ประวัติ "กุศล กมลสิงห์" ราชาเพลงรำวง เจ้าของเพลงดัง "รักกลางจันทร์"


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เปิดประวัติ "กุศล กมลสิงห์" อดีตนักร้องเดินสายประกวด ผู้ก้าวขึ้นมาเป็นนักร้องดังฉายา "ราชาเพลงรำวง" เจ้าของเพลงอมตะ "รักกลางจันทร์"

จากกรณีที่ “กุศล กมลสิงห์” นักร้องเจ้าของฉายา “ราชาเพลงรำวง” เสียชีวิตเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2567 เวลา 09.30 น. ในวัย 90 ปี ที่บ้านพัก จ.นนทบุรี โดยมีพิธีสวดพระอภิธรรมศพ ระหว่างวันที่ 13 – 17 เมษายน 2567 เวลา 18.30 น. และพิธีฌาปนกิจวันที่ 18 เมษายน 2567 เวลา 16.00 น. นั้น

วันนี้ PPTV จะพามาทำความรู้จักกับ “กุศล กมลสิงห์” ราชาเพลงรำวงผู้ล่วงลับ ตั้งแต่ช่วงวัยเด็ก จุดพีค จนถึงช่วงบั้นปลายของชีวิต

คอนเทนต์แนะนำ
“กุศล กมลสิงห์” ตำนานเพลงรำวง “รักกลางจันทร์” เสียชีวิตในวัย 90 ปี
"เพชรจ้า" ขายรถหรู 20 ล้าน ซื้อทอง 3 กก. ลงทุน 19 วัน กำไรกว่า 6 แสน!
สง่างาม “เชย์นิส ปาลาซิโอส” นางสงกรานต์ระดับจักรวาล

ภาพกุศล กมลสิงห์ FB/สัมพันธ์ พัทลุง
กุศล กมลสิงห์

จากคำบอกเล่าของ สัมพันธ์ พัทลุง นักจัดรายการเกี่ยวกับวงการเพลง-นักร้องลูกทุ่ง ระบุว่า กุศล กมลสิงห์ มีชื่อจริงคือ "บุญเหลือ ผดุงศิลป์" เกิดเมื่อ 28 กันยายน 2477 ที่บ้านพักทหาร ร.พัน.9 หรือปัจจุบันคือ ร.1 พัน.4 ถ.สุโขทัย เขตดุสิต กรุงเทพฯ บิดาชื่อ จ่าสิบเอกอินทร์ มารดาชื่อช่วง ผดุงศิลป์ มีพี่น้อง 5 คน บุญเหลือเป็นคนที่ 2 กำพร้าพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากแม่เสียชีวิตเมื่อต้นปี 2491 พอปลายปีพ่อก็เสียชีวิต

ขณะนั้น บุญเหลือ อายุได้ 13 ปี จึงไปอาศัยอยู่กับหลวงพี่วสันต์ ผดุงศิลป์ พี่คนละแม่ ที่วัดแคสามเสน เรียนจบชั้นมัธยมต้น ที่โรงเรียนนันทนศึกษา ราชวัตร เมื่อหลวงพี่วสันต์สึกออกไป ก็อาศัยใบบุญของหลวงปู่สรวงต่อ เมื่ออายุได้ 16 ปี ก็ไปเป็นกระเป๋ารถเมล์เหลือง วิ่งระหว่างสะพานหัน-สะพานแดง จนต่อมาได้เป็นนายตรวจ ทำอยู่ 2 ปีก็ลาออก

บุญเหลือ มีเพื่อนรักอยู่คนหนึ่งสมัยเรียนอยู่โรงเรียนนันทนศึกษา ชื่อ ประสพศักดิ์ พาทยะโกศล หรือ "ศักดิ์ โกศล" ซึ่งทั้งคู่ชอบร้องเพลงเหมือนกัน จึงชวนกันสมัครร้องเพลงประกวดตามงานวัดต่าง ๆ ประกวดเอาสนุก ไม่ได้หวังผลอะไร จนต่อมามีโอกาสได้เข้าทำงานที่กรมชลประทาน ซึ่งอยู่แถวศรีย่าน ทำให้ช่วงนี้พอมีเงินเดือนเลี้ยงชีพ ชีวิตไม่ค่อยลำบาก

ต่อมา เมื่ออายุได้ 20 ปี บุญเหลือ เข้ารับราชการทหาร เป็นทหารอากาศอยู่กรมอากาศโยธิน ที่นี่ บุญเหลือได้ร้องเพลงตามงานต่าง ๆ มากขึ้น พอออกจากการเป็นทหารในปี 2500 ก็เข้าทำงานที่กรมชลประทานต่อ และครั้งนี้เขาเริ่มเอาจริงเอาจังกับการร้องเพลง โดยเฉพาะการร้องเพลงประกวดตามงานวัดในนาม "ส. เสมาน้อย" คู่กับเพื่อนรัก "ส. อมรศิลป์"

