นาทีนี้ต้องยกให้เป็นคู่จิ้นที่มาแรงที่สุด สำหรับ 2 นักแสดงวัยรุ่น “เจมีไนน์ - นรวิชญ์ ฐิติเจริญรักษ์” และ “โฟร์ท - ณัฐวรรธน์ จิโรชน์ธิกุล” จาก “แฟนผมเป็นประธานนักเรียน” ที่เคมีดี๊ดีโด่งดังข้ามคืน มีแฟนคลับทั้งในไทยและต่างประเทศ
ล่าสุดยังได้ฉายา ‘คู่จิ้นห้างแตก’ ขึ้นแท่นซุปตาร์ดวงใหม่ของ GMMTV แล้ว วันนี้ “พีพีทีวี” จะพาไปพูดคุยกับทั้งสองหนุ่ม
เพื่อทำความรู้จักกันมากขึ้นทั้งในจอและนอกจอ ต้องบอกเลยว่าตลอดการสัมภาษณ์ทำให้ต้องยิ้มตามไปกับความน่ารัก สดใส ยียวนของ “เจมีไนน์ – โฟร์ท” ที่ทำให้ไม่แปลกใจว่าทำไมใครๆ ก็ตกหลุมรัก
ฟีดแบคซีรีส์แรงมากเกินคาดแค่ไหนสำหรับเรา?
เจมีไนน์ : “เกินคาดครับ เพราะว่าไม่คิดว่าจะมีกระแสตอบรับดีขนาดนี้ ตั้งแต่อีพีแรกก็ติดเทรนด์ทวิตเตอร์มาจนถึงตอนนี้ ขอบคุณทุกคนที่ให้กระแสตอบรับ ให้ความรักกับพวกเรานักแสดงนะครับ (ยิ้ม)”
ย้อนกลับไปวันแรกที่ตัดสินก้าวเข้ามาวงการบันเทิง ประกวดเวทีเดียวกันด้วย?
โฟร์ท : “ใช่ครับ ใช่เลย เซ็ตนี้จะมี 4 คนที่ประกวดด้วยกัน เวที Thailand School Star 2019 ก็มี โฟร์ท , เจมีไนน์ , ฟอร์ด (อรัญญ์ อัศวสืบสกุล) และ สตางค์ (กิตติภพ เสรีวิชยสวัสดิ์) แต่ละคนก็โชว์ความสามารถพิเศษของตัวเอง ผมโชว์มวยไทยก็แอบคิดว่าจะชนะหรือเปล่า เพราะแต่ละคนร้องเพลงทั้งนั้นเลย มีความสามารถ เก่ง เต้นด้วย แต่ผมว่าความแปลกของผมนี่แหละที่โชว์มวยไทยคนเดียว ผมทำท่าที่คนกรี๊ดทั้งฮอลล์เลย ตอนนั้นเพลงจบแล้วผมคิดอะไรไม่ออก ผมทำท่าต่อยมวยแต่ทำแบบนี้ (สาธิต ‘ท่าไอเลิฟยู’ ให้ดู) คือผมโชว์รำมวยปกติก่อนแล้วค่อยทำท่านั้นตอนท้าย เอาจริงๆ ตอนที่ผมเห็นคนอื่นร้องเพลงผมรู้สึกว่าทำไมผมแตกต่าง (หัวเราะ) ไม่รู้ว่าจะชนะด้วยซ้ำ ตอนนั้นที่ไปรำมวยผมเขินนะ แต่พอขึ้นเวทีแล้วมีคนกรี๊ดก็ดีใจแล้วมั่นใจมากขึ้น ตอนแรกก็คิดว่าจะร้องเพลง ถ้าร้องเพลงคงไม่ชนะ เพราะตอนนั้นผมร้องเพลงไม่เป็น คงไม่ได้เซ็นสัญญาเข้า GMMTV แล้ว (หัวเราะ)”
เจมีไนน์ : “ที่ผมมาประกวดเพราะแม่ผมอยากให้มาประกวด (หัวเราะ) แม่อยากให้เข้าวงการเป็นดารา ตอนแรกก็บอกแม่ว่าไม่เอาๆ ผมไม่เหมาะๆ ไม่อยากทำ แต่แม่ก็ขอร้อง คือผมเป็นนักร้องของโรงเรียนแล้วก็ไปงานโรงเรียนบ่อย เจอผู้คนเยอะ แม่ก็เลยอยากให้ลองทำดู ตอนคัดรอบ 50 คน ผมร้องเพลง ‘แฟนจ๋า’ ก็ฟลุคเข้ามาได้เฉยเลย ก็ดีใจครับที่ได้เข้ามาตรงนี้”
ตอนที่คุณแม่อยากให้เราเป็นดารา เคยคิดๆ ไหมว่าต้องมีสกิลอะไรบ้าง?
