สวยงาม เลอค่า “อแมนด้า - ชาลิสา ออบดัม” ตัวแทนจากประเทศไทย ขึ้นเวทีประชันกับ 73 สาวงาม จากทั่วโลก ใน “รอบพรีลิมมินารี” (Preliminary Competition) บนเวที Miss Universe 2020 เมื่อเช้าที่ผ่านมา (15 พ.ค.64) ตามเวลาประเทศไทย
“อแมนด้า - ชาลิสา ออบดัม” ใน"ชุดราตรียาว สีทอง" ลุคส์ ผม หน้า สวยงาม ปิดท้ายรอบพรีลิมมินารี บนเวทีมิสยูเวิร์ส ครั้งที่69 (Miss Universe 2020) เช้านี้ สวยสะกดทุกสายตา
“บิ๊ก - ดนวัต พฤกษ์ชินวร” ดีไซน์เนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ "วาเลนเทียร์” (VALENTIER) แบรนด์เสื้อผ้า Couture-To-Wear สัญชาติไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ถึง อแมนด้า และเบื้องหลังชุดราตรีของอแมนด้า บนเวทีรอบพรีลิมมินารี มิสยูเวิร์ส ครั้งที่69 (Miss Universe 2020)
"ขอขอบคุณอแมนด้า, ทีม Miss Universe Thailand และทีมพี่มี่มิลินทุกคนมากๆครับที่ไว้ใจและเลือกใส่ชุดราตรีของแบรนด์ valentier และเครื่องประดับ jee’sjewelry ในการประกวด Miss Universe - Preliminary"
"Fireworks Embellished Two-Pieces Gown” ชุดราตรีสองชิ้น ปักลายพลุ จากแบรนด์วาเลนเทียร์ (Valentier) แบรนด์เสื้อผ้า ready-to-wear สัญชาติไทย
"ดนวัต" บอกว่า ชุดราตรีสองท่อนสีทองนี้ ถูกเล่าผ่านลวดลายและเฉดสีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพลุ หลังจากได้พูดคุยกับ "อแมนด้า ออบดัม” เกี่ยวกับเรื่องราวที่ อแมนด้าอยากจะบอกผ่านชุดราตรีนี้ ในขณะที่ยืนอยู่บนเวที Miss Universe 2020
"ให้ผู้คนทั่วโลกได้รับรู้ถึงตัวตนของเธอว่าเธอเป็นคนเข้มแข็งมากแค่ไหน และสิ่งสำคัญคือเธออยากจะมีเสียงที่ทรงพลังที่จะบอกให้ทุกคนบนโลกใบนี้ หันมารับฟังเสียงของกันและกัน เข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน" เป็นที่มาของชุดราตรีสีทองสุดหรู เลอค่า
ผู้ออกแบบชุด เล่าว่า พลุ(Firework) จึงเป็นภาพที่ดีไซน์เนอร์ต้องการวาดออกมาเพื่อเป็นตัวแทนทั้งความงามและพลังของผู้หญิงที่ได้พูดและแสดงไห้โลกใบนี้ได้เห็นว่าเธอมีสิ่งที่อยากจะบอก และทุกคนต้องหยุดและหันมาฟังในสิ่งที่เธอต้องการจะพูด เหมือนกับเสียงของพลุ ที่เมื่อไหร่มันถูกจุดขึ้น ทุกคนจะต้องหยุดฟังและหันไปมองว่าพลุนั้นมีความงดงามมากเพียงใด
อีกทั้งสีทองของพลุยังเป็นภาพแทนการเฉลิมฉลองความสำเร็จ (Achieve The Universe) ของอแมนด้าที่ได้ต่อสู้และฝ่าฟันไปจนสู่ก้าวที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต ก้าวที่ทุกคนจะหันมามองและรับฟังเธอ และเป็นก้าวที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอไปตลอดกาล
"หากพูดถึงเทคนิคและดีเทลงานปัก จะเห็นว่ามีความผสมผสานลายเส้นของพลุที่มีความโค้งมนแสดงถึงความอ่อนโยน กับลายกราฟฟิคเส้นตรงที่แสดงถึงความแข็งแรง ทำให้ชุดนี้มีทั้งความอ่อนโยนและความเข้มแข็งรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน งานปักที่ผสมผสานทั้งคริสตัล เลื่อม ลูกปัดและปล้องอ้อย ถูกเรียงและไล่เฉดสีให้เกิดไดนามิคที่เหมือนกับพลุ โดยใช้เวลาในการปักด้วยมือถึง 720 ชั่วโมง"
ตั้งใจออกแบบให้ชุดนี้เป็นสองชิ้น (Two Pieces Gown) เพื่อเพิ่มความโมเดิร์นให้กับชุดและผู้สวมใส่ให้ดูทันสมัย เพราะผู้หญิงยุคใหม่ที่จะก้าวไปสู่ความเป็นสากล ต้องเป็นผู้หญิงที่ทะมัดทะแมงและมีความคล่องตัวสูงสามารถเผชิญสิ่งต่างๆได้ในทุกสถานการณ์
เครื่องประดับที่นำมาคอมพลีทลุคให้ดูสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น จากแบรนด์ Jee’s Jewelry แบรนด์เครื่องประดับ Fine Jewelry ของดีไซน์เนอร์ไทยอย่าง “โบ จีรนันท์”
ต่างหูคู่นี้ถูกออกแบบมากจากไอเดียเดียวกับกันชุด (Firework) เพื่อความสมบูรณ์แบบของลุคที่จะนำเสนอบนเวทีระดับโลก ตัวเรือน Gold Plate ที่ประดับไปด้วย พลอยและ White Cubic Zirconia ที่เสมือนกับแสงไฟที่ถูกจุดขึ้นและส่องสว่างจากภายในสู่ภายนอก รวมไปถึงตัวเรือนที่ถูก custom made ขึ้นมาโดยเฉพาะ รวมไปถึงการฉลุตัวเรือนและฝังพลอยอย่างปราณีตโดยช่างทองฝีมือที่ดีที่สุดจากทางแบรนด์ ทำให้ได้เครื่องประดับชิ้นที่เหมาะที่สุดสำหรับลุคนี้
"Couture-To-Wear คือสิ่งที่ วาเลนเทียร์ (Valentier) พยายามนำเสนอมุมมองใหม่ๆไห้กับวงการนางงาม หลายคนอาจมองว่าเสื้อผ้ากูตูร์เป็นสิ่งที่เอื้อมไม่ถึง ชุดราตรีชุดนี้จึงถูกออกแบบลดทอนลงมา โดยยังคงงานปักและเทคนิคชั้นสูง(Haute Couture)แต่ผสมผสานให้อยู่ในรูปแบบของเสื้อผ้าสำเร็จรูป (Ready-To-Wear) เพื่อให้ดูจับต้องได้มากขึ้น "นางงามต้องเข้าถึงง่าย แฟชั่นและความงามก็ควรเป็นสิ่งที่จับต้องได้เช่นเดียวกัน" “ดนวัต พฤกษ์ชินวร” ดีไซน์เนอร์ ผู้ออกแบบชุดราตรี ให้อแมนด้า สรุป
"บิ๊ก - ดนวัต" โพสต์ความในใจ ก่อนหน้านี้ว่า เป็นชุดที่ตั้งใจทำที่สุดในชีวิตแล้ว ที่เหลือฝากไว้กับอแมนด้า
ขอบคุณ ภาพและข้อมูล จาก เฟซบุ๊ก บิ๊ก - นวัต และ อแมนด้า ออบดัม