ชีวิตคู่ “สมรักษ์ คำสิงห์” กับภรรยา ฝ่าอุปสรรคนับไม่ถ้วน ย้อนวีรกรรมเจ้าชู้-เคยถูกจ้างหย่า 2 ล้าน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ย้อนเรื่องราวความรักของ อดีตนักชกดัง “สมรักษ์ คำสิงห์” กับ “อ้อย เสาวนีย์” และวีกรรมเจ้าชู้ของฝ่ายชาย ภรรยารับสายทั้งจ้างให้หย่า , อ้างท้องกับสามี ฯลฯ

“สมรักษ์ คำสิงห์” ชีวิตจริงจัดจ้านยิ่งกว่าบนสังเวียน!

กำลังตกเป็นประเด็นอื้อฉาว สั่นสะเทือนโซเชียลอยู่ในขณะนี้ กับกรณีอดีตนักชกเหรียญทองโอลิมปิก สมรักษ์ คำสิงห์ถูกสาวอายุ 17 ปีแจ้งความอ้างพาเข้าโรงแรมและลวนลามทำอนาจาร ซึ่งต่อมา “สมรักษ์” ปฏิเสธเรื่องดังกล่าว และยืนยันว่าไม่ได้มีการข่มขืน

อีกทั้งอดีตนักชกดัง ยังได้มีการเปิดเผยอกีด้วยว่า ตนเองได้หย่ากับภรรยาคู่ชีวิตแล้วเมื่อ 2 เดือนก่อน อย่างไรก็ตามทางด้าน “อ้อย เสาวนีย์” ยังไม่ได้ออกมาพูดถึงประเด็นนี้ 

"สมรักษ์" ปัดลวนลาม หลังสาวอายุ 17 ปี แจ้งความตำรวจถูกจูงมือเข้าโรงแรม

โดยหากย้อนกลับไป ถึงเรื่องราวความรักของ “สมรักษ์” กับภรรยา ทั้งคู่จับมือฝ่าฟันอุปสรรคชีวิตคู่ด้วยกันมานับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งครั้งหนึ่ง เคยควงกันมาเปิดใจแบบหมดเปลือก ในรายการ Club Friday Show เมื่อปี 2564 ที่ผ่านมา

ในช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์ ได้ย้อนถึงจุดเริ่มต้นความรัก รวมไปถึงยังเผยถึงวีกรรมเจ้าชู้ของ “สมรักษ์ คำสิงห์” ที่ภรรยาใช้ทะเบียนสมรสเป็นเกาะป้องกันและกำราบสาวอื่นมาแล้ว

ทั้งคู่ย้อนเล่าเส้นทางรักว่า “รู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียน เจอกันตอนไปแข่งกีฬาในเขตเดียวกันที่จังหวัดขอนแก่น ก่อนจะตัดสินใจคบและอยู่ด้วยกันก่อนแต่ง ซึ่งสมรักษ์รับปากแม่ของฝ่ายหญิงว่าจะดูแลไปตลอด ส่วนทางภรรยาก็บอกว่า ตนเองเสียสละทุกอย่าง เพราะเหมือนว่ามอบชีวิตไว้ให้เขาแล้ว ซึ่งเขาไม่ให้เราลำบากเลย จ่ายเงินเดือนให้ เขาใจกว้าง ไม่มีเงินก็ไปซื้อทีวีให้ ซื้อทองให้ ดูแลครอบครัวเราด้วย

ในช่วงไปโอลิมปิกของ “สมรักษ์” ก็เก็บตัวเยอะ ไปครั้งแรกไม่ได้เหรียญกลับมา แต่ไปครั้งที่สองได้เหรียญทอง และตอนกลับมามีเงินแล้ว ซึ่งตรงนี้ ภรรยาเล่าสิ่งที่สั่งสมในใจไว้คือการแต่งงาน เพราะเคยคุยกันไว้ จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้จัดงานแต่ง แต่ ณ ตอนนี้ก็ไม่อยากแต่งแล้ว มีความสุขแล้ว

โดย สมรักษ์ อธิบายว่า หลังได้เหรียญกลับมา ผู้ใหญ่แนะนำว่าไม่ให้แต่งงาน เพราะอยู่กันก่อนแต่งแล้ว มันขัดประเพณีไทยในยุคนั้น สุดท้ายก็ไม่ได้แต่ง

จากนั้นทั้งคู่เราถึงช่วงที่ “สมรักษ์” กลายเป็นฮีโร่ของคนไทย มีโอกาสเข้าวงการบันเทิงด้วย และค่อนข้างจะฮอต ซึ่งเขาบอกว่า ตอนนั้นการเป็นฮีโร่โอลิมปิก มันเป็นเครื่องเตือนใจเรื่องออกนอกลู่นอกทาง แล้วอีกอย่างขึ้นอยู่กับเมียด้วย เมียดี 

แต่เมื่อโดนยิงคำถามว่า ‘เจ้าชู้ไหม?’ ภรรยาเป็นฝ่ายตอบแทนทันทีว่า “มาก” ก่อนจะเล่าต่อด้วยว่า “มีคนมาชอบเขา ก็มีโทรมาจะจ้างหย่า , โทรมาบอกว่าท้องก็มี , นอนกับสามีเธอก็มี เราก็สวนไปว่านอนก็นอน คุณเป็นคนที่เท่าไหร่แล้ว ซึ่งจริงๆ แล้วเวลามีใครโทรมาเราก็จะถามสามีเราว่าจะจัดการยังไง ถ้ายังอยู่ฝ่ายเราก็ไม่กลัว  