การร้องเพลงประกวดประสบความสำเร็จด้วยดี ขณะนั้น ได้ขึ้นร้องงานแรกที่วัดอินทร์บางขุนพรหม มี พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อธิบดีกรมตำรวจ เป็นประธานการจัดงาน เขาชนะเลิศ ได้รับถ้วยรางวัลสลักชื่อ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ นับเป็นความสำเร็จในชีวิตการร้องเพลงครั้งแรก

หลังจากนั้นเขาก็ประกวดร้องเพลงล่ารางวัลไปเรื่อย จนได้รับถ้วยรางวัลมากมาย และได้ตั้งวง "โชเฟอร์แบนด์" ขึ้น และร้องเพลงบันทึกเสียงครั้งแรกในชีวิต ในเพลง "นางในวรรณคดี" แต่งโดย วัลลภ ชื่นใจชน

ภาพกุศล กมลสิงห์ FB/สัมพันธ์ พัทลุง
กุศล กมลสิงห์

ในช่วงต้นปี 2504 ที่วัดอัมพวัน มีงานประกวดร้องเพลง ก่อนถึงเวลาประกวด "ส. เสมาน้อย" ได้ขึ้นร้องโชว์ในเพลง "กระต่ายเต้น" ครูเบญจมินทร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินได้ฟังรู้สึกชอบในน้ำเสียง เมื่อลงจากเวที ครูเบญจมินทร์ซึ่งกำลังยืนคุยอยู่กับ "บังเละ" ในบริเวณพระอุโบสถ เรียกเข้าไปถามว่า "เสียงดีอย่างนี้ทำไมไม่ร้องประกวด" เขาตอบว่า "ผมไม่กล้าครับ"

ครูเบญจมินทร์ ก็คะยั้นคะยอให้เขาประกวดพร้อมกับให้กำลังใจ เขาจึงตกลง และกลับไปบ้านอาบน้ำแต่งตัวแล้วกลับมาประกวด ในคืนนั้น บังคับให้ร้องประกวดในแนวนักร้อง 3 ท่าน คือ แนวปรีชา บุญยะเกียรติ แนวสมยศ ทัศนพันธ์ และแนวชาญ เย็นแข โดย ส. เสมาน้อย เลือกร้องเพลง "ทูนหัวทูลเกล้า" ของชาญ เย็นแข เสร็จสิ้นการประกวดปรากฏว่า เขาชนะเลิศ

หลังจากนั้น 2 วัน ครูเบญจมินทร์ให้ "ชัยสิทธิ์ บุญฟัก" ไปตามให้เขามาต่อเพลง เพื่อร้องบันทึกเสียง โดยได้บันทึกเสียงเพลงแรกของครูเบญจมินทร ในเพลง "ริษยา" เมื่อปี 2504 และครูเบญจมินทร์ตั้งชื่อให้ใหม่ว่า "กุศล กมลสิงห์" และแต่งเพลงให้บันทึกอีกหลายเพลง

จุดพีคของ กุศล กมลสิงห์ อยู่ในปี 2505 โดยเขาได้ร้องเพลง "รักกลางจันทร์" ของ "นิยม มารยาท" ทำให้ชื่อเสียงของ "กุศล กมลสิงห์" โด่งดังเป็นพลุแตก หลังจากนั้น ครูเบญจมินทร์หันมาสร้างภาพยนตร์เรื่อง เสือเฒ่า จึงให้ กุศล กมลสิงห์ ดูแลวงของตนแทน และต่อมาในปี 2507 จึงเปลี่ยนชื่อมาเป็นวง "กุศล กมลสิงห์"

วงกุศล กมลสิงห์ อยู่รับใช้แฟนเพลงถึงปี 2512 ก็ยุบวง เนื่องจากต้องไปรับราชการที่เวียดนามนานถึง 7 ปี กระทั่งปี 2519 ก็กลับมาเป็นนักร้องรับเชิญร้องตามงานทั่วไป จนช่วงหลังสุขภาพไม่อำนวย หูไม่ค่อยได้ยิน ตาขวามืดมองไม่ค่อยเห็น ต้องใส่แว่นดำตลอด โดนแสงไม่ได้ และล่าสุดเส้นเสียงตีบ ทับปลายประสาท ทำให้ร้องเพลงไม่ได้

โดยมีเพื่อนพ้องในวงการแวะเวียนมาเยี่ยมเยียน กุศล กมลสิงห์ อยู่เสมอ รวมถึง สมาคมนักเพลงลูกทุ่งแห่งประเทศไทย พนมนพพร และชมรมคนรักลูกทุ่ง ได้นำเงินมามอบให้ไว้ใช้จ่ายเพื่อรักษาตัว

กระทั่งวันที่ 13 เมษายน 2567 กุศล กมลสิงห์ ได้เสียชีวิตอย่างสงบที่บ้านพัก จ.นนทบุรี

ขอบคุณที่มาจาก : YouTube Huadee Channel หัวดี ชาแนล

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP ข่าวบันเทิง
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

COUNTDOWN TO PARiS

COUNTDOWN TO PARiS

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