“ดี้ ชนานา” เปิดตัวลูกชาย ดีกรีสจ๊วต เผยเคยโดนตราหน้าเป็นแม่ที่ดีไม่ได้

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“ดี้ - ชนานา นุตาคม” เปิดตัวลูกชายครั้งแรก หนุ่มหล่อดีกรีสจ๊วต พร้อมเคลียร์เคยโดนตราหน้าเป็นแม่ที่ดีไม่ได้

ทำเอาฮือฮาไม่น้อย เมื่อนักแสดงรุ่นใหญ่มากความสามารถ ดี้ - ชนานา นุตาคม เปิดตัวลูกชายคนโตดีกรีสจ๊วต บั๊บ ชนาวุธ ให้เห็นหน้าคร่าตาออกสื่อเป็นครั้งแรก พร้อมทั้งยังเปิดใจถึงเรื่องราวในอดีตที่เคยโดนตราหน้าว่าเป็นแม่ที่ดีไม่ได้หรอก ใน คุยแซ่บshow  

โดยดารารุ่นใหญ่ เล่าถึงสาเหตุที่ลูกๆไม่ยอมออกทีวีว่า “ถ้าตอนเด็กๆ เอาลูกออกทั้งสองคน แต่พอโตขึ้นมาคนนี้ขี้อาย ไม่ยอมออก”

เป็นสจ๊วตไม่สามารถบินได้ ตอนนี้หยุดมานานเท่าไหร่แล้ว

บั๊บ : “อย่างของบริษัทก็จะแบ่งกันหยุด ไม่ได้หยุดยาว ก็จะมีเพื่อน ก็ผลัดกันหยุด ถามว่าขาดรายได้ไหม ก็หนักครับผม เราไม่เคยคิดมาก่อนว่าอาชีพที่ดูค่อนข้างจะมั่นคงโดนเอฟเฟกต์เป็นด่านหน้ามาก่อนยันถึงปัจจุบัน โดนทุกระลอกเลยครับ”

“ดี้” แยกทางกับสามี เพราะอะไร

ดี้ : “ตอนที่แต่งงานคิดอย่างเดียวเลย ผู้ชายคนนี้น่าตาดี ผู้ชายคนนี้สูง ถ้าเกิดผสมพันธุ์กันลูกจะได้สูง หน้าตาดี แล้วตอนนั้นหวังอย่างเดียวคืออยากได้ลูกสาว แม่สะสมตุ๊กตาบาร์บี้ จะได้มีคนรับมรดก ผลปรากฏว่าคลอดคนที่หนึ่งก็ผู้ชาย คนที่สองก็ผู้ชาย เลยเลิกถือว่าเป็นเครื่องผลิตที่ไม่ถูกต้องตามใจดิฉัน

ถามว่าทำไมถึงตัดสินใจแบบนั้นเหรอ เป็นผู้หญิงที่แบบล้ำยุคมาไกล เชื่อมั่นในตัวเองสูง ทั้งๆที่ไม่ได้รวย ไม่ได้หาเงินเก่งอะไรนะ แต่ถ้าเกิดอย่างนี้เข้ากันไม่ได้ พูดกันไม่รู้เรื่อง ฉันเลี้ยงเองดีกว่า ถามว่าเขาโอเคไหม เขาไม่โอเคหรอก ชวนไปหย่า 2 รอบ เขาก็หนี แต่ดิฉันก็ไม่โอเคที่จะอยู่ ดิฉันอยากเลิก”

จริงหรือเปล่า งานแต่งรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่พลาดที่สุดในชีวิต

ดี้ : “ตัวเองไม่ได้คาดหวังว่างานแต่งงานจะเป็นอะไรแบบสวยงาม อย่างที่บอกว่าแต่งงานคืออยากได้ลูกอย่างเดียว นี่คือสิ่งที่พลาด มองย้อนไป ตอนนั้นตัวเองก็เด็กมาก ประโยคเดียวที่ทำให้แต่งงาน คือตัวเองมาจากครอบครัวที่แตกแยก สมัยก่อนเขาคิดว่าถ้าเกิน 25 แก่แล้ว รีบหาสามีกลัวมีลูกช้า คือแต่งงานเพราะอยากมีลูกอย่างเดียว แต่พอหลังจากนั้นถึงรู้ว่าเรานี่แหละที่ไปแต่งงาน เรานี่แหละที่ปัญญาอ่อน ตอนนั้นก็มีเงินเก็บบางส่วน ตอนนั้นละครเพิ่งจบ การแต่งงานก็ต้องใหญ่ พอมีลูกทุกอย่างก็เป็นการใช้จ่ายทั้งหมดในขณะที่ผู้ชายก็ไม่มีอะไรจะซัพพอร์ต เราต้องจ่ายเองหมด เพราะฉะนั้นลูก 2 คน พอเลิกมาก็ศูนย์แต้ม”

