เส้นทางชีวิต "หม่ำ จ๊กมก" จากตลกคาเฟ่ตัวแถมสู่วันอำลาเวิร์คพอยท์

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เปิดประวัติ หม่ำ จ๊กมก หรือ เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา จากเด็กหิ้วกระเป๋าตลกคาเฟ่ สู่ไอคอนิกวงการบันเทิงไทย และบันทึกหน้าสำคัญในวันยุติบทบาทรกับเวิร์คพอยท์

เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา หรือที่คนไทยทั้งประเทศรู้จักในนาม "หม่ำ จ๊กมก" เกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2508 ที่อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร ชีวิตในวัยเด็กไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาตัดสินใจออกจากบ้านเกิดตั้งแต่อายุเพียง 16-17 ปี โดยมีจุดมุ่งหมายคือการเข้ามาเผชิญโชคในกรุงเทพมหานคร เริ่มต้นจากการเป็นแรงงานรับจ้างทั่วไป เด็กล้างจานในร้านอาหาร และเด็กยกของในวงดนตรีลูกทุ่ง ก่อนที่โชคชะตาจะพัดพาเขาเข้าสู่แวดวงตลกคาเฟ่ ซึ่งเป็นยุคทองของความบันเทิงยามค่ำคืนในประเทศไทยช่วงทศวรรษที่ 2520-2530


หม่ำ จ๊กมก FB/หม่ำ จ๊กมก
เปิดประวัติ หม่ำ จ๊กมก

ในการเริ่มต้นอาชีพตลก หม่ำ ไม่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวเด่นทันที เขาเริ่มต้นจากการเป็น "ตัวแถม" หรือเด็กหิ้วกระเป๋าในคณะตลกต่างๆ จนกระทั่งได้รับโอกาสจากตลกชั้นครูอย่าง เทพ โพธิ์งาม ให้เข้าร่วม "คณะเทพ โพธิ์งาม" ซึ่งถือเป็นโรงเรียนการแสดงแห่งแรกที่หล่อหลอมให้อัจฉริยภาพทางด้านตลกของเขาฉายแววเด่นชัด ด้วยมุกตลกหน้าตาย การจิกกัดที่คมคาย และความสามารถในการเลียนเสียงและท่าทางที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ชื่อของ "หม่ำ จ๊กมก" เริ่มเป็นที่จดจำของนักเที่ยวคาเฟ่และผู้ชมอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเขาตัดสินใจออกมาตั้งคณะตลกของตัวเองในชื่อ "คณะหม่ำ จ๊กมก" ในเวลาต่อมา

จากนั้นในปี พ.ศ. 2535 ปัญญา นิรันดร์กุล และ ประภาส ชลศรานนท์ ผู้บริหารบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) กำลังมองหาบุคลากรหน้าใหม่ที่มีเอกลักษณ์เพื่อมาร่วมสร้างสรรค์รายการวาไรตี้รูปแบบใหม่ และหม่ำ จ๊กมก คือผู้ที่ได้รับเลือกให้เข้ามาร่วมเป็นพิธีกรในรายการ "ชิงร้อยชิงล้าน" ในช่วง "ชิงบ๊วย" ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของเขากับบ้านเวิร์คพอยท์ การปรากฏตัวของหม่ำสร้างมิติใหม่ให้กับรายการโทรทัศน์ยุคนั้นอย่างมหาศาล เคมีที่เข้ากันอย่างลงตัวกับปัญญา นิรันดร์กุล และ มยุรา เศวตศิลา ทำให้ความนิยมของรายการพุ่งทะยานสู่ขีดสุด

การทำงานในเวิร์คพอยท์ไม่ได้หยุดอยู่แค่บทบาทพิธีกรสมทบ ในปี พ.ศ. 2541 ได้เกิดการรวมตัวครั้งประวัติศาสตร์ของวงการตลกไทย เมื่อเวิร์คพอยท์ได้เปิดตัวช่วงละครสามช่าในรายการชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า นำมาสู่การก่อเกิดกลุ่ม "แก๊งสามช่า" ที่ประกอบด้วย หม่ำ จ๊กมก, เท่ง เถิดเทิง และ โหน่ง ชะชะช่า การรวมตัวของทั้งสามคนกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ขับเคลื่อนเรตติ้งของสถานีโทรทัศน์ และสร้างรายได้มหาศาลให้แก่บริษัท