เจมีไนน์ : “ไม่ได้คิดเลยครับ เพราะไม่ได้อยากเป็นดาราตั้งแต่ตอนแรก และก็ไม่ได้คิดว่าจะได้เป็น เพราะผมไม่ได้มาเวย์นั้น ตอนนั้นผมมาสายกิจกรรม เรียนอย่างเดียว ก็ไมได้คิดว่าจะมาทางนี้ครับ ถ้าจะมาทางวงการบันเทิงก็น่าจะเป็นทางร้องเพลง ทางดนตรีมากกว่า แต่ไม่เคยคิดว่าจะได้มาแสดงซีรีส์ ตอนที่ผมร้องเพลงที่โรงเรียนก็ร้องเป็นวง ผมเป็นนักร้องนำ เรื่องเต้นผมไม่เคยฝึกเต้นจริงจังมาก่อน ผมอยู่กับดนตรีบ่อยมั้งครับ เลยมีจังหวะ จับจังหวะได้ (ยิ้ม)”
“โฟร์ท” ได้ที่หนึ่งของเวที?
โฟร์ท : “ตอนแรกผมก็ไม่ชอบทางนี้ คล้ายเจมีไนน์ครับ แต่ผมเริ่มก่อนตอนอายุ 14 คุณแม่พาไปประกวดเวทีเดินแบบเวทีหนึ่ง ตอนนั้นก็ยังไม่อยากเข้าวงการ แต่พอเข้ามาแล้วก็รู้สึกชอบ แม่ก็พาไปแคสหนัง แคสละคร แคสซีรีส์ แคสโฆษณา พอมีรายได้หาเงินได้เองผมก็ดีใจ หาเงินได้ตั้งแต่อายุ 14 ซื้อข้าวกลางวันได้ด้วยเงินของตัวเอง แล้วก็มีโอกาสมาประกวดเวที Thailand School Star 2019 ก็ตั้งใจทำให้ได้ที่หนึ่ง ไปซ้อม เตรียมตัว แล้วก็ได้ที่หนึ่งตามจุดมุ่งหมายที่วาดไว้”
ก่อนที่จะมาเป็น “เจมีไนน์ – โฟร์ท” ผ่านอะไรด้วยกันมาค่อนข้างเยอะ?
เจมีไนน์ : “3 ปีครับ ผมก็อยู่กับโฟร์ทมาตั้งแต่แรกเลย วันที่ประกวดเสร็จตอนนั้นผมกำลังจะกลับบ้านแล้ว ก็มีพี่เขาโทรมาว่าอย่างเพิ่งไป พอเดินกลับไปเขาก็บอกว่าได้เข้ามาเป็นนักแสดงนะ แต่ก็ยังไม่ได้บอกว่าให้ทำอะไร จริงๆ พอมีโอกาสเข้ามาผมก็มาลอง แล้วก็ได้เรียนแอ็คติ้ง เรียนเต้น ก็เรียนทุกอย่างมาพร้อมกัน แต่ผมมีเรียนร้องเพลงด้วย เพราะผมเข้ามาด้วยการร้องเพลง ก็มีเบรกไปแป๊ปนึงเพราะผมต้องตั้งใจติวหนังสือเข้ามหาวิทยาลัย กับระยะเวลา 3 ปี ผมว่าเป็นเวลาที่ถูกต้องที่เราได้มาทำอะไรตอนนี้ เพราะช่วงแรกๆ ผมยังเป็นเด็กน้อยทั่วไปที่ไม่ได้ค่อยดูแลตัวเองเท่าไหร่อยู่เลย ย้อนกลับไปดูรูปตัวเองตอนนั้น ยังคิดว่าเข้ามาได้ยังไงเนี่ย (หัวเราะ)”
โฟร์ท : “หลังประกวดเสร็จก็รู้ว่าจะได้เข้ามาเป็นนักแสดง แต่ยังไม่รู้ว่าจะได้รับบทบาทไหน ต้องรอดูว่าตรงคาแร็กเตอร์หรือเปล่า ผมมีไปแคสเรื่อง F4 Thailand ก็ได้เล่นเป็นบทน้องของนางเอก ส่วนการฝึกต่างๆ ทางค่ายก็ส่งไปเรียนการแสดง พอผมรู้ว่าต้องเล่นซีรีส์เกี่ยวกับดนตรี ก็มีเรียนร้องเพลงเพิ่มครับ”
ตอนที่รู้ว่าต้องเล่นรู้กัน?
