หลังจากที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้แจงกรณีปมรถบรรทุกติดสติ๊กเกอร์รูปตนเอง และข้อความ "พวกกันสำคัญเสมอ" บอกว่าเป็นเรื่องเก่า 4-5 ปีก่อน และคนที่นำรูปมาติดทำเพราะศรัทธา ไม่ใช่ยันต์ปราบด่าน เชื่อว่าเป็นดิสเครดิตทางการเมือง ล่าสุดอดีต สส.พรรคประชาชน โต้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นเก่า 4-5 ปี พร้อมเปิดข้อมูลบริษัทขนส่งขยะอิเล็กทรอนิกส์และบุคคลใกล้ชิด
นายชวาล พลเมืองดี อดีต สส. พรรคประชาชน เขต 3 จังหวัดชลบุรี ให้สัมภาษณ์พิเศษกับทีมข่าว PPTV ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นเก่าเมื่อ 4–5 ปีก่อน ตามที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้สัมภาษณ์กับสื่อ แต่เป็นข้อมูลที่ตนเคยนำมาอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 หรือปีที่ผ่านมา
โดยขณะนั้นตนได้เปิดเผยข้อมูลปัญหาลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ และกิจการของโรงงานรีไซเคิลในจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงรถบรรทุกจำนวนมากที่ติดสติ๊กเกอร์รูปใบหน้าของนายสุชาติ หลังได้ข้อมูลจากเครือข่ายภาคประชาชนในอำเภอศรีมหาโพธิ ซึ่งติดตามผลกระทบจากโรงงานอุตสาหกรรมต่อเนื่อง
โดยเฉพาะโรงงานแห่งหนึ่งซึ่ง นายชวาล อ้างว่ามีทุนจีนเกี่ยวข้อง และลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ เข้าสู่กระบวนการหลอม แม้โรงงานแห่งนี้จะถูกสั่งปิดตั้งแต่ปี 2567 แต่ยังมีข้อสงสัยว่าในช่วงปี 2567–2568 อาจลักลอบเปิดเครื่องจักร และดำเนินกระบวนการผลิตต่อเนื่อง
กระทั่งพบรถบรรทุกตู้ส่งสินค้าจำนวนมากเข้าออกโรงงาน โดยแทบทุกคันมีสติ๊กเกอร์รูปใบหน้าของ นายสุชาติ ลักษณะเดียวกับภาพถูกเผยแพร่ในสื่อออนไลน์และยังพบสติ๊กเกอร์ที่ระบุชื่อ “ต้อมฟาร์ม” ทำให้เครือข่ายชาวบ้านนำชื่อไปตรวจสอบเพิ่ม ก่อนพบข้อมูลที่นายชวาลอ้างว่า เจ้าของบริษัทต้อมฟาร์มเคยดำรงตำแหน่ง “ผู้ชำนาญการประจำตัว” ของนายสุชาติ ในสมัยสภาฯ ชุดที่ผ่านมา และปัจจุบันยังมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี
จึงตั้งข้อสังเกตถึงความเชื่อมโยงระหว่างเจ้าของบริษัทขนส่งกับบุคคลใกล้ชิดนายสุชาติ โดยมองว่า คำชี้แจงของนายสุชาติที่ระบุว่าไม่รู้จัก และไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลหรือกิจการดังกล่าว ฟังไม่ขึ้น
ส่วนหลักฐานที่ยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่าย สามารถตรวจสอบเพิ่มได้จากภาพถ่ายในสื่อสังคมออนไลน์และภาพลงพื้นที่ในจังหวัดชลบุรี ส่วนที่ นายสุชาติ เปรียบเทียบว่าการมีบุคคลนำรูปใบหน้าไปติดบนรถบรรทุก ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับรถทุกคัน เช่นเดียวกับการนำรูปภาพไปผลิตเป็นเสื้อ นายชวาล มองว่า แม้ในจังหวัดชลบุรี จะพบเห็นรถบรรทุกติดสติ๊กเกอร์ต่าง ๆ อยู่เป็นประจำ แต่สติ๊กเกอร์รูปใบหน้าของนายสุชาติ ถือเป็นลักษณะที่ตนไม่ค่อยพบเห็นมาก่อน
ส่วนข้อชี้แจงของนายสุชาติที่ระบุว่า การนำเข้าสินค้า และการขนส่งต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมศุลกากรอยู่แล้วนั้น นายชวาล มองว่า ยิ่งเป็นเหตุผลที่ต้องตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานรัฐว่า เพราะหากทุกขั้นตอนมีการตรวจสอบตามกฎหมาย เหตุใดจึงยังเกิดปัญหา ซึ่งสังคมน่าจะรับรู้ถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับการติดสติ๊กเกอร์บางประเภท ที่อาจถูกนำมาใช้สร้างความเกรงใจ หรือข่มขู่เจ้าหน้าที่หรือไม่?
นายชวาล ยังระบุว่า หลังเคยอภิปรายเรื่องนี้ในสภาฯ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ซึ่งดำรงตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรมในขณะนั้น ได้แจ้งความดำเนินคดี และแสดงท่าทีว่าจะตรวจสอบต่อ แต่ปัจจุบัน ยังไม่เห็นความคืบหน้าชัดเจน
ส่วนที่นายสุชาติ ยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรถบรรทุกที่ติดสติ๊กเกอร์รูปใบหน้าของตน มองว่า หากไม่เกี่ยวข้องจริง ก็ถือเป็นผู้เสียหายโดยตรง ควรไปแจ้งความดำเนินคดี
นายชวาล ยังตอบโต้กรณีที่นายสุชาติให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องสติ๊กเกอร์รถบรรทุกเป็นประเด็นเก่านานแล้ว และถูกอดีต สส.ที่สอบตกนำกลับมาพูดอีกครั้ง ยอมรับว่า หลังเห็นคลิปสัมภาษณ์ รู้สึกไม่พอใจ จึงนำข้อมูลที่เคยใช้อภิปรายกลับมาเผยแพร่ เพื่อยืนยันว่าเรื่องนี้เคยถูกตรวจสอบแล้ว ยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาดิสเครดิตทางการเมือง