เผชิญหน้าครั้งแรก! “ยัต ชัยโสโร - ต้า FEDFE” เคลียร์ใจปมร้อน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เผชิญหน้ากันครั้งแรก! “ยัต ชัยโสโร - ต้า FEDFE” เคลียร์ใจประเด็นร้อน จากบริษัท FEDFE ถึง บริษัทชัยโสโร - จากเพื่อนรักสู่คู่กรณี

ยังคงเป็นประเด็นร้อน สำหรับ “ต้า FEDFE” และ “ยัต ชัยโสโร” ในหลายกรณี ทั้งพฤติกรรมการกดขี่ทางจิตใจ (Gaslighting) การทำร้ายร่างกายและมุกลามปาม การถูกปลดออกจากหุ้นส่วนบริษัทโดยไม่รู้ตัว จากเดิมถือหุ้นอยู่ 49% รวมถึงการยักยอกเงินบริษัทไปซื้อทรัพย์สินส่วนตัว ตลอดจนเรื่องคดีความที่ “ยัต ชัยโสโร” ยื่นฟ้อง“ต้า FEDFE” รวม 2 คดีหลัก รวมเป็นเงิน 20 ล้านบาท

ล่าสุด “ยัต ชัยโสโร” เปิดเผยเรื่องราวในมุมตัวเอง ผ่านรายการ “โหนกระแส” ว่า ความสนิทกับต้า ตีว่าเป็นคนในครอบครัวได้เลย รักมาก ถึงขั้นแฟนอิจฉาต้า

ยัต ชัยโสโร รายการโหนกระแส
ยัต ชัยโสโร

“ยัต ชัยโสโร” บอกอีกว่า ทั้งนี้ตนต้องขอโทษทุกคนเพราะความผิดทั้งหมดเกิดจากตน ที่ไม่กล้าปล่อยความจริงออกจากมือ ขอโทษเพื่อนๆ FEDFE ขอโทษน้องๆ OHANA ขอโทษพ่อแม่และครอบครัว ขอโทษทุกคนที่ให้ความรักตน แต่วันนี้จะพูดความจริงทุกอย่าง

โดยต้นตอมาจากที่เคยทำบริษัท FEDFE มาด้วยกัน จนวันหนึ่งแยกออกจากกัน พอแยกกันก็ตกลงว่าบริษัท FEDFE จะเป็นของต้า เพราะต้าเป็นคนริเริ่ม แต่ตอนนั้นต้าก็บอกว่าบริษัทเป็นของทุกคนและจะแบ่งเงินให้ทุกคน โดยที่ต้าถือหุ้น 98% มีตนเป็นกรรมการผู้ถือหุ้น และเพื่อนอีก 1 คนรวมอยู่ด้วย หลังจากนั้นก็มาทำบริษัท “ชัยโสโร” โดยตกลงกันว่าถ้ามีรายได้ส่วนหนึ่งจะบันผลให้สมาชิก และอีกส่วนต้องกันเป็นค่าใช้จ่ายบริษัท แต่หากมีคนต้องรีบใช้เงินก็จะมาขอให้บันผลก่อนได้

ทั้งนี้ที่เริ่มมีปัญหากันคือตอนที่จะต้องเคลียร์ภาษีของบริษัท FEDFE คนที่ดูแลด้านบัญชีมาบอกว่าเงิน FEDFE หาย โดยคนที่มีอำนาจในการเบิกคือต้า หลังจากนั้นตนก็แนะนำให้เขาไปคุยกับต้าเลย แต่สุดท้ายก็รู้ว่าเงินหายไปประมาณ 2 แสน โดยมีการกดออกไปทุกเดือนตลอด 5 เดนอ แม้ยอดเงินที่หายไปจะดูไม่เยอะ แต่ความไว้ใจหายไปเยอะ โดยบริษัท FEDFE ต้ามีอำนาจเบิกจ่ายคนเดียว ส่วนบริษัท “ชัยโสโร” ทั้งต้า และยัต จะมีอำนาจเบิกเงินทั้งคู่

“เราคุยแล้วคุยอีกว่าบริษัทเป็นของต้า ต้าจะเอาตรงนั้นไปเลยก็ได้ แต่พอคุยกันแล้วชัดเจนว่าเงินตรงนี้แบ่งทุกคนเท่ากัน เพราะทุกคนเหนื่อยยากกันมาหมด ถือเป็นเงินสวัสดิการ แต่ก็เหมือนเป็นการพูดปากเปล่า แล้วมาวันหนึ่งสมาชิกคนอื่น FEDFE โดนบิดตัง”

