ายเงินซื้อตำแหน่งให้บุตรหลานแต่สอบไม่ผ่าน ซึ่งยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ทาง กมธ. จึงเร่งรัดให้ ป.ป.ช. ประสานแนวทางดำเนินคดีกับตำรวจทั่วประเทศ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากพบว่าบางพื้นที่คดียุติลงเมื่อมีการคืนเงิน ขณะที่บางพื้นที่ยังคงส่งสำนวนฟ้องต่ออัยการหรือ ป.ป.ช. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