“หนิง นิรุตติ์” เผยเคล็ดลับยืนหยัดในวงการบันเทิง เล่าย้อนเส้นทาง “พระเอก” ที่ตกกระไดพลอยโจน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นักแสดงรุ่นใหญ่ “หนิง - นิรุตติ์ ศิริจรรยา” เล่าถึงเส้นทางก้าวมาเป็นพระเอกแบบไม่ตั้งใจ จนเกิดเป็นอาชีพที่รัก พร้อมเผยเคล็ดลับการอยู่วงการบันเทิงมายาวนาน

เป็นนักแสดงรุ่นใหญ่มากฝีมือของวงการการบันเทิง สำหรับ “หนิง - นิรุตติ์ ศิริจรรยา” หรือ “อาหนิง” ผู้ที่คร่ำหวอดในวงการมานาน และยังคงเป็นขวัญใจแฟนละครจนถึงทุกวันนี้ ด้วยฝีมือทางการแสดงที่แค่เห็นชื่อก็การันตีคุณภาพ

โดย “อาหนิง” ได้เผยกับทาง “พีพีทีวี” ถึงเคล็ดลับของการทำงานที่ยังคงยืนหยัดเป็นเบอร์ต้นของวงการ และเล่าย้อนเส้นทางการเข้ามาเป็น ‘พระเอก’ แบบตกกระไดพลอยโจน แต่กลับกลายเป็นงานที่รักที่สุดไปแล้ว

เส้นทางก่อนเป็น ‘พระเอก มากความสามารถ’

“ก่อนเข้าวงการก็ทำงานสายอื่นมาก่อน ทำงานโรงแรม เป็นสิ่งที่ฝันมาตั้งแต่เด็กๆ แต่พอทำแล้วไม่รักก็ลาออก จากนั้นก็มาทำงานสายการบิน วันนึงก็เจอกับ คุณเทิ่ง สติเฟื่อง (นักแสดง นักธุรกิจโฆษณา) เขามาที่ที่ผมทำงานอยู่ ตอนที่เจอผมทำแค่ทักทายเหมือนเจอผู้ใหญ่หรือคนดังปกติ ก่อนจะขอตัวไปเขียนรายงาน เพราะตอนนั้นผมอยู่แผนกขายของสายการบิน วันรุ่งขึ้นเขาก็โทรมาหาผมให้ไปเจอ ผมก็ไปหาแล้วคุยกัน ผมก็คิดว่าจะคุยเรื่องตั๋วเครื่องบิน แต่ไม่ใช่เขาบอกว่าพรุ่งนี้เล่นละครให้หน่อยสิ แล้วเป็นละครสดไม่เหมือนละครสมัยนี้ ผมบอกไม่เอา ผมเล่นไม่เป็น ผมอาย เขาก็เอาบทมาให้ว่าเล่นนิดเดียว คือผมก็ไม่ได้บอกว่าผมไร้เดียงสาอะไรนะแต่ผมไม่รู้จักการแสดง

ตอนนั้นบทอยู่หน้าสุดท้ายพูดแค่ว่า “สวัสดีครับ” ผมเลยคิดว่าถ้าเป็นแบบนี้ก็คงไม่เป็นไรมั้ง ผมก็เลยตกลง แรกๆ ก็โดนผู้กำกับบ่นคนอื่นเขาไปซ้อมกันก่อนแล้ว ผมไปช้าก่อนเล่นละครแปปเดียว เจอบทแรกก็หนักเลย ผมบอกว่าผมจะไม่เล่นแล้ว จะกลับบ้าน พี่เทิ่งก็บอกว่าผู้กำกับเขาเป็นแบบนี้ เขาดุแต่ใจดี ตอนนั้นผมประหม่ามาก ด้วยความที่ไม่เคยทำมาก่อน ฉากแรกก็เดินสะดุดธรณีประตู เกือบจะหกคะเมนตีลังกาแค่จะไปพูดว่าสวัสดีครับแค่นั้นเอง ตื่นเต้น ตกใจไปหมด (ยิ้ม) พอจบก็เหมือนยกภูเขาออกจากอก แต่ไม่ได้ดูว่าติดตามต่ออาทิตย์หน้า พี่เทิ่งก็บอกให้ผมเอาบทอาทิตย์หน้าไปด้วย พูดบททั้งปึ้งเลย (หัวเราะ)

ถามว่าเคยถามไหมว่าทำไมเขาเลือกผม ผมคิดแค่ว่าเขาอยากให้เราช่วยมั้ง ผมไม่มีข้อสงสัย ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องไปถามเลย ไปช่วยเขาให้จบ แต่ไม่จบ ให้ตอนที่ 2 มาอีก เราไม่ค่อยไม่อยู่ในสายนี้ ไม่ค่อยได้ดูละคร ไม่ค่อยได้ดูหนัง เรียกว่าตกกระไดพลอยโจนแล้วกันครับ ก็มาเล่นจนจบเรื่องซึ่งเป็นเรื่องแรกของผมในละครทีวีช่อง5 ชื่อเรื่องว่า “แสงศูนย์” สมัยนั้นเรียกว่าละครเล็กฉายตอนหัวค่ำก่อนข่าวก็ประมาณ 30 ตอน ก็จบไปด้วยดี ก็หายกันไป อยู่ๆ พี่เทิ่งก็โทรมาอีกเขาไปเวลาทำละครใหญ่มา (ละครดึก) ทางช่อง7 ผมก็คิดว่าไหนๆ ก็ลองแล้วอย่าทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ ก็เลยไปแสดงอีก พอจบเรื่องที่ 2 ก็มีเรื่อง 3 ตอนนั้นไปเล่นที่หนองแขม”

ความไม่แน่นนอนคือความแน่นอนแบบฉบับ “อาหนิง”?

