ตั้งแต่แกรนด์โอเพนนิ่ง เปิดตัวคบหาดูใจเลื่อนสถานะจากคู่จิ้นเป็นคู่จริง ก็เดินหน้าสาดความหวานกันไม่หยุด สำหรับคู่ของนักแสดงหนุ่ม ก็อต - อิทธิพัทธ์ ฐานิต กับนางเอกหน้าใส ริชชี่ - อรเณศ ดีคาบาเลส จนฝ่ายชายถูกแซวเป็นคนคลั่งรัก
ล่าสุดมีโอกาสได้เจอหนุ่มก็อต เลยขออัปเดตเรื่องความรัก รวมไปถึงกระแสที่หลายคนมองว่าไปลบรอยสักเพราะทำตามใบสั่งฝ่ายหญิง ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า
คนแซวเยอะเป็นคนคลั่งรัก?
“จริงครับ (ยิ้ม) ไม่เถียงเลยครับ เอาจริงๆ คือตอนแรกก็ไม่คิดว่าตัวเองจะคลั่งรักขนาดนี้ แต่คือบางทีเราไปทำงาน ทำอะไร เราก็จะพูดถึงเขาถึงเขาตลอด แล้วภาพที่ออกมาก็กลายเป็นว่าเราพูดถึงเขาตลอดเลย เรื่องการดูแลก็ดูแลทั่วไปแหละครับ เหมือนที่คนรักกันเขาทำกัน เพื่อนๆ ก็แซวเยอะนะครับ ช่วงที่ถ่ายละครแล้วเราเปิดตัวใหม่ๆ เพื่อนๆ พี่ๆ ในกอง หรือว่าคนที่แสดงด้วยกัน เขาก็จะแซว ว่าเดี๋ยวนี้เล่นแต่ติ๊กต๊อกนะ ไปไหนมาไหนก็จะอยู่แต่กับริชชี่ตลอด ส่วนที่คนบอกไม่ควรมีก็อตเดียวก็ขอบคุณครับ”
จากเพื่อนมาเป็นแฟน?
“ผมว่ามันใช้เวลามากกว่า มันเดินทางกันมานานมากๆกว่าจะมั่นใจ แล้วเราก็ใช้เวลาคุยกันมาเป็นหลายปีอยู่ครับ จากเพื่อนร่วมงาน (เป็นแฟนกี่ปี?) จริงๆก็คุยกันมา คบกันมา ไม่ได้นับเลย ก็เป็นปีแหละครับ”
เราคลั่งรัก สวีต “ริชชี่” เขินไหม?
“(หัวเราะ) ก็ปกติทั่วไป เหมือนคนที่รักกัน แต่ว่าบางโมเมนต์ก็อาจจะรู้สึกใหม่สำหรับเขา เราเองก็เซอร์ไพรส์เหมือนกันที่เขารู้สึกแบบนี้ ก็เหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง”
เราเป็นแฟนคนแรกของน้องต้องระมัดระวังแค่ไหน?
“ก็แน่นอนครับ เดี๋ยวคุณแม่เขาว่าครับ คุณแม่เขาก็ติดตามอยู่ เราก็ต้องมีระยะบ้าง พอประมาณ พอดีๆ”
เราห่วงน้องถึงขั้นไม่ให้นั่งแท็กซี่?