ยัต-ต้า รายการโหนกระแส
ยัต ชัยโสโร - ต้า FEDFE

นอกจากนั้นยัต ยังเปิดข้อความผ่านแชตไลน์ที่ต้าสารภาพเรื่องนี้ ว่า “กูยักยอกเงินในบัญชีเฟ็ดเฟ่  6 รอบเป็นเงิน 206,000 บาท เริ่มจากกูเอาสมุดไปจ่ายภาษีทุกเดือนตลอด 6 ปี ค่าส่งเอกสารค่าผู้สอบ ค่านู่นนี่ วันนึงกูเงินช็อต น้องขอยืมเงิน กูไปธนาคารไปจ่ายภาษีพอดี กูเลยเริ่มจากยืม 14,500 บาท จากนั้นได้ใจ เงินไม่มีด้วย เงินมันยั่ว สมุดอยู่ที่กูบริษัทปิดมาแล้ว 6 ปี ไม่ได้มีใครสนใจแล้ว กูเอาได้นี่หว่า ก็เลยเอาอีก 5 ครั้ง

กูขอโทษทุกคนด้วย ยัตเป็นคนดีอยู่ฝั่งความถูกต้อง ไม่เข้าข้างกู เข้าข้างพวกมึงนะ คนที่พวกมึงคิดว่ามันไม่ดี แต่จริงมันเป็นคนดี คนที่ห่วงพวกมึงจริงๆ คือ ยัต กูจะหามาคืนทุกบาท แต่ขอทยอย ผ่อนคืนนะ” นอกจากนั้นยัตยังบอกอีกว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว ตนก็ให้ต้ายืมเงิน 3 แสนเพื่อไปจ่ายเงินตรงนี้ให้เพื่อนคนอื่น แล้วหลังจากนั้นตนก็ได้พูดคุยกับต้า แล้วตกลงกันว่ามีอะไรให้คุยกัน แล้วเริ่มต้นกันใหม่ แต่หลังจากนั้นก็มีเหตุการณ์เงินบริษัท FEDFE ถูกเอาออกไปอีก ตนก็เลยรู้สึกว่าในเมื่อคุยกันไปแล้วทำไมยังเอาเงินออกไปอีก

ทั้งนี้ “ยัต ชัยโสโร” บอกอีกว่า วันที่แยกย้ายออกจาก FEDFE ตนก็มาทำ “ชัยโสโร” แต่ตอนนั้นต้าก็ขอมาทำด้วย กระทั่งซื้อบ้านต้าก็มาอยู่ย่านเดียวกันด้วย เหมือนเป็นเพื่อนตาย ส่วนบริษัทชัยโสโร เป็นบริษัทเก่าของพี่เขย-พี่สาวของแฟนยัต ที่นำมาเปลี่ยนชื่อใหม่ โดยอัตราหุ้น ยัต 49% ต้า 49% และแฟนยัต 2%

ส่วนประเด็นเงินซื้อบ้านเพื่อทำอ๊อฟฟิศ ซึ่งที่ใส่ชื่อตนเพราะตนเป็นคนยืมเงินบริษัทไปซื้อ ตนก็เป็นลูกหนี้บริษัท ซึ่งก่อนยืมเงินออกไปก็ได้คุยกับต้าแล้ว แต่หลังจากนั้นพอขายบ้านไปแล้วเงินก็เข้าบัญชีตนเพราะตนเป็นคนยืม โดยเงินที่ขายได้ประมาณ 10 ล้านบาท ก็นำมาซื้อคาเฟ่เพื่อทำอ๊อฟฟิศใหม่ และซื้อรถ แต่ทุกครั้งที่มีการซื้อรถ 1.3 ล้นบาท ก็จะมีการโอนเงินกลับไปให้ต้า 1.3 ล้านบาท

“ยัต ชัยโสโร” บอกอีกว่า วันที่ออกจากบริษัทเขาเป็นคนออกเอง เป็นคนเซ็นต์เอกสารเองทั้งหมด และมีข้อความที่ต้ายอมรับในแชตว่าขอออกจากบริษัทชัยโสโรเอง