เจมีไนน์ : “ก่อนที่จะได้มาเล่นด้วยกัน มีแคสตามปกติเลย ตอนนั้นมีคนไปแคสในซีรีส์พวกเรานี่แหละครับ แต่เขายังไม่ได้วางบทไว้ว่าใครจะได้เล่นบทอะไร เขาก็แค่ลองให้เล่นให้ดูว่าเราเหมาะกับคาแร็กเตอร์ไหนในเรื่อง แล้วเขาก็ค่อยมาวางบทให้ว่าใครเหมาะกับใคร ทุกคนเป็นเพื่อนกันหมดอยู่แล้ว ก็สนิทใจกันอยู่แล้วได้เล่นคู่ใครก็ได้หมด ตอนที่ได้รู้ว่าเล่นกับโฟร์ท ก็แบบ ‘จริงเหรอ? ได้เหรอ?’ (หัวเราะ) ผมยังไม่รู้ว่าจะได้เล่นเป็นตัวเอก ผมก็แบบ..เขาเขียนชื่อผิดหรือเปล่า ไม่น่าใช่นะ เพราะผมไม่ได้ชนะไง ไม่คิดว่าตัวเองจะได้ ก็ไปถามเขาว่าจริงเหรอครับ พี่เขาก็บอกว่าจริง ผมก็งงว่าเรื่องแรกเป็นตัวเมนเลยเหรอ ซึ่งแม่ก็อยู่ในไลน์กลุ่มอยู่แล้ว แม่ก็งงๆ เหมือนกัน (หัวเราะ)”
โฟร์ท : “ผมรู้อยู่แล้วว่าผมต้องได้เล่นกับเจมีไนน์ (ยิ้ม) เพราะตอนแคลสติ้งหาเคมีอะไรบางอย่างผมเล่นกับหลายคนแล้ว ผมว่าผมเล่นกับเจมีไนน์เข้าสุด แล้วตอนแคส ‘พี่อ๊อฟ’ (นพณัช ชัยวิมล) ก็ถามว่าอยากเล่นกับใคร ผมก็เลยบอกว่าอยากเล่นกับเจมีไนน์ คือหลายคนในเรื่องผมจะเรียกว่าพี่ แต่เจมีไนน์จะรุ่นๆ เดียวกัน เลยรู้สึกว่าเคมีดีกว่า เพราะถ้าเป็นพี่จะมีความเกรงใจ ไม่กล้าเล่น พอเราได้มาเล่นกันก็โอเคครับ ไม่มีความเขินกันเลย”
จำซีนแรกที่เวิร์คชอปด้วยกันได้ไหม?