ถามว่าเราขี้หึงไหม แต่ก่อนนี่เอาปืนใส่รถไว้เลย ขับรถไปถึงที่เลย ซึ่งเราเป็นคนขี้หึงมาก แต่ก็ดีว่าขับรถไปแล้วไม่เจออะไร ถ้าเห็นอะไรคาหนังคาเขา ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำอะไร

ส่วนประเด็นเคยถูกจ้างหย่า 2 ล้านบาทนั้น “อ้อย” ภรรยาเล่าว่า “เขาจ้างสามี เราก็บอกว่า 2 ล้านไม่พอหรอก มูลค่าเขาต้องมากกว่านั้น คุณเอาไปคุณคุ้ม เราก็บอกว่าสัก 10 ล้านได้อยู่นะ ตอนนั้นปีประมาณ 2540 เราก็มีสติ เพราะเขาพูดเยอะ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับผู้ชายนะคะ ถ้ายังเลือกเราอยู่ ก็มีความมั่นใจไปตอบโต้ เพราะเราอย่าไปคิดเลยว่าเราจะเลิกกัน

ถ้าเลิกแล้วไปอยู่คนเดียว เราเลิก แต่ถ้าเลิกกันแล้วเราคิดอยากจะแต่งงานใหม่ เราอย่าเลิกดีกว่า เพราะว่าเราไม่รู้ว่าผู้ชายที่เราจะไปเจออีก จะดีหรือไม่ดี แล้วอีกอย่างเขาเป็นพ่อของลูก เราให้เขาอยู่เป็นพ่อของลูกเรามันอบอุ่นดีอยู่แล้ว เราไม่ต้องดิ้นรนอะไร เพียงแค่ถ้าออกนอกลู่ นอกทาง เราก็ตบๆ เข้ามา มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์อยู่แล้ว

เราเคยบอกเขาว่าต่อให้เลิกกัน เธอเอาของออกไปจากบ้าน อะไรที่เป็นสมบัติของคุณมีชิ้นเดียวคือทะเบียนสมรส อยากจะมีเมียใหม่ไปมีเลย แต่ทะเบียนสมรสฉันกอดไว้ มันคือความสะใจคนเป็นเมียหลวง เพราะคนเป็นเมียน้อยอยากได้คือทะเบียนสมรสอย่างเดียว สำหรับเขา ‘อาจจะเป็นสามีที่ดีไม่ได้ แต่เขาเป็นพ่อของลูกที่ดีมากๆ’

สมรักษ์ เสริมด้วยว่า “ภรรยาผม รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย” และเมื่อถูกถามว่า ‘หยุดเจ้าชู้หรือยัง?’ เจ้าตัวก็ตอบว่า “ผมอยู่ของผมเฉยๆ ผมก็ไม่เคยปิดบังว่ามีครอบครัว ผมอยู่ของผมเฉยๆ”

ทางด้านภรรยา บอกต่อว่า “ลูกสาวบอกแม่ไม่ต้อง เดี๋ยวเบสท์จัดการเอง (หัวเราะ) คือต่อให้ตอนนั้นที่เขาไม่หยุด ผู้หญิงทุกคนอยากเป็นหนึ่ง คนที่เป็นเมียน้อยก็อยากเป็นเมียหลวงถูกไหม เพราะฉะนั้นทะเบียนสมรสกำราบ เราอย่าหย่า ต่อให้เขาจะอยากเลิกกับเราขนาดไหน เราก็ไม่หย่า

และยังเล่าต่อ หลังถูกถามว่าต้องตั้งสติยังไง ให้สามีอยู่ในเส้นทาง “เราก็ฟูมฟาย สาดเสียเทเสียเหมือนกัน แต่เราก็มาคุยกันว่าถ้าเขายังเลือกอยู่กับเรา เราก็ไม่กลัวแล้ว ดึงเขาให้กลับมาหมดเลย มันขึ้นอยู่กับเราแล้ว จะดึงเขากลับมาเราต้องตั้งสติ อย่างงี่เง่า อย่าเอาผู้หญิงคนนั้นมาเปรียบเทียบ เราต้องมองว่าสามีต้องการอะไร เราต้องทำกับเขายังไงให้กลับมาอยู่กับเราส่วนตัวเราเองยอมรับว่า ไม่มีคำว่าอยากหรือไม่อยากอยู่กับเขา แต่ว่ารักลูก พอเขากลับมาแล้ว อะไรดีขึ้น ความคิดอยากอยู่ก็จะมาเอง”

ขอบคุณ Club Friday Show / IG kamsing_family 

กฟภ.ขายพันธบัตร 3 พันล้านบาท ดอกเบี้ย 3.84% ต่อปี จ่ายทุก 6 เดือน

ตำรวจไล่เก็บภาพวงจรปิด เตรียมออกหมายเรียก "สมรักษ์ คำสิงห์" พบพนักงานสอบสวน

หมอทหารคลั่ง ! ใช้อาวุธปืนยิงขู่ในหมู่บ้านย่านสมุทรปราการ

TOP ข่าวบันเทิง
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