“ยามาดะ ยูกิ” เผยความทุ่มเทบท “ดราเค่น” โตเกียว รีเวนเจอร์ส 2 อิ่มเอมใจเจอแฟนคลับไทยครั้งแรก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นักแสดงญี่ปุ่น “ยามาดะ ยูกิ” ผู้สวมบท “ดราเค่น” เล่าถึงภาพยนตร์ภาคต่อ “โตเกียว รีเวนเจอร์ส 2” กับความทุ่มเทของตัวเขาและทีมงาน พร้อมขอบคุณแฟนคลับชาวไทยให้การสนับสนุน ดีใจได้เจอกันเป็นครั้งแรก

คอนเทนต์แนะนำ
ได้แชมป์แล้ว! ร้านอาหารที่ทำเมนู “ผัดกะเพรา” อร่อยที่สุดในใต้หล้า

บินมาเจอแฟนคลับที่เมืองไทยเป็นครั้งแรก “ยามาดะ ยูกิ” นักแสดงสุดฮอตจากญี่ปุ่น ผู้สวมบท “ดราเค่น” จากภาพยนตร์ “โตเกียว รีเวนเจอร์ส : ฮาโลวีนสีเลือด ภาคศึกตัดสิน” ในงาน “First Screening event in Thailand with Yuki Yamada” ที่จัดขึ้น ณ เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน อัดแน่นไปด้วยความเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย ก่อนที่ภาพยนตร์จะเข้าฉายวันที่ 31 สิงหาคมนี้

 

โดย “พีพีทีวี” จะพาไปพูดคุยกับเขา นักแสดงหนุ่มที่ทุ่มเทกับตัวละครและภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างเต็มที่และความประทับใจที่มีต่อแฟนคลับ  

ตอนที่ทราบว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะมีภาคต่อรู้สึกยังไงบ้าง?

“ตอนที่ผมถ่ายทำภาคแรกก็ทุ่มเท ทุกคนเต็มที่กับภาพแรกมากๆ เลยครับ ไม่ได้คิดหรือคาดหวังว่าจะมีภาคต่อ แต่พอภาพยนตร์ฉายฟีดแบคค่อนข้างดีก็เลยได้มีภาคต่อ ตอนทีรู้ก็รู้สึกประหลาดใจและมีความกังวลใจตามมาว่าจะสามารถทำให้เป็นกระแส ทำให้มันดีเท่าภาคแรกได้หรือเปล่า ก็รู้สึกกังวลครับ”

ก่อนที่จะรู้ว่าได้แสดงเป็นตัวละครนี้ “ดราเค่น” เคยอ่านการ์ตูนเรื่องนี้มาก่อนหรือเปล่า?

“เคยอ่านมาก่อนครับ

ประทับใจฉากไหนที่สุดในภาพยนตร์ “โตเกียว รีเวนเจอร์ส 2”?

“ผมชอบ 2 จุดครับ จุดแรกคือตั้งแต่ภาคแรกเลย คือจะมีคำพูดที่พูดว่า ‘ให้คิดถึงจิตใจของคน’ คำนี้ทำให้ผมรู้สึกว่าเข้ากับตัวผมมากๆ เลย ผมเป็นคนที่คิดแบบนี้อยู่แล้วเลยยิ่งอินกับคำพูดนี้และบทนี้ แล้วเวลาที่ผมแสดงและต้องพูดประโยคนี้ออกมารู้สึกว่ามันสำคัญมาก และมีความกังวลว่าจะทำได้ไม่ดี แต่พอได้ทำก็ประทับใจมากๆ ครับ (ยิ้ม) ส่วนอีกจุดผมชอบแอคชั่น ตัวผมเองผ่านการเล่นแอคชั่นมาเยอะ เล่นต่อสู้มาเยอะ เวลาที่ผู้ชมได้ดูทุกอย่างมันถูกปล่อยออกมารวดเร็ว แต่ตอนถ่ายมีการถ่ายซ้ำหลายมุม หลายแบบ เพื่อให้ได้มุมที่ดีที่สุด ตัวผมเองก็ทุ่มเทมากๆ ผมไม่อยากให้ออกมาซ้ำกับใคร”

องค์ประกอบสำคัญของเรื่องคือคอสตูม ในส่วนนี้มีส่วนทำให้คุณเข้าถึงบทบาทได้ไหม?

“อย่างทรงผมของ ‘ดราเค่น’ เป็นทรงผมที่ค่อนข้างมีเอกลักษณ์แล้วก็ค่อนข้างแรงเลยใช่ไหมครับ ผมเป็นคนที่เล่นเรื่องไหนก็อยากจะเต็มที่และเคารพต้นฉบับให้มากที่สุดครับ”

ภาพยนตร์ภาค 2 มีแอคชั่นค่อนข้างเยอะ ท้าทายคุณมากกว่าภาคแรกหรือไม่?

“ในฉากต่อสู้จะมีแบบวันคัทด้วย (One Cut) การถ่ายจะค่อนข้างยาว เรื่องความยากอยู่ตรงที่จะรักษาแรงของตัวเองยังไงไม่ให้แผ่ว ช่วงที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ผมเองก็รับงานอื่นอยู่ด้วย มันสำคัญมากเลยครับที่ต้องดูแลร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ”

ฉากต่อสู้ฉากไหนที่คุณใช้เวลาซ้อมนานที่สุด?