หม่ำ จ๊กมก FB/หม่ำ จ๊กมก
เปิดประวัติ หม่ำ จ๊กมก

ศักยภาพของ หม่ำ ยังได้รับการยอมรับจากบอร์ดบริหารเวิร์คพอยท์อย่างสูง ส่งผลให้เขาได้รับมอบหมายให้แต่งตั้งเป็นผู้บริหารและโปรดิวเซอร์หลัก ควบตำแหน่งพิธีกรดำเนินรายการในรายการวาไรตี้ทอล์กโชว์ส่วนตัวอย่าง "หม่ำโชว์" (พ.ศ. 2548) และรายการเกมโชว์ยอดนิยมอีกมากมาย เช่น วงษ์คำเหลา โชว์, ซูเปอร์หม่ำ รวมถึงการเป็นกรรมการหลักในรายการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งระดับประเทศอย่าง ไมค์ทองคำ ซึ่งถือเป็นรายการสร้างเรตติ้งอันดับหนึ่งให้กับช่อง Workpoint TV (ช่อง 23) ในยุคทีวีดิจิทัล

นอกจากงานหน้าจอโทรทัศน์ หม่ำ จ๊กมก ยังได้รับการสนับสนุนจากเวิร์คพอยท์และสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ในการก้าวสู่บทบาทผู้กำกับภาพยนตร์ โดยผลงานเรื่องแรกคือ "บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม" (พ.ศ. 2547) ทำรายได้ทะลุ 74.4 ล้านบาท และตามมาด้วยภาพยนตร์ระดับตำนาน "แหยม ยโสธร" (พ.ศ. 2548) ที่ทำรายได้สูงถึง 99.13 ล้านบาท ส่งผลให้เขากลายเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ตลกคิวทองที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงที่สุดคนหนึ่งของประเทศไทย 

หม่ำ จ๊กมก FB/หม่ำ จ๊กมก
เปิดประวัติ หม่ำ จ๊กมก

หลังจากร่วมสร้างความรุ่งเรืองให้กับเวิร์คพอยท์มายาวนานกว่า 30 ปี จุดเปลี่ยนสำคัญที่เป็นข่าวใหญ่ในวงการบันเทิงไทยได้เกิดขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2565 เมื่อรายการ "ชิงร้อยชิงล้าน" ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบครั้งใหญ่ และหม่ำ จ๊กมก ได้เริ่มลดบทบาทหน้าจอลงอย่างเห็นได้ชัด จนกระทั่งมีการประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการยุติบทบาทพิธีกรหลักในรายการชิงร้อยชิงล้าน ซึ่งเป็นรายการแฟล็กชิพที่เขาทำมาตั้งแต่เริ่มต้นพึ่งพิงรั้วเวิร์คพอยท์

จนกระทั่งล่าสุดเมื่อวานนี้ (31 พฤษภาคม 2569) หม่ำ ได้เปิดใจแบบตรงๆว่า "ที่หายไปจากหน้าจอ เป็นฟรีแลนซ์แล้วตอนนี้ กับเวิร์คพอยท์มันอยู่กันมายาวนานแล้ว ไม่ได้สัญญาใจหรอก ไม่มีสัญญากันนี่แหละ มันก็คิดถึงนะ ออกมาเกือบปีแล้ว แต่ไม่ได้บอกใครแค่นั้นเอง ที่ดูอยู่เป็นเทปทั้งนั้น เทปสุดท้ายคือตุลาคมปีที่แล้ว ส่วนเพื่อนๆ ผมยังไม่ทราบกับ 2 คนนั้นมันยังไง มันต่อสัญญากันหรือเปล่า คือเราอยากหยุดซักพักนึง อิ่มตัวไหม มีส่วนนะ เคยนึกตำหนิพี่เทพนะ ว่าพี่เลิกทำไม พอมาถึงตัวเองแล้ว บางทีพูดมากเกินไปแล้ว พูดทั้งวันทั้งชีวิต มันเล่นมาทั้งชีวิต แต่ไม่ได้จะลาวงการ แค่อยากลองทำอะไรใหม่ๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน รักกันดีมาก เหมือนเดิม เขาเรียกไปงานก็ไป เวิร์คพอยท์ก็มาสัมภาษณ์ปกติเหมือนเดิม ก็ยังสนุกสนานเหมือนเดิม แต่เราอายุมากแล้วด้วยไง แล้วเพื่อนๆ ร่วมรุ่นที่อยู่ในนั้นก็ทยอยออกด้วยวัยเกษียณ ข่าวดี อาจมีเร็วๆ นี้แหละ อาจจะเป็นช่องใหม่ ว่าจะเล่นละครคุณธรรมอยู่ ฟ้ามีตาอย่างนี้ ทำดีได้ดี"

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