ออกมายอมรับแบบตรงไปตรงมา แม้จะเป็นคนมีชื่อเสียง สำหรับดาราสาว หมิว - สิริลภัส กองตระการ ที่ติดดื่มหนักมานาน 6 เดือน จนป่วยเป็นพิษสุราเรื้อรัง เริ่มมีปัญหาสุขภาพ โดยตอนนี้ได้เข้าสู่ขั้นตอนรักษาตัวแล้ว
ซึ่ง หมิว ได้ล่าเรื่องราวดังกล่าวกับทางวันบันเทิง โดยบอกว่า "หมิวจะบอกว่าดาราก็คนธรรมดาคนนึง ไม่ได้วิเศษวิโสหรืออยู่สูงกว่าคนทั่วไป คนเราเท่ากันหมดค่ะ หมิวก็คนธรรมดาที่จะมีช่วงชีวิตที่ก้าวพลาดบ้าง หรือว่าเลือกแก้ปัญหาในทางที่ผิดบ้าง หมิวว่ามันเป็นบทเรียนชีวิตของคนๆนึงเหมือนกัน"
"ตอนที่ป่วยเป็นซึมเศร้าหมิวก็ตัดสินใจออกมาบอก คือบอกเพื่อว่าเราเป็นบุคคลสาธารณะ เป็นคนที่อยู่ในแสง อยากจะออกมาบอกว่าขนาดเราอยู่ในแสงแบบนี้ เราออกไปบอกคุณและคุณเห็นเรา จะได้ไม่รู้สึกว่าอยู่คนเดียว หมิวเชื่อว่าตอนนี้ด้วยสถานการณ์ ด้วยสังคมที่มันวุ่นวายแบบนี้ ยังมีหลายๆคนยังเลือกที่จะใช้วิธีการลืมเพื่อแก้ปัญหา
อย่างหมิว จากที่ตัวเองไม่มีอะไรทำ ก็นั่งชิลล์ พอมาช่วงปีนี้เริ่มมีปัญหาชีวิตเข้ามาบ้าง เรื่องพักความสัมพันธ์กับแฟน เรื่องงาน เรื่องชีวิตหลายๆอย่าง ก็เลยเลือกที่จะแก้ปัญหาด้วยการดื่ม เพราะรู้สึกว่าตอนดื่มได้คิดทบทวนเกี่ยวกับตัวเอง ได้นั่งอยู่กับตัวเอง ได้ตอบคำถามตัวเอง ได้ตกตะกอนอะไรบางอย่างกับตัวเอง มันก็เป็นอีกวิธีนึงในการแก้ปัญหา บางทีหมิวค่อนข้างล้ำเส้นกับมันมากเกินไป ก็คือปล่อยให้ตัวเองดื่มจนไม่มีสติ มันกลายเป็นว่าเราอยากเป็นแบบนั้นทุกวัน เพราะว่าเราจะได้ไม่ต้องรับรู้อะไร ก็น่าจะดื่มประมาณ 6 เดือน ที่ดื่มต่อเนื่องแต่ว่าจะมากหรือจะน้อยก็แล้วแต่วัน
มันก็มีเรื่องให้คิดเยอะค่ะ เพราะหมิวเป็นคนค่อนข้างคิดเยอะพอสมควร ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องการใช้ชีวิตและเรื่องต่างๆ คือเรื่องความรักยังไม่ค่อยคิดเยอะขนาดนั้น แต่มันมีเรื่องนึงที่หมิวไม่ควรคิดแล้วเอามาใส่ใจขนาดนั้น คือเรื่องของการช่วยเหลือคนอื่น แล้วพอหมิวช่วยเขาไม่ได้ หมิวก็จะเก็บกลับเอามาคิด มันยิ่งทำให้เราดิ่งเยอะขึ้นไปอีก
อาการที่มีเราเริ่มมือสั่น ความจำระยะสั้นเราเริ่มหายไป เช่น เมื่อคืนทำอะไรไว้บ้าง จำไม่ได้ แล้วก็มีมือสั่นจนเขียนหนังสือไม่ได้ และจะคอยมองนาฬิกาถ้าถึงเวลาก็อยากจะเริ่มอยากดื่ม ส่วนแอลกอฮอล์ที่ดื่มก็แล้วแต่เลย ส่วนมากก็จะเป็น เหล้า ไวน์ บางวันก็มีคนมาดื่มด้วยแต่ถ้าไม่มีก็ดื่มคนเดียวได้ นั่งอยู่กับตัวเอง อ่านหนังสือไปเรื่อยๆ
พอไปเจอคุณหมอก็เทสเรา และให้ยาทดแทนการดื่มเหล้ามา แรกๆทานยาก็ยังดื่มอยู่ดี และในช่วงที่คุณหมอปล่อยประมาณ 2 เดือนให้เราตัดสินใจว่าตัวเราจะเลิกดื่มหรือยัง แต่ในระยะเวลา 2 เดือนมันเริ่มส่งผลหนัก อย่างที่บอกว่าความจำระยะสั้นเริ่มหายไป มือสั่นมากขึ้น จะตักซุปเข้าปากก็คือสั่นหกหมด
เราเริ่มรู้สึกว่าไม่ได้แล้ว เริ่มเกินเส้นแล้ว ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปอีกจะเริ่มไปสู่จุดที่อันตราย คือมันยังไม่ได้ส่งผลต่อสมองหรือหน้าที่การงาน หมิวยังคุยรู้เรื่อง ตรรกะความคิดยังโอเคอยู่ แต่ถ้าหมิวปล่อยให้มันนานไปกว่านี้ หมิวกลัวว่ามันจะกลายเป็นอาวุธ เป็นพิษที่ย้อนกลับมาทำลายหมิว ก็เลยไปบอกคุณหมอว่าอยากเลิกแล้ว
ก็เอาแอลกอฮอล์ทั้งหมดในบ้านไปซ่อน อย่าให้เห็น เราก็มีถามคุณหมอว่าถ้ามันมีเอฟเฟกต์จะต้องทำยังไง คุณหมอก็อนุญาตให้ดื่มได้ 1 แก้วต่อวัน เพื่อที่ไม่ให้อาการปวดหัวมันมี เพราะหมิวมีอาการปวดหัวมากเวลาที่ไม่ได้ดื่ม สั่นทั้งตัว เมื่อก่อนหมิวดื่มวันละครึ่งลิตร หรือประมาณ 8 แก้ว ตอนนี้ก็ได้แค่ 1 แก้ว และทานยาควบคู่ไปด้วย จะทำจนให้ตัวเองรู้สึกไม่อยากดื่มให้ได้ ให้รู้ว่าเราไม่ดื่มก็ได้แล้ว ขอขอบคุณทุกคนที่ส่งกำลังใจมาให้"
ครบรอบรัก 8 ปี “หมาก - คิม” ควงดินเนอร์หวานริมทะเล เพื่อนแห่เชียร์ให้แต่ง
“อั๋น ภูวนาท” สุดแฮปปี้ เผยโฉม “น้องพีท” ลูกชายคนที่สอง คลอดแล้ว