ยัต-ต้า รายการโหนกระแส
ยัต ชัยโสโร - ต้า FEDFE

ด้านต้า ยอมรับว่าถอนเงินยอดดังกล่าวออกมาจริง เพราะเป็นเงินในส่วนของตน ตามจำนวนหุ้นที่ตนถือซึ่งเงินจำนวนนี้ตนจะแบ่งให้เพื่อนหรือไม่ก็ได้ แต่เมื่อเป็นช่วงที่ตนลำบากต้องใช้เงินและพ่อป่วย ซึ่งก่อนหน้านี้มีเงินเดือน 1.5 แสนบาท แต่ถูกปรับลดเงินเดือนเหลือแค่ 4 หมื่นบาท ส่วนประเด็นการเอาเงินบริษัท “ชัยโสโร” ไปซื้อรถนั้น มีการโอนเงินคืนให้ตน 1.2 ล้านบาท ปี 2563 แต่หลังจากนั้นก็มีการยืมเงินตนไป 5 แสนบาทและไม่ได้คืนเงิน แต่หลังจากนั้นก็มีการเอาเงินบริษัทไปซื้อรถทุกปี

นอกจากนั้นต้า บอกว่า ในวันนั้นอาการทางจิตของตน เป็นเหมือนคนตายทั้งเป็น ไม่รู้จะหนีออกมาจากห้วงที่โดนครอบงำบังคับ ข่มขู่ด่าทุกวัน ซึ่งตนคิดว่ายัตเป็นเซฟโซน แต่ปรากฎว่ายัตเป็นพิษ ตนเหมือนอยู่ในนรก ตนมีอาการจิตเวชตลอด และพยายาม ฆตต.หลายรอบ จนเจอจิตแพทย์แล้วคิดได้ว่าเลือกที่จะเอาชีวิตรอดโดยออกมาจากตรงนั้น เลยแชตไปบอกว่าขอออกจากบริษัทชัยโสโร เพราะตนไม่มีวันเถียงชนะเขาในทุกเรื่อง รวมทั้งเรื่องเงินของเฟดเฟ่ตามที่เขาอ้าง คุยกันดิบดีว่าเงินเป็นของผม แล้วพอเถียงกันยอมก็ต้องยอม เขาเป็นฝ่ายชนะ บางทีเราก็ยอมรับผิดเองเพื่อที่อยากให้เขารักเรา ผมก็อยากให้เขารักผมบ้าง อะไรยอมผมก็ยอม ส่วนข้อความในแชตที่เขาเอามาเปิดเขาก็เป็นคนบอกให้ตนพิมพ์ ตนก็ทำตามทุกอย่าง ชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ ถึงขนาดให้ตนเปลี่ยนศาสนา เลิกกับแฟน หรือโกนหัว ตนก็ทำตามทั้งหมด มันเป็นความไว้ใจ มันเป็นความรัก แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้ และวันนี้ตนแค่มาเรียกร้องความเป็นธรรม

ด้าน “ยัต ชัยโสโร” บอกว่า "แล้วจะคุยกันยังไง อะไรก็เป็นผมไปหมดทุกอย่าง"

ยัต-ต้า รายการโหนกระแส
ยัต ชัยโสโร - ต้า FEDFE

หลังจากนั้นทั้ง 2 ฝ่ายได้เคลียร์ใจกันในหลายประเด็นที่ยังติดใจกันอยู่หลายเรื่อง กระทั่ง “หนุ่ม กรรชัย” พิธีกรรายการสรุปความต้องการของแต่ละฝ่ายว่า ฝ่าบของยัต มองว่าวันที่ต้าขออกจากชัยโสโร บอกว่าไม่ต้องการอะไร และไม่เคยบอกอยากได้เงินหรือหุ้น ขณะที่ฝ่ายต้าบอกว่าตอนที่ออกมาเพราะต้องการที่จะเอาตัวเองออกมาจากจุดนั้น แต่สิ่งที่เคยทำด้วยกันก็ควรได้ส่วนแบ่งหรือไม่ ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องความเป็นธรรม กับสิ่งที่เหนื่อยทุ่มเทไปตลอด 7 ปี

หลังจากนั้น ต้า ก็เล่าว่า หลังจากออกจากชัยโสโรแล้วเคยโทรไปถามเรื่องนี้ ว่าจะแบ่งทรัพย์สินกันยังไง แต่ก็ได้คำตอบว่าคุณเป็นแค่พนักงานจะมาขอแบ่งสมบัติได้ไง ซึ่งวันนั้นเป็นวันที่ตนใจสลาย ขณะที่ แอมแฟนของยัต ยืนยันว่าต้ารับรู้ว่ามีการเซ็นออกจากชัยโสโรอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามต้ายืนยันว่าตอนนี้มีชีวิตใหม่ เริ่มทำช่องใหม่ คงไม่กลับไปชัยโสโรแล้ว

