(ข่าวแนะนำ)
อีกหนึ่งเคสที่เรียกว่าเป็นอุบัติเหตุไม่คาดขึ้นคือ คุณแม่หน้าเด็ก เจนสุดา ปานโต หวิดตาบอด เพราะถูกลูกชายใช้มือจกลูกตาดำ ซึ่งเจ้าตัวได้โพสต์ภาพปิดตาลงอินสตาแกรม ทำเอาเพื่อนๆและชาวเน็ตต่างส่งความห่วงใยให้อย่างมากมาย ล่าสุดสาว เจนสุดา ได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า
“อาการตาตอนนี้หายแล้ว แต่ตอนนั้นเจ็บมากๆ ก็นึกว่าเป็นอะไร ไม่คิดว่าจะเป็นแผล คือเล่นกับลูกชายคนโตเขามานั่งตัก แล้วเด็กผู้ชายเนอะ เขาก็เอามือจกในตา แค่เสี้ยววินาที แต่เขาเล็บยาว ไม่ได้ตัดเล็บให้ลูก แล้วมันก็ข่วนที่ตาดำ หมอบอกว่าทนได้ยังไง มาหาหมอวันรุ่งขึ้น เพราะหมอปกติกลับบ้านแล้ว เหลือแต่หมอฉุกเฉิน เราก็อยู่บ้าน แต่นี่คือเจ็บมาก ขนาดเส้นผมเข้าไปในตาเรายังเจ็บๆ เคืองๆ แต่นี่แผลมัน 3 มิลฯ เลย คือมันเจ็บบอกไม่ถูก เหมือนมีอะไรมาปักที่ตา มันเจ็บแบบนั้นเลย จริงๆจะไปเที่ยวกับลูก วันนั้นเสาร์-อาทิตย์ก็วางแพลนจะไปนั่นนี่ ก็กลับบ้านเลย ไม่ไหว ลืมตาแล้วมัน เจ็บ ตอนที่โดนก็ยังไม่ได้ไปหาหมอ คิดว่าเดี๋ยวก็หาย เพราะมันไม่มีเลือดอะไรออกมา ถามว่ามีผลต่อการมองเห็นมั้ย ตอนแรกก็มี ตอนนี้หายแล้วค่ะ มันก็รักษาตัวเองไป โชคดีมาก
ปฐมพยาบาลก่อนไหม
“แต่ตอนนั้นก็คิดว่ามันคืออะไร เอาน้ำเกลือล้างตาก็แล้ว อะไรก็แล้ว สรุปว่าทำให้หนักกว่าเดิม (หัวเราะ) หมอก็ใช้วิธีใส่ยาและเอาผ้าก๊อซปิดตา แต่ทีนี้ต้องปิดตาลงไปให้แน่นมาก ให้ลูกตาไม่สามารถขยับได้ เพราะถ้าปิดล้วไม่กดให้แน่นมันจะเจ็บ เกิดการเสียดสี คือหมอบอกว่าอาการคือเป็นแผลที่ลูกตาดำขนาด 3 มิลฯ หมอไม่ได้บอกว่าหวิดตาบอดนะ แต่เรารู้สึกเองว่าหวิดมากนะ น่าจะไปหาหมอตั้งนานแล้ว (หัวเราะ) แล้วก็ควรจะตัดเล็บลูกด้วยนะคะคุณแม่ๆ ทุกคน (หัวเราะ) เราไม่ได้ถามคุณหมอว่ามันต้องลึกกี่มิลฯ ถึงจะมีผลกับตาเรา แต่หมออธิบายว่า 3 มิลฯ มันก็ถือว่าลึกมากสำหรับลูกตาดำ เพราะตาดำแค่นิดเดียวมันก็เจ็บมากแล้ว 3 มิลฯ ถือว่ากว้างมากๆ
ส่วนลูกชายก็ไม่รู้เรื่อง เขาก็บอกขอโทษครับคุณแม่ แล้วก็ไปเล่นต่อ ไม่มีความรู้สึกอะไร (หัวเราะ) ถามว่ากลัวไหม ตอนนั้นเราก็กลัวนะว่ามันจะเป็นอะไรหรือเปล่า พอปิดตาซ้ายแล้วถึงได้รู้ว่าข้างขวาดิฉันสั้นมาก เบลอไปหมดหลายวันเลย เพราะพอเราใช้สองตารวมกันมันก็มองชัดไม่มีปัญหา แต่พอปิดข้างนึงมันเบลอ สรุปอีกข้างสั้น (หัวเราะ) ก็ปิดตาอยู่ประมาณอาทิตย์นึง ใช้ชีวิตลำบากมาก ตาเบลอ งานก็ต้องทำ ถือว่าฟาดเคราะห์ ก็ฝากเตือนแม่ๆว่าต้องตัดเล็บลูกๆนะคะ”
ตอนนี้หายแล้วใช่ไหม
“ตอนนี้ปกติแล้วค่ะ เราก็ระวังตัวมากขึ้น และบอกให้ลูกระวังด้วย (หัวเราะ) แรกๆก็มีนอยด์เหมือนกัน บอกให้ลูกระวัง แต่ตอนนี้ก็เล่นกันปกติแล้วค่ะ (ยิ้ม) ถามว่ามีผลต่อการใส่คอนแทคเลนส์ไหม คือเจนไม่ได้ใส่คอนแทคเลนส์อยู่แล้ว ก็ถือว่าโชคดี แต่ต้องไปตัดแว่นนี่แหละ (หัวเราะ) เพราะคิดว่าคงต้องไปแล้วแหละ กลางวันยังไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่กลางคืนขับรถนี่ลำบาก ก็ต้องใส่แว่น จากนี้ก็ต้องระวัง เพราะลูกชายซนมาก ก็ถือเป็นเคราะห์ค่ะ”