เจมีไนน์ : “จำได้ครับ เป็นซีนที่นั่งเก้าอี้รออยู่หน้าโรงเรียน คนนึงเป็นคนเข้าหา คนนึงนั่งเก้าอี้ เขาไม่ได้บอกให้นั่งจีบกันนะ เขาบอกให้ลองชวนคุยดู”
โฟร์ท : “แต่เขากระซิบบอกผมให้จีบคุณ”
เจมีไนน์ : “ก็ไม่เขินนะครับ แต่จะเกร็งๆ นิดหน่อยเพราะมีผู้ใหญ่นั่งดูอยู่ด้วย ตอนนั้นโฟร์ทจะเป็นคนนั่ง ผมเป็นคนเข้าหา ก็คุยเหมือนเพื่อนคุยกันธรรมดาเลย แล้วตอนที่จะมาเล่นเรื่องนี้พี่อ๊อฟก็บอกว่าเป็นซีรีส์ดนตรี ทำวงขึ้นมา ผมก็คิดว่าผมต้องได้อยู่ในวงแน่ๆ เพราะผมเป็นสายดนตรี แต่ปรากฎว่าไม่ใช่ พี่อ๊อฟช็อตฟีล (หัวเราะ)”
โฟร์ท : “ก็มาตกที่ผมแทน แรกๆ ที่รู้ว่าต้องได้เล่นดนตรีรับบทเป็นนักร้องนำด้วย ก็มีไปเรียนร้องเพลง ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าจะร้องได้หรือเปล่า เพราะมันไม่มีแสงที่ปลายอุโมงค์ (หัวเราะ) แต่พอรับบทนี้มาแล้วผมก็ต้องทำให้ดีที่สุดครับ ยากแค่ไหนก็ต้องทำให้ได้และทำให้ดี”
เจมีไนน์ : “ผมก็ยังสงสัยมาถึงตอนนี้ ผมก็ถามทั้งพี่อ๊อฟ , พี่อู๋ (กรพรหม นิยมศิลป์) คือผมโอเคกับบท ‘ติณณ์’ อยากเล่น ถึงแม้ผมไม่ได้อยู่ในวงผมจะร้องเพลงหน่อยไม่ได้เหรอ (หัวเราะ) เพราะคาแร็กเตอร์ติณณ์จะนิ่งไม่กล้าร้องเพลง แต่ก็มีซีนที่ได้ร้องเพลงอยู่ เพราะผมขอเขามา ขอนิดนึงนะ ขอร้องหน่อยเถอะนะครับ”
สิ่งยากที่สุดของเราสองคนกับซีรีส์เรื่องนี้?
โฟร์ท : “พวกซีนดราม่าครับ ซีนที่แม่ป่วยหนักต้องผ่าตัดก็ต้องทำอารมณ์เยอะ ต้องมีสมาธิอยู่กับตรงนั้น”
เจมีไนน์ : “ซีนโกรธครับ ผมรู้สึกว่ายังเป็นอารมณ์ที่ผมไม่เคยเข้าถึงขนาดนั้น (ไม่เคยโกรธใครเลย?) ไม่เคยครับ มากสุดคืองอน จะเวย์น้อยใจมากกว่าไม่ได้โกรธ แต่ถ้าถึงกับโกรธตัวสั่น ใจเต้นแรง ยังไม่เคยเลยครับ”
ซีรีส์ประสบความสำเร็จมาก ต้องปรับตัวยังไงบ้าง มีคนรู้จักมากขึ้น อีพีแรกแฟนๆ ก็หวีดกันแล้ว?”
เจมีไนน์ : “มีขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์ก็ดีใจครับ ผมไม่เคยเล่นทวิตเตอร์ก่อน พอดูอีพีแรกกับเพื่อนๆ ก็ถามว่าแบบนี้กระแสดีหรือเปล่า ดูยังไงว่าคนตอบรับดี ผมไม่รู้เลย ตอนนี้ผมก็เริ่มดูและเริ่มใช้ทิวตเตอร์เป็นแล้ว ขอบคุณนะครับทุกคน สำหรับกระแสตอบรับ”
โฟร์ท : “ผมมารู้ว่ากระแสตอบรับดีมากๆ อีพี3 – 4 เพราะแรกๆ ผมยังงงอยู่ว่าต้องไปดูกระแสในทวิตเตอร์เหรอ ในไอจีเหรอ เพราะมีคนฟอลโลว์ไอจีและกดติดตามทวิตเตอร์ รวมถึงมีแฮชแท็กด้วย”
ตอนนี้ถูกยกให้เป็นคู่จิ้นที่ดังและมาแรงมาก ล่าสุดยังได้ฉายาคู่จิ้นห้างแตกด้วย?