“เป็นฉากที่ผมต้องต่อสู้กับคน 20 คน แต่ว่าถึงจะเป็นการซ้อมก็ตาม มันไม่ใช่การซ้อมที่สู้กับคู่ต่อสู้จริงๆ เพราะว่าในการซ้อมผมจะคุยกับผู้กำกับแอคชั่นว่าฉากนี้จะเป็นยังไง จะทำยังไงต่อ ก็จะเป็นขั้นตอนของการคุยกันก่อน จากนั้นก็ถ่ายทำครับ ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 2-3 วัน บวกกับช่วงนั้นผมเองก็ยุ่งมากด้วย ถ่ายทำอีก 2 เรื่องพร้อมกัน เพื่อนๆ ที่เล่นในเรื่องเดียวกันก็คิวทองกันหมดเลย หาเวลามาร่วมซ้อมด้วยกันค่อนข้างยาก เลยจะเป็นการซ้อมเดี่ยวซะมากกว่า พวกเรามาเจอกันหน้าฉาก คุยกัน แล้วก็แสดงครับ”

ในภาพยนตร์เรื่องนี้ภาคแรกและภาค2 ตัวละคร “ดราเค่น” มีการเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่?

“ด้วยความที่มี 2 ภาคแล้ว ก็มีหลายยุคสมัย ดังนั้นจะมี ‘ดราเค่น’ ตอนเป็นวัยรุ่น ตอนเด็ก ตอนโต ข้อแตกต่างตอนเด็กจะมีความสดใส หัวเราะมากกว่า พอตอนโตก็จะเป็นอีกแบบนึง ต้องแสดงคนละแบบกันครับ สังเกตได้เลยอย่างตอนที่ฆ่าคนจะมีท่าทีที่นิ่งแปลกๆ ก็จะไม่เหมือนกันแล้ว รวมไปถึงการเล่าเรื่องย้อนก็เป็นการให้ผู้ชมสังเกตว่าเมื่อก่อนเป็นยังไง ตอนนี้เป็นยังไง”

จุดไหนของ “ดราเค่น” ที่คุณชอบมากที่สุด?

“จุดที่นึกถึงจิตใจคนครับ”

อยากมีคำศัพท์ภาษาไทยคำไหนที่อยากจะเรียนไหม?

“ผมอยากพูดว่า ‘ยูกิ ยามาดะ’ เป็นนักแสดงที่ดีนะ (ยิ้ม)”

อยากบอกอะไรแฟนๆ ชาวไทยที่สนับสนุนผลงานของคุณเสมอมา?

“ผมมาเมืองไทยครั้งนี้ก็ทำให้ได้รู้ว่า มีผู้คนอีกมากมายที่ชื่นชมผลงานของผม ได้เห็นลงานของพวกเรา ตอนที่อยู่ญี่ปุ่นผมอาจจะไม่รู้ แต่พอได้ออกมาต่างประเทศจึงได้รู้ว่ามีคนชื่นชอบ ผมอยากให้ต่างประเทศได้เห็นผลงานของคนญี่ปุ่นมากขึ้นครับ ฝากทุกคนช่วยเชียร์ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ”

สำหรับ “โตเกียว รีเวนเจอร์ส : ฮาโลวีนเลือด” เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากอนิเมะซีรีส์และมังงะ “โตเกียว รีเวนเจอร์ส” ประสบความสำเร็จด้วยการคว้าอันดับ 1 ในประเทศญี่ปุ่น ในปี 2021 ของภาพยนตร์ไลฟ์แอคชั่น ด้วยเหตุนี้จึงได้ตัดสินใจทำภาคต่อโดยจะมีเนื้อหาบางส่วนที่ดัดแปลงเล็กน้อยและได้ “โอคาดะ โชตะ” มาร่วมเป็นโปรดิวเซอร์

เรื่องย่อ : “ฉันสัญญา ฮินะ ยังไงฉันก็จะช่วยเธอให้! จนกว่าอนาคตที่มีเธอจะมาถึง ต่อให้จะล้ม เหลวอีกกี่ครั้งรั้ง ฉันก็จะไม่มีทางยอมแพ้เด็ดขาด!” อดีตคนรักที่สามารถช่วยชีวิตของเธอได้ ไม่ว่าจะย้อนเวลามากี่ครั้ง 'ฮินาตะ' ก็ยังถูกกลุ่มโตเกียวมันจิไคฆ่าอยู่ดี มิหนําซ้ําในครั้งนี้ยังถูกฆ่าต่อหน้า 'ทาเคมิจิ' อีกต่างหาก และกุญแจที่จะสามารถช่วยเธอได้นั้น อยู่ในอดีตอันแสนน่าเศร้าของเหล่าสมาชิกผู้ก่อตั้งโตเกียวมันจิไคทั้ง 6 คน  เป็นเพราะโชคชะตาหรือเปล่า ที่บีบคั้นให้เหล่าสหายต้องห่ำหั่นกันเอง และในที่สุดวันฮาโลวีนที่ 31 ตุลาคม ก็มาถึงการปะทะกันของเหล่าอดีตพวกพ้อง รวมไปถึงหายนะของกลุ่มโตเกียวมันจิไคก็ได้เริ่มขึ้น เมื่อศึกของศึกฮัลโลวีนสีเลือดของพวกเขาได้ดําเนินมาถึงบทสรุป !!! ศึกตัดสินของทั้ง 2 แก๊ง "โตเกียวมันจิไค" และ "วัลฮาล่า" จะลงเอยเช่นไร ??? อนาคตของทาเคมิจิจะเปลี่ยนไปหรือไม่ ??? ต้องติดตามด้วยตัวเอง 

คอนเทนต์แนะนำ
“เสก โลโซ” ประกาศมอบลิขสิทธิ์เพลง “ก้าวให้ไกลกว่าเดิม” ให้คนไทยทุกคน
ก่อนคว้ารองหนึ่ง MU2023! ย้อนบทสัมภาษณ์ “แอนโทเนีย โพซิ้ว” ความตั้งใจที่มากกว่าชัยชนะ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