นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกำหนดกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ว่า ในวันนี้วิป 3 ฝ่าย จะหารือกัน โดยรัฐบาลมอบหมายให้ นายภราดร ปริศนานทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปร่วมหารือ ซึ่งข้อเสนอของรัฐบาล คือต้องอยู่ในวันที่รัฐมนตรีไม่ติดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ
โดยเฉพาะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทั้ง 18 คน ซึ่งจะอยู่ในกรอบระหว่างวันที่ 27 - 30 ตุลาคม
เพราะหลังจากนั้นตนติดภารกิจที่ต่างประเทศ และมีการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดอุดรธานี รวมถึงมหกรรมพืชสวนโลก นอกจากนี้ ตนยังติดภารกิจเดินทางไปร่วมการประชุมอาเซียน และการประชุมเอเปค รวมถึงยังมีพระราชพิธีต่างๆ ที่จะต้องมีการซักซ้อม เพราะฉะนั้น มีการพิจารณาแล้วว่าช่วงวันที่ 27-30 ตุลาคม รัฐมนตรีทุกคนจะได้มาฟังการอภิปราย และช่วยกันชี้แจงได้ ซึ่งกรอบระยะเวลานี้ทางรัฐบาลจะแจ้งให้รัฐสภารับทราบ และเชื่อว่าทุกคนมีเหตุผล ซึ่งสามารถยืดหยุ่นได้
ทั้งนี้ นายภราดร จะไปหารืออาจจะมีการเพิ่มสัดส่วนเวลาให้ฝ่ายค้าน เพราะคนชี้แจงไม่ต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆ ถ้าใช้เวลาเป็นชั่วโมงคงออกแม่น้ำไปกันหมด แต่การชี้แจงต้องเน้นๆ เนื้อๆ ถามมาอย่างไรก็ตอบไปให้ชัดเจน พร้อมแสดงหลักฐานต่างๆ ดังนั้น หากเลื่อนวันในการอภิปรายไม่ได้ก็มาปรับเวลาในการอภิปรายให้ลงตัว โดยที่ทั้งสองฝ่ายไม่ต้องตึงเครียด ส่วนฝ่ายค้านจะรับข้อเสนอนี้ได้หรือไม่ให้ขึ้นอยู่กับการหารือร่วมกันของทั้ง 3 ฝ่าย
เมื่อถามว่า หลายคนคาดการณ์ว่าหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี และดึงพรรคกล้าธรรมเข้ามาร่วมรัฐบาล นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ยังไม่อภิปรายไม่ไว้วางใจเลย และยังกำหนดวันไม่เสร็จ
เมื่อถามย้ำว่า มีความเป็นไปได้ที่พรรคกล้าธรรมจะมาควบรวมกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า เอาทีละขั้นตอน ขอรอให้กำหนดวันมาฟังการอภิปราย และลงมติก่อนค่อยว่ากัน เมื่อถามย้ำว่า มีรายงานว่าพรรคกล้าธรรม รวบรวมกับพรรคภูมิใจไทย นายกรัฐมนตรี ถามกลับว่าใครรายงาน ถ้าผู้สื่อข่าวรายงานก็ไปถามกันเอง