โฟร์ท : “ผมก็ไม่รู้ว่าดังหรือเปล่า อาจจะมีคนรู้จักมากขึ้นแล้วกันครับ (ยิ้ม) เวลาไปไหนก็มีคนมาขอถ่ายรูปเยอะขึ้น ดีใจครับ ตอนแรกก็เขินๆ ว่าเรามีคนมาขอถ่ายรูปเยอะจัง แฟนคลับน่ารักครับ ถามว่าชินหรือยังก็ชินแล้วครับ รู้สึกดีใจเวลามีคนมาขอถ่ายรูป ถ้าเจอกันก็มาขอถ่ายรูปได้นะครับ (ยิ้ม) แต่เวลาทานข้าวอยู่ก็อาจจะไม่สะดวกนะครับ จริงๆ พวกเราก็ใช้ชีวิตปกติ แต่ผมตื่นเต้นทุกครั้งเวลาที่เจอคนเยอะๆ”
เจมีไนน์ : “ขอบคุณทุกคนที่ชอบและซัพพอร์ตพวกเรานะครับ ถ้าถามว่าผมชินหรือยัง ผมยังไม่ชินเลย (หัวเราะ) เวลาคนมาขอถ่ายรูปผมก็จะถามว่ารู้จักผมเหรอครับ รู้จักได้ยังไงเหรอครับ เพราะผมอยากรู้ว่าเขารู้จักผมจากไหน คือมีช่วงนึงที่ซีรีส์จะออนแอร์ตอนนั้นผมก็ไปเดินสยาม แล้วก็มีคนมาขอถ่ายรูปแล้วเขาก็พาลูกมาถ่ายด้วย ผมก็แปลกใจว่าผมเป็นขวัญใจมหาชนขนาดนั้นเลยเหรอ พี่เขาก็บอกลูกว่านี่ ‘พี่อาเล็ก’ (อาเล็ก ธีรเดช) นะลูก เขาคิดว่าผมเป็นพี่อาเล็ก (หัวเราะ) ผมก็ไม่ได้แก้นะก็ถ่ายรูปกับเขาไป ผมโดนทักผิดบ่อยนะ มีครั้งนึงไปเดินพารากอนแถวๆ หน้าซุปเปอร์ฯ กำลังซื้อของอยู่ ก็มีคนมาถามว่าเซ็นรูปให้หน่อยได้ไหม ผมก็บอกว่าได้ๆ ซึ่งรูปนั้นเป็นรูป ‘ภูวินทร์’ (ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน) ผมก็เซ็นชื่อเจมีไนน์แล้วขอบคุณเขา คือผมเหมือนทุกคนที่ไม่ใช่เจมีไนน์ (หัวเราะ)”
ถ้าให้รีวิวอีกฝ่ายในความรู้สึกของเราที่สนิทกัน?
เจมีไนน์ : “โฟร์ทเป็นคนที่ชอบการแข่งขัน เป็นคนที่จะแพ้ไม่ได้ต้องชนะ วันที่ผมเห็นเขาชนะการประกวดผมเลยดีใจกับเขาด้วยมากๆ คืออย่างที่บอกตัวผมมาประกวดก็ไม่ได้คาดหวังอะไร เพราะไม่ได้คิดว่าผมจะมาทางนี่อยู่แล้ว วันนั้นผมก็ไปบอกโฟร์ทว่าดีใจด้วยนะ ชนะแล้ว เพราะเขาเองก็จะมาทางนี้อยู่แล้ว เขาเป็นคนที่ทำอะไรแล้วจะตั้งใจมากๆ อ่อ แล้วมีอีกอย่างครับ เขาจะเป็นคนที่เวลาไม่อยากตอบอะไร ก็จะแกล้งตาย (โฟร์ทเป็นคนชอบสกินชิพ?) ใช่ครับ เป็นคนเลิ่กลั่กแล้วเอามืออยู่กับตัวไม่ได้ (หัวเราะ)”
โฟร์ท : “รีวิวเจมีไนน์เหรอ (ยิ้ม) เขาเป็นคนน่ารักครับ เวลาอยู่กับแม่เขาจะน่ารักเป็นพิเศษ เขาจะพูดว่า ‘ม๊าๆ เดี๋ยวสี่ทุ่มหนูกลับแล้วนะ’ น่ารักดี ผมชอบเวลาเขาคุยกับแม่”
สนิทกันมากๆ มีเรื่องที่งอนกันไหม?