“ในระหว่างที่ผมทำเล่นละครก็ทำงานสายการบินด้วยการแบ่งเวลา ไม่ทำให้เครเดือดร้อน แต่ถ้าเราทำอะไรแล้วได้ผลประโยชน์คนเดียว ทำให้คนอื่นเสียหาย นั่นเราผิด เราต้องจักแบ่งเวลาแล้วทำหน้าที่ แล้วพอมาถึงเรื่องที่ 3 ผมเล่นไปได้ครึ่งเรื่องก็ออก มันมีเหตุการณ์เรื่องนั้นเปลี่ยนทั้งพระเอกและนางเอก ผมก็บอกพี่เทิ่งว่าผมไม่ชอบแล้ว ขอบคุณที่เกียรติผมได้เข้ามา ผมจะไม่แสดงอีกแล้วนะ มันเป็นรอยต่อที่ผมเองก็ย้ายงานจากสายการบินไปอีกสายการบินนึง มีช่วงทดลองงาน 6 เดือน ผมทำงานได้ 3 เดือน เสียงโทรศัพท์ดังที่หน้าโต๊ะผมอีกแล้ว พี่เทิ่งโทรมาอีกแล้ว ผมก็บอกเขาก่อนเลยว่าถ้าจะให้เล่นละครอีกผมไม่เล่นแล้วนะ ผมทดลองงานอยู่ด้วย ถ้าทำงานได้ไม่เต็มที่จะสอบไม่ผ่าน

พี่เทิ่งบอกไม่ได้ทำละครแล้วจะทำภาพยนตร์ ผมก็คิดว่าผมไม่เคยเล่นภาพยนตร์มันจะหนักหรือไม่หนักก็ไม่รู้ ผมก็เลยถามเขา เขาก็บอกว่าอย่างเพิ่งปฏิเสธเขา นางเอกคือ “อรัญญา นามวงศ์” แล้ววันที่แสดงก็ไม่ยุ่งกับวันที่ทำงาน เขาออฟเฟอร์มาแบบนี้ผมก็ตกลงไปลองดู พอได้ทำก็รู้สึกว่ามันไม่ต้องกังวลมาก มีคนพากย์เสียงทับ ยุคนั้นก็ต้องเป็น “รอง เค้ามูลคดี” เสียเขาหล่อทำให้นักแสดงดูดี พอทำไปก็รัก ทุกคนในกองก็เป็นเพื่อนกันหมด มันเป็นการทำงานที่เปลี่ยนแปลงและได้ประสบการณ์ทุกนาทีทุกชั่วโมงที่ได้ทำ

ถึงแม้วันหยุดจะไม่แน่นอน สถานที่ทำงานไม่แน่นอน แต่นี่คือความ “แน่นอนของความรักและความชอบของผม” นั่นทำให้ผมยื่นใบลาออกจากงานสายการบินที่ทำยังไม่ถึง 6 เดือน แต่เรื่องนี้ทำให้ผมเพิ่งคิดเมื่อไม่นานมานี้แบบเสียวสันหลังวูบเลย ผมลาออกจากมนุษย์เงินเดือนมาเล่นภาพยนตร์เรื่องเดียวที่ยังถ่ายไม่จบเลย เพราะถ้ามองอีกมุมนึงงานทางด้านนี้เป็นงานที่ไม่ถาวร เรียกว่ามันคือการเสี่ยงแต่ตอนนั้นเพราะรักก็ทุ่มหมดตัว ตอนนั้นอายุ 24 เอง อะไรที่ตัดสอนใจไปแล้วมันคือตัวเรา คนที่เดือดร้อนก็คือตัวเรา เส้นทางของเราต้องเดินทางไปต่อข้างหน้า

ผมยังไม่รู้เลยว่าจะมีเรื่องภาพนตร์ที่ 2 ไหม แต่พอรักไปแล้วเราสละอาชีพที่ใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก สำหรับผมที่คิดนะคนอื่นอาจจะไม่คิด นักแสดงคือความผิดธรรมชาติ เพราะเราไปรับบทเป็นใครก็ไม่รู้ไง เป็นเรื่องที่เขาจินตนาการขึ้นมาแล้วเขียนเป็นตัวหนังสือแล้วใส่ตัวเราเข้าไป เพื่อแสดงให้คนดูและให้ความหมายของการเขียนของคนๆ นึงมีค่าและไม่ถูกทิ้งไป นั่นคือสิ่งผิดธรรมชาติของเรา อาจจะมีธรรมชาติอยู่เล็กน้อยก็แล้วแต่ อย่างเช่น วันนี้ผมเก็บขยะอยู่ แต่พรุ่งนี้ผมไปเล่นอีกเรื่องนึงผมไปมนั่งรถ Rolls-Royce ซึ่งจริงๆ ผมไม่มีทั้งสองอย่าง แต่นั่นคือการแสดงที่เราถือเป็นอาชีพได้นั่นคือข้อสำคัญที่ผมมาคิดดู แล้วผมโชคดีมีเรื่องที่ 2 เรื่องที่ 3 กระทั่งถึงทุกวันนี้ผมก็มีงานทำ”

เล่นเยอะจนจำไม่ได้ว่าเล่นไปแล้วกี่เรื่อง?