แสดงว่าวันที่เจอก็ไม่ได้มีความรัก 100%

ดี้ : “ความรักหรือเปล่ายังไม่รู้เลย ยังงงๆ เราเจอเขาตลอด เขาจีบเพื่อนเรา เขานู่น เขานี่ เราเห็นตลอด เห็นซะแบบเรารู้จักกันแล้ว แต่พอจริงๆแล้วมันไม่ใช่ อยู่ๆเขาก็มาพูดว่าเขามาจากครอบครัวที่แตกแยก เรามาจากครอบครัวที่แตกแยก แล้วมาแต่งงานแล้วเราจะสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์ ดิฉันก็ฟังแค่นี้ เออ มีลูกออกมาคงสูง สวยดี ก็แต่งงาน คือทุกวันนี้ยังไม่รู้เลยว่าความรักจริงๆ เดินจูงมือ มองตาหวานกันจริงๆ มันเป็นยังไง”

เห็นว่าพอหย่ากับสามีแล้ว ชีวิตไม่ได้กลับมาเป็นดารา ชีวิตตอนนั้นลำบากมากเลย มีคนตราหน้าว่าเป็นดาราตกอับ

ดี้ : “ก็ลำบาก ตอนที่ออกไปแล้ว คือยุคก่อนคนที่มีลูกไปแล้วเอาท์กันไปหมดเลย เขาไม่มีกลับมาวงการใหม่ได้ ก็ไม่คิดจะกลับเข้ามา ระหว่างท้องคนที่2 รู้แล้วว่าพฤติกรรมอยู่กันไม่รอด ก็พยายามอ่านหนังสือพิมพ์จะสมัครงานต่างๆนานา ซึ่งไปเจอบริษัทนึงเป็นแบบคอสเมติก เราก็รู้จักเขาด้วย เราก็เลยเขียนใบสมัครไป พอเราคลอดลูกคนที่สองเสร็จก็ยังอ้วนๆอยู่ ยังไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์ เราก็ไปหาเขาที่ออฟฟิศ ไปสมัครงานแบบปกติเลย เสร็จแล้วพอเขาเจอตัว สัมภาษณ์ แล้วพอดีมีน้องชายเขาอยู่ด้วย น้องเขากระซิบถามว่าคนนี้เขาหน้าคุ้นๆเนอะ ตัวพี่เขาที่รู้จักเรา บอกว่าใช่ เคยเป็นดารา แต่ตอนนี้ตกแล้ว เขาพูดอย่างนี้ต่อหน้า

คือตอนนั้นดิฉันอ้วน เพิ่งคลอดลูก  เขาบอกว่าไว้เดี๋ยวแม่ติดต่อไปนะลูก ลูกจะทำไหวเหรอ คืองานเหมือนเป็นหัวหน้าสายเครื่องสำอาง พอเราฟังคำนี้เราก็รู้แล้วว่าคงไม่รอด เราก็เริ่มรู้ว่าเราคงจะลำบาก แล้วลูกเราละ หลังจากนั้นพี่ก็เลยออกกำลังกายจริงจัง เพราะเรารู้แล้วว่าอ้วนมันเกิดปัญหากับการงาน แล้วตอนนั้นลงขอเงินเดือนแค่ 10,000 แบบนานมากแล้ว แต่มันก็ไม่ได้ เลยลุกมาไฟว์ตัวเอง ออกกำลังกาย และคิดว่าเราต้องรอด ออกกำลังกายตอนแรกเพื่อลดความอ้วน ลดน้ำหนัก เพื่อเราจะได้ทำงานได้ พอตอนหลังก็คือต้องให้แข็งแรง เพื่อเราจะเลี้ยงลูก ตอนแรกกะจะเลิกแบบเงียบๆหางาน แต่ไทยรัฐรู้เขาขอถ่ายรูปลงพวงมาลัยไทยรัฐ ตอนแรกเราไม่อยากให้ใครรู้ การหย่าสมัยก่อนมันแรงนะ สำหรับผู้หญิงแต่งงานแค่ 2 ปี ลูก 2 คน เราก็โอเคยอมถ่าย แล้วเพื่อใครรู้ว่าเลิกแล้ว พร้อมรับงานแล้ว”

หลังจากนั้นงานละครเข้ามาเลยไหม

ดี้ : “เข้าค่ะ แต่โดนวิจารณ์เยอะมาก สมัยก่อนไม่เหมือนสมัยนี้ แบบทำไมต้องมาใส่ชุดแบบนี้ เอาลูกมาหากินเหรอ คือเป็นผู้หญิงแบบแรงอะสมัยก่อน ไม่มีใครลุกมาใส่อย่างนี้หรอกคนเป็นแม่คนอะ แล้วก็มีพวกคิดต่อถ่ายนูดเข้ามาติดต่อเยอะมาก แต่เราไม่รับ”