โฟร์ท : “ไม่มีครับ เรารักกันดี (หัวเราะ)”
เจมีไนน์ : “ส่วนใหญ่จะเป็นโฟร์ทงอน”
โฟร์ท : “คือถ้างอนแป๊ปเดียวก็หาย งอนตามประสาเพื่อนแบบเด็กๆ เลย ขอของกินหน่อย ไม่ให้กินก็งอน เดี๋ยวก็หาย หายด้วยตัวเอง เขาไม่รู้ด้วยว่าผมงอน”
มีมุมไหนไหมที่พอสนิทกันมากๆ แล้วไม่คาดคิดว่าว่าเจอไหม?
โฟร์ท : “มุมที่ไม่คาดคิดของเจมีไนน์ (หันไปมอง) ตอนแรกเห็นเขาอาจจะเป็นคนนิ่งๆ แต่จริงๆแล้วเป็นคนน่ารัก แต่ผมก็คิดไว้ว่าเขาจะมีเอนเนอร์จี้ เฮฮา ประมาณนึง แต่เขาไปสุดปรอทแตกแบบเต็มคาราเบล แต่ก็ดีครับๆ เป็นพลังบวกให้กับโฟร์ทด้วย”
เจมีไนน์ : “ผมจะบอกตลอดว่าโฟร์ทเป็นคนที่มีความพยายามค่อนข้างที่จะสูงมากๆ อยากทำอะไรแล้วต้องทำให้ได้ ชอบการแข่งขัน ชอบเป็นที่หนึ่ง ซึ่งผมว่าดีนะที่เป็นคนมีไฟในตัวเองตลอดเวลา”
“เจมีไนน์” ไม่เคยมีแฟนเลย?
เจมีไนน์ : “ใช่ครับ ที่ผมยังไม่มีแฟนเพราะผมรู้สึกว่าตัวเองยังไม่พร้อมในหลายๆด้าน ผมยังไม่ถึงจุดที่รับผิดชอบตัวเองได้พอที่จะไปมีอีกคนนึงได้ เพราะถ้าชีวิตตัวเองยังไม่ถึงจุดที่ดีที่สุดที่ตัวเราโอเคแล้ว เราก็ไม่สามารถไปอะไรกับคนอื่นได้ สิ่งที่ทำให้ผมคิดว่ายังไม่พร้อมจะดูแลใครได้ มันอยู่ที่ตัวผมเองไม่ได้อยู่ที่คนอื่น ถามว่ามีคนเข้ามาไหม ก็มีเข้ามาบ้าง แต่ด้วยความที่ตัวผมรู้สึกว่าตัวเองยังไม่พร้อม เลยไม่อยากให้คนอื่นเสียเวลากับผม แล้วผมอยากโฟกัสทีละอย่าง ตอนนี้ทำอันนี้อยู่ก็อยากทำให้ดีไปเลย เรียนอยู่ก็อยากเรียนไปเลย ทำงานอยู่ก็อยากทำงาน และตอนไหนที่ประสบความสำเร็จแล้ว ทำเป้าหมายสำเร็จแล้ว ก็ค่อยมีอีกด้านหนึ่ง อีกอย่างผมเองก็เป็นคนที่ไม่ค่อยมีเวลาว่างด้วยครับ”
เวลาที่มีคนเข้ามาเราจัดการกับความสัมพันธ์ยังไง?