“คือจริงๆเรื่องราวมันเกิดขึ้นก่อนที่เขาจะเจอผมอีก แล้วตอนแรกเขาเล่าให้ฟัง ผมก็คิดว่ามันคงไม่เป็นอะไรมาก แต่พอได้มาถามจริงๆมันเป็นเรื่องราวที่ค่อนข้างซีเรียส อย่างผมเป็นผู้ชาย ไปไหนมาไหนมันก็ไม่ต้องระวังอะไรเท่าไหร่ แต่ผู้หญิงเดินทางคนเดียว ไม่ค่อยชินทางในกรุงเทพฯ ก็อาจจะตกใจหรือกลัวได้ คือน้องเขานั่งแล้วแท็กซี่พาอ้อม เขาก็เลยรู้สึกแบบจะเกิดอะไรขึ้นต่อหรือเปล่า เราก็เลยไปรับส่งครับ ก็ถ้าผมว่างจากการทำงาน ก็จะไปคอยรับส่งเขาอยู่แล้ว เพราะบางโลเคชั่นมันค่อนข้างไกล แล้วเขาไม่ได้ขับรถ บางทีก็จะมีพี่สาวไปส่ง บางทีไปเอง เราก็รู้สึกว่ามันอันตราย บางทีข้ามจังหวัด เราก็อาสาไปรับไปส่ง
ถามว่าเขาไปไหนมาไหนถามว่าต้องรายงานเราไหม คือจริงๆมันก็ไม่ได้ขนาดนั้นนะครับ เพราะส่วนใหญ่ไลฟ์สไตล์ของเราสองคนช่วงนี้ มันก็คล้ายๆกัน ต่างคนก็ต่างทำงาน ไลฟ์สไตล์ไม่ต่างกันมาก ไม่ทำงานก็พักผ่อน”
ต้องตามไปดูแลในกองถ่ายด้วยไหม?
“ไม่ถึงขนาดนั้นครับๆ เขาก็มีคนดูแลอยู่แล้ว เราจะเน้นเป็นถามมากกว่า ว่าอยู่ไหนแล้ว ถ่ายถึงไหน กลับได้ไหม มีรถมารับใช่หรือเปล่า ทั่วไปครับ”
สวย เก่ง ครบสูตร “ริชชี่ อรเณศ” สาวดอยที่ใครๆก็หลงรัก
ถามถึงเรื่องลบรอยสักหน่อย ถูกมองว่า “ริชชี่” สั่งให้ลบ?
“จริงๆไม่ได้มาจากเขาหรอกครับ คือตัวผมเองลบมาแล้วครั้งนึง ตอนแรกเราลองดูว่าเทคโนโลยีมันเป็นประมาณไหน พอลบแล้วฝั่งหนึ่งมันเกลี้ยง มันเห็นผลเลย พอไปทำงาน ไปถ่ายละคร บางทีมีซีนที่ต้องถอดเสื้อ เราก็รู้สึกว่าการกลบรอยสักเพื่อเข้าซีนมันใช้เวลามาก เราสงสารช่างเสื้อ สงสารกอง สงสารตัวเองด้วย ก็เลยตัดสินใจว่าลบอีกข้างเลยดีกว่า ทั้งหมดทั้งตัวเลย ถามว่าเจ็บไหม โห!เจ็บมากครับ แต่ผมว่ามันต่างกัน”
ได้ถามน้องไหม?
“จริงๆเขาบอกว่าเขาชอบคนมีรอยสักนะ แต่ว่ารอยสักผมเอง เราสักตั้งแต่เด็กๆ มันก็เลือนลางแล้ว ตอนนั้นเราผอมๆ แห้งๆ โตมาเล่นฟิตเนส รอยสักมันก็เริ่มแตก ไม่ค่อยสวย ก็เลยตัดสินใจลบดีกว่า แต่เขาก็แล้วแต่เรา อยากทำอะไรทำ ก็แค่มองอนาคต ว่าถ้ายังจะทำงานตรงนี้อยู่ รอยสักมันก็อาจจะเป็นปัญหาในการทำงาน ถามว่าจะสักอีกไหม จริงๆก็อยากนะ เป็นคนชอบ แต่พอลบขนาดนี้แล้ว ให้ไปสักอีกก็เหนื่อยแล้วครับ เจ็บด้วย พอแล้วดีกว่า ตอนนี้ก็กำลังอยู่ในขั้นตอนการลบอยู่ครับ”
ขอบคุณภาพ IG gxxod , richyoranate