กระแสที่บอกว่าเป็นแม่ที่ดีไม่ได้ ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น

ดี้ : “คือพอเราไปอยู่ในสังคมของโรงเรียนประจำ ซึ่งที่โรงเรียนนั่นเขาก็ลูกคุณหนู ไฮโซ กันทั้งนั้น ซึ่งในนั้นเราคนเดียวที่เป็นอาชีพอ่อนที่สุด อาชีพของเราดูไม่น่าเชื่อถือ แล้วบทบาทของเราที่เราได้รับคือเป็นแม่สายตบ แม่สายด่า ก็มีอยู่ช่วงนึง ลูกก็ปล่อยเลยตามเลย สนุก เรียนหนังสือได้รองบ๊วยทั้งคู่ ที่โรงเรียนเขาก็เรียกไปว่าคุณดี้คุณกรุณาดูลูกด้วย ว่าลูกคุณอย่างนี้ อย่างนั้น ดิฉันแบบเดินคอตกออกมาเลย แล้วมาคุยกับลูก ถึงแม่จะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว แต่แม่ให้ความรู้ ให้เวลากับลูกมากกว่าพ่อแม่หลายๆ คน แล้วแม่ก็ไม่เชื่อด้วยว่าลูกแม่โง่ แต่ว่าไม่มีใครคิดหรอกว่าแม่เลี้ยงลูกดี หรือแม่ใส่ใจลูก นอกจากผลสอบของลูกเท่านั้นที่มันจะโชว์ให้เห็นว่าแม่ใส่ใจลูก แล้วแม่เชื่อว่าลูกไม่โง่ ลูกทำได้ แต่ทำไมลูกไม่ทำ แล้วเขาก็ทำ”

ถ้าแม่รู้สึกว่าอาชีพของเราด้อยกว่าคนอื่น แบบนี้ตอน “บั๊บ” อยู่โรงเรียนเคยโดนบูลลี่ไหม

บั๊บ : “น่าจะไปทำเป็นซีรีส์ได้เลย ด้วยความที่เป็นเด็กวัยรุ่น แล้วอยู่โรงเรียนชายล้วน การที่คุณแม่อยู่ในอาชีพต้องแสงซะขนาดนั้น เราก็เป็นเป้าได้ง่ายมาก อันที่จริงมันไม่ได้ผิดที่คุณแม่หรอก แต่การจะบูลลี่ใครสักคนมันไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นหรอก ก็โดนหนักบ้าง โดนเบาบ้าง แล้วแต่  ตอนเด็กๆ ก็ไม่เข้าใจนะ ทำไมโดนล้อชื่อแม่แล้วเราโกรธ ถามว่าผมผ่านมาได้ยังไง มันต้องใช้หลายๆ อย่าง แล้วช่วงที่มันเต็มที่แล้ว แบบฉันจะไปต่อไหวไหม แต่สุดท้ายแล้วสังคมมันไม่ได้มีแค่คนที่ชอบแกล้ง หรือไม่โอเคกับเรา มันก็มีเพื่อนที่แบบอยู่ด้วยกันต่อเถอะ”

เคยคิดไหมว่าแม่เราน่าจะทำอาชีพอื่น ไม่น่าเป็นดาราเลย

บั๊บ : “เคยครับ บ่อย อย่างที่บอก ตอนเด็กๆจะไม่เข้าใจหรอก”

ลูกปลื้มมากที่แม่เลิกบุหรี่ได้

ดี้ : “เลิกตั้งแต่อายุ 30 คือพื้นฐานก็ไม่ได้สูบจริงจังอยู่แล้ว แล้วปรากฏว่าลูกเข้าอนุบาลแล้วมาติดโปสเตอร์ บ้านหนูสุขสันต์ปลอดควันบุหรี่ ก็เลยเลิกก็ได้”

ชีวิตจริงหวงลูกไหม

ดี้ : “ไม่หวงนะ แค่ห่วงนิดๆ หน่อยๆ”

กล้าพาสาวๆ มาหาแม่ไหม

บั๊บ : “ต้องเปิดตัวแล้วว่าคนนี้คบกันนะ”

เหมือนในละครไหม ที่รู้สึกว่าไม่ชอบผู้หญิงคนนี้เลย

ดี้ : “ไม่มีเลย ทุกสิ่ง ทุกอย่างในละครมันตรงข้ามกับชีวิตจริงแทบทุกอย่าง ถามว่าสแกนไหม ไม่มี เพราะส่วนมากลูกจะสแกนมาหมดแล้ว”

มีคนมาจีบแม่เยอะไหม

บั๊บ : “ไม่เยอะ แต่มาเรื่อยๆ เราก็ให้เขาตัดสินใจเอง เราโอเค”

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