“จำไม่ได้เลยว่าเล่นไปกี่เรื่อง ผมไม่ค่อยผูกมัดกับสิ่งที่ทำมาแล้ว ไม่ได้ไปนั่งนับหรือจดเป็นสถิติว่าแสดงมาตรงนี้ๆ ผมคิดว่าสิ่งที่ทำไปแล้วทำให้ดีที่สุด ให้อยู่ในความทรงจำของเรื่องหรือการแสดงนั้นดีกว่า อย่าให้ไปอยู่ในเรื่องของจำนวนเลย จำนวนไม่ได้มีค่า ไม่ได้มีความหมาย ก็แค่เป็นตัวเลขว่า ‘ฉันเล่นมากกว่าเธอ เธอเล่นน้อยกว่าฉัน’ แต่ว่าคุณค่าของการเล่น การแสดง หรือการที่เราทำให้สังคมมันมีมากน้อยตรงนั้นสำคัญมากกว่า”

ปัจจัยนึงที่อาจจะทำให้ชอบมาเป็นรัก มันเกี่ยวกับว่าคนรู้จักแล้ว มีชื่อเสียงแล้ว เป็นนักแสดงแล้ว ใครๆ ก็อยากเป็นมีส่วนทำให้กระโดดเข้ามาทำตรงนี้ไหม?

“การที่ใครๆ ก็อยากเป็นอะไรกันทั้งนั้น แต่พอเข้าไปแล้วคุณเป็นได้จริงๆ ไหม คุณแค่ชอบ แต่พอเข้าไปแล้วไม่ไหวล่ะ การทำงานทุกอย่างไม่ใช่เรื่องง่าย เรื่องวินัย เรื่องการทำตามหน้าที่ ความรับผิดชอบ เรื่องพวกนี้อยู่ในตัวเราทุกคนอยู่แล้ว ในเรื่องวินัยเราก็ต้องถูกซ้อมมากในแต่ละเรื่อง แต่ละบทที่เราจะรับ ต้องมาอ่านแล้วซ้อมกัยตัวเองที่ไม่ใช่ยืนซ้อมกับกระจก การซ้อมกับตัวเองคือคิด ตีความ ทำความเข้าใจกับเรื่องนั้นที่เราจะรับ ไม่ว่าจะเป็นชีวิตหนัก ตลก คนรวย คนจน คนไม่ดี ทุกอย่างต้องถูกตีความออกมาหมด ต้องฝึก”

สิ่งทำให้ยืนหยัดในวงการนี้อย่างยาวนานและยังเป็นขวัญใจของคนที่ติดตามดู?

“จริงๆ ก็ไม่มีอะไรมากมายนะครับ ขอบคุณมากครับที่ชม (ยิ้ม) ทั้งหมดที่เราคุยกันมาผมว่าทุกคนก็ทำได้หมด แต่เราขึ้นอยู่กับนายทุน ผมเริ่มแสดงตั้งแต่อายุ 24 มาจนถึงปัจจุบัน เริ่มต้นเราก็เป็นพระเอก ช่วงกลางคนมาหน่อยเราก็เป็นเพื่อนพระเอกมาแล้ว พออายุมากหน่อยก็เป็นพ่อ พอตอนนี้อายุมากขนาดนี้ก็เป็นปู่ ตา งานที่แสดงยังสามารถดำเนินงานอยู่ได้ ไม่ใช่ว่าผมดีหรือวิเศษกว่าคนอื่น หรือต้องมีอะไรที่พิเศษในการทำงาน แต่ผมโชคดีมีงานที่หลากหลายแขนงในวงการบันเทิงที่สามารถทำได้

วงการมันประกอบไปด้วยสิ่งละอันพันละน้อยมากมายในการที่จะเป็นแสดงได้สักคนนึง ไม่ใช่หล่อ เก่ง วิเศษกว่าคนอื่น มันไม่ใช่ แต่ทุกอย่างต้องหล่อหลอมออกมาด้วยกันทั้งหมดกว่าที่จะมาเป็นนักแสดงที่จะสามารถอยู่ได้ยาวนาน แล้วผมก็เห็นหลายท่านที่อยู่ได้ยาวนาน”

 

คอนเทนต์แนะนำ
ลุกปัสสาวะบ่อยกลางดึก สัญญาณบอกโรคและภาวะหยุดหายใจ

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

ทันโลก express

ทันโลก express

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