ที่ศาลแพ่งมีนบุรี ถ.สีหบุรานุกิจ ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่เลขที่ E219/2569 นายลิขิต สิทธิพันธุ์ หรือ ต้า เฟดเฟ่เป็นโจทก์ ฟ้อง บริษัท ชัยโสโร จำกัด ที่ 1 นายกิตติศักดิ์ เวชประสาร หรือ ยัต ชัยโสโร ที่ 2 น.ส.ฐิติพร เพ็ชรศรีอุดม ภรรยาของยัต ที่ 3 เป็นจำเลย กรณีหุ้นบริษัท ชัยโสโร ที่มีการโอนหุ้น 49% ให้กันก่อนหน้านี้และเกิดข้อพิพาท
ศาลพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งสาม โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ
ยัตได้เดินทางมายังศาลแพ่ง พร้อมภรรยา และบอกกับทีมข่าวว่า คดีดังกล่าว ทางศาลได้ ยกฟ้อง ซึ่งตนมองว่าเป็นเรื่องดีที่กระบวนการยุติธรรมรู้ว่าเรื่องจริงยังคงอยู่ และถือเป็นเรื่องดีที่กระบวนการมาถึงศาล เพราะศาลท่านได้ตัดสินและให้ความยุติธรรม
โดยคดีนี้ทางต้าได้ฟ้องตนทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง แต่ในส่วนคดีอาญาทางนั้นได้ถอนฟ้องไปแล้วก่อนหน้านี้ และสำหรับคดีแพ่งที่ยกฟ้อง ก็รู้สึกสบายใจ แต่ก็ต้องดูกันต่อว่าทางนั้นจะเอาอย่างไรเพราะกระบวนการของศาลยังมีอีกหลายขั้นตอน แต่ในขั้นแรกถือว่าเป็นรู้สึกดี เพราะที่ผ่านมาตนก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงในสิ่งที่คนอื่นตัดสินไปแล้ว และไม่มีใครฟังเรา อาจเพราะเราไม่น่าสงสาร
อยากฝากอะไรถึงสังคมหรือไม่ กับกระแสสังคมที่โจมตีก่อนหน้านี้ ยัต ตอบว่า โซเชียลที่มีความเร็วและรอไม่ได้ ตัดสินคนไปแล้ว และเห็นคนที่ไม่ได้พูดและตีว่าผิด ทั้งที่คนที่ไม่พูดอาจจะรอความจริง และกระบวนการที่มันชัดเจน อีกทั้งผมก็ไม่มีสื่อโซเชียลหรือเล่นโซเชียลไม่เป็น
ด้านยัต ยังยืนยันเหตุการณ์ที่มีการเซ็นโอนหุ้นให้กันทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่ได้มีการบังคับตามที่มีการกล่าวอ้างไปก่อนหน้านี้ และยอมรับไม่มีความกังวลหากหลังจากนี้มีการฟ้องร้องระหว่างการเกิดขึ้นอีก เพราะความจริงก็คือความจริง แต่ยอมรับว่าการที่ถูกโซเชียลกระหน่ำโจมตี ก็ทำให้รู้สึกแปลกใจ และทำให้ความมั่นใจในความถูกต้อง เกิดความน้อยใจ เพราะเราพูดความจริงแต่กลับไม่มีใครเชื่อ ใครฟังเรา และเข้าใจไปอีกแบบ แถมยังส่งผลกระทบถึงครอบครัวและลูก
ยัต ได้บอกว่าตอนนี้มีคดีที่ฟ้องนายต้า อยู่ 2 คดีคดีแรกคดีพรบ.คอม ซึ่งได้มีการถอนฟ้องไป แล้วส่วนคดีลิขสิทธิ์อยู่ระหว่างการตรวจตรวจสอบหลักฐาน และเมื่อถามว่า อยากจะฝากอะไรถึงอดีตเพื่อนรักหรือไม่ ยัต ตอบว่าไม่มี ส่วนยังสามารถเจอหน้าหรือร่วมงานกันได้อีกหรือไม่นั้น ยัต บอกว่า ต่างคนต่างอยู่
ด้าน ทนายไข่มุก อรนุชญา รุ่งเรืองนพรัตน์ ที่ดูแลฝ่ายต้า โพสต์ Facebookระบุว่า ที่ศาลยกเพราะเคลือบคลุม เดี๋ยวฟ้องใหม่ คราวนี้มุกเป็นทนายในคดีเอง คดีแพ่ง ได้ไม่ต้องงอแง ฝากวานบอก มาเป็นทนายในคดีด้วยกันหน่อย จะได้หยุดฟังเรื่องจากปากคนอื่นแล้วเราได้เจอกันในศาล
ขณะที่ ทนายอาร์ม ศุภสิทธิ์ ศิริ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ตนเป็นทนายความมา 12 ปี ยังไม่เคยถูกศาลยกฟ้องด้วยเหตุเคลือบคลุม พร้อมตั้งคำถามว่า ก่อนหน้านี้บอกว่าไม่มีเงิน แต่เหตุใดจึงมีทนายความดำเนินคดีให้หลายคน หรือเป็นเพราะมีคนสงสารพี่ต้าและช่วยทำคดีให้ฟรี นอกจากนี้ ยังระบุว่า “โหนกระแสไม่ใช่ศาล” พร้อมมองว่าไม่จำเป็นต้องออกมาชี้แจงรายละเอียดใด ๆ และตั้งคำถามถึงการยื่นฟ้องคดีใหม่ว่าเหตุใดจึงไม่ใช้สิทธิอุทธรณ์ โดยระบุว่าสามารถดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์ได้