กรณีการเสียชีวิตปริศนาของ “ยีน แฮกแมน” นักแสดงรุ่นใหญ่เจ้าของรางวัลออสการ์อายุ 95 ปี และภรรยา “เบ็ตซี อาราคาวะ” วัย 65 ปี ที่บานพักในเมืองซานตาเฟ รัฐเม็กซิโก ล่าสุดเหมือนจะได้รับคำตอบแล้วว่ามีสาเหตุมาจากอะไร และดูเหมือนจะได้ข้อสรุปว่า “นี่ไม่ใช่คดีอาชญากรรม”
เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า อาราคาวะเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสหายากชนิดหนึ่ง โดยเสียชีวิตก่อนแฮกแมนถึง 1 สัปดาห์ แต่นักแสดงดังมีอาการของอัลไซเมอร์ทำให้ไม่ทราบว่าภรรยาจากไปแล้ว
เจ้าหน้าที่ระบุว่า อาราคาวะน่าจะเสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 ก.พ. จากการติดเชื้อฮันตาไวรัส (Hantavirus) ในปอด
ฮันตาไวรัสเป็นไวรัสเป็นโรคหายากที่ติดต่อในสัตว์หรือติดต่อจากสัตว์สู่คนอีกชนิดหนึ่ง มีต้นกำเนิดจากหนู แพร่กระจายผ่านมูล ปัสสาวะ และน้ำลายของหนู หากมนุษย์ติดเชื้อ จะทำให้เกิดอาการเป็นไข้ หนาวสั่น คลื่นไส้ ท้องเสีย และปอดเต็มไปด้วยของเหลว
ตามข้อมูลของศุนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ไวรัสนี้มีอันตรายถึงชีวิตประมาณ 38% แม้ว่าจะพบฮันตาไวรัสได้ทั่วโลก แต่เคสส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ จะพบในรัฐทางตะวันตก
จากการสอบสวนพบว่า ก่อนเสียชีวิต อาราคาวะออกไปทำธุระในวันนั้นและแวะที่ร้านขายของชำ ร้านขายยา และร้านขายสัตว์เลี้ยง ก่อนจะกลับบ้านในละแวกที่มีรั้วรอบขอบชิด
แต่เจ้าหน้าที่พบสัญญาณของหนูในอาคารบางหลังบนที่ดินของคู่รักคู่นี้ โดย ดร.ฮีเธอร์ จาร์เรลล์ หัวหน้าทีมสอบสวนทางการแพทย์ของรัฐนิวเม็กซิโก กล่าวว่า เป็นไปได้ที่อาราคาวะจะแสดงอาการของฮันตาไวรัส ซึ่งคล้ายกับอาการไข้หวัดใหญ่ ก่อนที่เธอจะเสียชีวิต
ในส่วนของแฮกแมนนั้น จาร์เรลล์บอกว่า เขามีอาการของโรคหัวใจและโรคอัลไซเมอร์ ทำให้แฮกแมนอาจไม่รู้ว่าภรรยาของเขาเสียชีวิตไปตั้งแต่ 1 สัปดาห์ก่อน
“มีหลักฐานบ่งชี้ว่าแฮกแมนเป็นโรคอัลไซเมอร์ขั้นรุนแรง เขามีสุขภาพที่ย่ำแย่มาก เขามีโรคหัวใจร้ายแรง และฉันคิดว่าท้ายที่สุดแล้ว นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาเสียชีวิต” จาร์เรลล์กล่าว
เธอเสริมว่า สัญญาณทั้งหมดชี้ว่า การเสียชีวิตของแฮกแมนและอาราคาวะเกิดขึ้นห่างกัน 1 สัปดาห์ และบอกว่า “เป็นไปได้มากที่เขาไม่รู้ว่าเธอเสียชีวิตแล้ว”
จาร์เรลล์กล่าวว่า แฮกแมนไม่มีอาหารอยู่ในท้องเมื่อเขาเสียชีวิต ซึ่งหมายความว่าเขาไม่ได้กินอะไรมาสักพักแล้ว แต่เขาไม่ได้ขาดน้ำ
ด้าน ดร.ไมเคิล เบเดน อดีตแพทย์นิติเวชของนครนิวยอร์กกล่าวว่า เขาเชื่อว่าแฮกแมนมีอาการป่วยรุนแรงเนื่องจากโรคอัลไซเมอร์ และไม่สามารถรับมือกับการเสียชีวิตของภรรยาในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของชีวิตได้ นอกจากนั้น ทั้งคู่ใช้ชีวิตอย่างสันโดษ ทำให้ไม่มีใครพบศพเป็นเวลาหลายวัน
เมื่อพบแฮกแมนและอาราคาวะ ศพของพวกเขาเน่าเปื่อยและแห้งคล้ายมัมมี่ ซึ่งเป็นผลมาจากประเภทร่างกายและสภาพอากาศในซานตาเฟที่แห้งเป็นพิเศษจากภูมิประเทศซึ่งอยู่ที่ระดับความสูงเกือบ 2,200 เมตร
นายอำเภอเมืองซานตาเฟ อดาน เมนโดซา กล่าวว่า ทั้งคู่เป็นครอบครัวที่ค่อนข้างเก็บตัว ทำให้ยากต่อการระบุระยะเวลาการเสียชีวิตของพวกเขา เจ้าหน้าที่สอบสวนยังไม่พบหลักฐานใด ๆ ที่บ่งชี้ว่าแฮกแมนพยายามติดต่อใครหลังจากที่อาราคาวะเสียชีวิต
เรียบเรียงจาก Associated Press