ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า ภายหลังพระเอกชื่อดัง “ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ” ออกมาเล่าเรื่องราวของภรรยา “เอ๋ พรทิพย์ สกิดใจ” ว่าป่วยเป็นมะเร็ง ล่าสุดวันที่ 4 มิ.ย. 2568 ทั้งคู่ได้เปิดเผยเรื่องราวอย่างละเอียดผ่านคลิปวิดีโอความยาว 20 นาทีผ่านช่อง Youtube ป๋อสะกิดเอ๋ “ป๋อ ณัฐวุฒิ” บอกว่า หลังจากทราบเรื่องก็แทบจะไม่ได้บอกใคร โดย “เอ๋ พรทิพย์” ไม่คิดว่าวันหนึ่งเธอจะต้องเป็นโรคที่ตัวเธอจะหวาดกลัวที่สุด
ทำให้ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาถือเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับเรา 2 คน แต่ก็ยังคอยให้กำลังใจกันตลอด
ด้าน นพ.ผดุงเกียรติ ตั้งพิรุฬห์ธรรม ศัลยแพทย์ทรวงอก รพ.วัฒโนสถ Cancer Hospital เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีการคัดกรองที่เรียกว่า การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ด้วยปริมาณรังสีต่ำ (Low-dose CT scan - LDCT Scan) ข้อดีคือจะทำให้เราจะเห็นเนื้อปอดทั้งหมดที่การเอกซเรย์อาจจะไม่เห็นมะเร็งปอดในระยะเริ่มต้น มะเร็งปอดโดยทั่วไป แบ่งเป็นประเภทเซลล์เล็กที่โตเร็ว กระจายเร็ว ส่วนประเภทเซลล์ไม่เล็ก จะแบ่งเป็นหลายชื่อ แต่เซลล์มะเร็งปอดที่เจอบ่อยมาก คือ Adenocarcinoma ซึ่งพบมากในคนเอเชียที่มียีน EGFR นอกจากนั้นปัจจัยฝุ่น PM2.5 ที่เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญที่เข้าไปกระตุ้นให้เกิดการกลายพันธุ์ของมะเร็ง อย่างไรก็ตาม กรณีของ “เอ๋ พริทพย์” คาดว่าจะเป็นมะเร็งปอดอยู่ในระยะที่ 1 ที่มีโอกาสหายขาดสูงมาก
ภายหลังการตรวจอย่างละเอียด นายแพทย์ผดุงเกียรติ เปิดเผยว่า กรณีของ “เอ๋ พรทิพย์” พบมะเร็งอยู่ที่ด้านซ้ายหลังปอด ซ้อนอยู่กับเงาหัวใจพอดี หากไม่ได้ทำการ CT scan จะไม่เห็นจนกว่าก้อนนี้โตมากกว่า 2 เซนติเมตร ซึ่งนับว่าโชคดีมากที่ตรวจเจอและได้รักษา พร้อมย้ำว่าการผ่าตัดในระยะที่ก้อนมะเร็งยังเล็ก จะสามารถเก็บเนื้อปอดได้สูง และสามารถกลับไปมีชีวิตได้แทบจะ 100%
“สิ่งที่คุณเอ๋ตรวจเจอ อาจจะเป็นฟังดูค่อนข้างน่าตกใจที่เป็นมะเร็งปอดในคนอายุน้อยที่ไม่สูบบุหรี่ แต่โชคดีที่มากที่ได้มาตรวจ ได้มารักษา หากผลตรวจอย่างละเอียดออกมาว่าเป็นมะเร็งปอดระยะที่ 1 จริง โอกาสหายขาดก็สูงมาก” นายแพทย์ผดุงเกียรติ กล่าว
ด้าน “เอ๋ พรทิพย์” เปิดเผยว่า เข้าทำการผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว เจ็บแผล ตอนแรกยังมีสายเดรน เจ็บมาก เจ็บจนเดินไม่ได้ ยืนก็เจ็บร้าว จนต้องขอมอร์ฟีน เจ็บที่สุดของที่สุด
“เอ๋ พรทิพย์” ยอมรับว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ไม่ทันตั้งตัว รู้สึกช็อกและเบลอไปหมด มีความรู้สึกเหมือนบ้านถล่ม คิดไปไกลว่าหากป่วยหนักขึ้นมาจะอยู่กับลูกได้นานแค่ไหน โดยส่วนตัวอยากเล่าเรื่องนี้ให้ทุกคนได้ฟัง อยากให้เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจทุกคน อยากให้ทุกคนดูแลสุขภาพ เพราะเป็นสิ่งสำคัญและคุ้มค่า ส่วนตัวต้องขอขอบคุณโรงพยาบาลบีเอ็นเอช ดูแลดีมาก ๆ ที่พามารับคำแนะนำและรักษาต่อที่โรงพยาบาลกรุงเทพ ขอบคุณนายแพทย์ผดุงเกียรติ และพยาบาลทุกคนที่ดูแลดีมาก ๆ รวมถึงเพื่อน ๆ ทุกคนที่มาให้กำลังใจกัน ตอนนี้มีกำลังใจดีมาก ไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น ขอขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังให้กัน ซึ่งตอนนี้หายแล้ว แข็งแรงดี ขอบคุณทุกคนจริง ๆ
ป๋อ ณัฐวุฒิ เปิดเผยบางช่วงบางตอนว่า เอ๋ชอบคิดว่าไม่มีใครรัก แต่สุดท้ายแล้ว เราได้เห็นจากความรู้สึกว่า เพื่อน ๆ รักเอ๋มาก เปลี่ยนทัศนคติคู่ชีวิต ไม่ทะเลาะ ไม่โกรธกันแล้ว เหมือนได้รับบทเรียน คนที่เรารักที่สุด ก็ดีกันไว้ ตนอยากบอกทุกคู่ที่กำลังโกรธกัน ดีต่อกันไว้ดีกว่า