เจมีไนน์ : “ก็มีคนเข้ามาจีบ ผมก็บอกว่าผมไม่พร้อมนะ ไม่พร้อมจะมีแฟนนะ ผมจะชัดเจน จริงๆ แล้วมีเข้ามาทางคุณแม่ด้วยนะ ด้วยความที่ผมไปไหนมาไหนก็จะไปกับคุณพ่อคุณแม่บ่อย เวลาไปเจอเพื่อน ไปกินข้าวกับเพื่อน พ่อแม่ก็จะไปด้วย ก็จะมีบางคนเข้าทางแม่ ตีสนิทแม่ แม่ก็จะมาถามว่าอะไรยังไง ก็จะรีเช็คให้ ผมว่าแม่หวงนะ ด้วยความที่ผมเป็นลูกคนเดียวเขาค่อนข้างที่จะหวงเลย แต่ว่าถ้ามีแฟนผมว่าเขาโอเคนะ ถ้าพูดคุยดีๆ ผมไม่ได้ตั้งไว้นะว่าจะต้องมีแฟนตอนไหน พร้อมตอนไหนก็ตอนนั้นครับ (หัวเราะ)”
ถามถึงงานแฟนมีตฯ บัตรขายหมดอย่างรวดเร็วทั้ง 2 รอบ?
เจมีไนน์ : “แฟนมีตฯ วันที่ 18-19 มีนาคม ชื่องาน “My School President Prom Night Live On Stage” นักแสดงของซีรีส์แฟนผมเป็นประธานนักเรียน จะมาร่วมโชว์ รวมถึงเพลงในซีรีส์จะมาอยู่ในงานครั้งนี้ด้วย ตอนนี้ถึงแม้ว่าบัตรทั้งสอบรอบจะขายหมดแล้ว แต่แฟนๆ ที่กดบัตรไม่ทัน ก็จะไม่พลาดความสนุกครั้งนี้อย่างแน่นอนครับ สามารถชมได้ทางไลฟ์สตรีมมิ่ง ติดตามรายละเอียดได้ที่ GMMTV พวกเราทุกคนรอทุกคนอยู่นะครับ (ยิ้ม)”
งานครั้งนี้จะได้เห็นอะไรพิเศษบ้าง?
โฟร์ท : “ถ้าถามว่าอะไรที่ไม่เคยทำแล้วอยากทำบนสเตจก็คงจะเป็นกินหมูกระทะ ผมคิดว่ามันน่าสนใจดี (หัวเราะ) รอชมครับๆ ว่าผมจะมีอะไรพิเศษมาให้ทุกคนได้ชมกัน”
เจมีไนน์ : “ผมอาจจะทำโชว์ให้ทุกคนได้ดูกัน โฟร์ทก็อาจจะมีโชว์ของตัวเองด้วย คือผมเองมีความฝันอยากทำคอนเสิร์ตอยู่แล้วครับ เคยร้องบนเวทีมาบ้างที่โรงเรียน เคยทำโน่นนี่มาแล้ว แต่ก็ยังมีสิ่งที่ผมยังไม่เคยทำ ก็อยากให้ทุกคนไปดูที่งาน ก็เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ผมอยากจะทำ”
อยากบอกอะไรกับแฟนๆ?
โฟร์ท : “ฝากติดตามชมซีรีส์ ‘แฟนผมเป็นประธานนักเรียน’ ด้วยนะครับ วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์นี้เสนอเป็นตอนจบแล้ว อยากให้รอดูกันว่าจะจบแบบไหน (สปอยล์หน่อย?) ไม่ได้ครับ ต้องรอมชมเอง (หัวเราะ) แล้วก็อยากจะขอบคุณแฟนๆ ทุกคนทั้งแฟนคลับชาวไทยและแฟนคลับต่างประเทศนะครับที่สนับสนุนและชื่นชองซีรีส์ของพวกเรา ถ้ามีโอกาสหวังว่าเราจะได้เจอกันนะครับ”
เจมีไนน์ : “ขอบคุณทุกๆ กระแสตอบรับ ทุกการสนับสนุนที่มีให้เราสองคนและซีรีส์นะครับ ฝากแฟนมีตติ้งฯที่จะมีเดือนหน้า พวกเราตั้งใจที่จะทำโชว์และทำให้งานครั้งนี้ออกมาดีและประทับใจทุกคนจริงๆ ครับ ส่วนแฟนๆ ที่ไมได้มาครั้งนี้ก็ติดตามได้ทางไลฟ์สตรีมมิ่งนะครับ แล้วก็แฟนๆ ต่างประเทศถ้ามีโอกาสพวกเราจะไปหาแน่นอนครับ ขอบคุณนะครับ (ยิ้ม)”