ส่วนกรณีต้าบอกว่ายัตฟ้องเรียกค่าเสียหาย 20 ล้านนั้น ทนายอาร์ม บอกว่าเป็นความเข้าใจของต้าเอง โดยทนายของต้าก็อธิบายว่า เนื่องจากคำฟ้องท้ายคำฟ้องอาญา เขียนว่าประเมินมูลค่าความเสียหายที่ต้าทำไปประมาณ 10 ล้าน รวม 2 คดี ซึ่งทำให้ต้าเข้าใจว่าในอนาคตอาจจะใช้สิทธิฟ้องทางแพ่งได้ เพราะแม้ท้ายคำฟ้องไม่ได้ขอไว้แต่ก็ยังสามามารถใช้สิทธิฟ้องแพ่งในอนาคตได้ ซึ่งต้าก็รู้สึกว่าพอเขียนแบบนี้ต่อไปก็อาจจะถูกฟ้องแพ่งแน่นอน จึงมีความกังวลใจ

อย่างไรก็ตาม ต้ามองว่าการฟ้องและระบุความเสียหายใน 2 คดีรวม 20 ล้านนั้น ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ตนเข้าใจผิด หรือคิดไปเอง เพราะในชั้นศาลมีการพูดถึงความเสียหายตรงนี้ และยังบอกว่าตนไปทำงานไลฟ์สดเริ่มมีรายได้ ตนสามารถจ่ายเงินคืนให้เขา 10 ล้านได้ ซึ่งตนก็อยากถามว่าฟ้องตนทำไม และมีหนักกว่านี้คือในคดีที่ฟ้องตนเรื่องเดโม่ มีการคัดค้านการประกันตัวตนทำไม “เพื่อนกะเอาเราให้ติดคุกแล้วหายไปเลยหรอ นายก็รู้ว่าเราไม่มีตังประกันตัว นายคัดค้านการประกันตัวทำไม” ซึ่งตอนนั้นตนถูกนำตัวไปอยู่ใต้ถุนศาล เขาคัดค้านการประกันตัว สุดท้ายตนไม่มีตัง เลยต้องยืมเงินทนายมาประกันตัว โดยทนายความของต้า อธิบายเพิ่มเติมว่า เนื่องจากในวันนั้นต้าไม่มีเงินประกันตัว ทนายเลยขอให้สาบานตนแทน แต่ทนายของยัตขอคัดค้าน ศาลจึงกำหนดให้ต้องประกันตัวแทนการสาบานตน

ภรรยายัต รายการโหนกระแส
แอม ภรรยา “ยัต ชัยโสโร”

แอม ภรรยา “ยัต ชัยโสโร” บอกว่า ยืนยัน 100% ว่าไม่มีการปลอมลายเซ็นต์โอนหุ้นของต้า เพราะวันนั้นต้าเซ็นต์เอง และตนไม่เห็นถึงลักษณะวิกลจริตของเขาเลย ส่วนคลิปเสียงที่มีเสียงตนบอกว่าต้าป่วยนั้น เป็นการป่วยอย่างอื่น ที่ไม่ใช่อาการป่วยวิกลจริต

ด้านต้า บอกว่า กรณีเอกสารโอนหุ้น ที่บอกว่าตนโอนหุ้น 49% แลกกับเงิน 3 แสนบาท ทั้งที่แค่เงินในยูทูปที่มีอยู่ 900 คลิป ไม่ต้องทำอะไรก็ได้เงิน 2.4 แสนบาทอยู่แล้ว และไม่เงินอื่นอีกมากมาย ดังนั้นการระบุว่าตนขายหุ้น 49% ในราคา 3 แสนบาทมันเป็นไปไม่ได้ ไม่สมเหตุสมผล โดยเงิน 3 แสนที่ได้มาก็เป็นเงินที่ยืมยัตเพื่อไปจ่ายคืน FEDFE ซึ่งยัตก็ยืนยันว่า เงินจำนวนนี้ต้ายืมไปจ่ายคืน FEDFE แต่วันหนึ่งที่เขาจะออกจากชัยโสโร แต่ตามกฎหมายมันไม่สามารถเอาเขาออกเปล่าๆได้ ก็เลยหักเงิน 3 แสนที่เขายืมไป ซึ่งตนก็เข้าใจว่าเป็นการหักจากการซื้อหุ้น เพราะวันที่เขาออกเขาบอกว่าเขาไม่เอา และตนก็ไม่สามารถเอาเงินออกให้ได้ เพราะตามกฎหมายต้องมีการซื้อขาย ก็เลยหักเงินที่เขาเป็นหนี้

แอม ภรรยา “ยัต ชัยโสโร” บอกว่า หากวันที่ต้าออกจากบริษัทแล้วบอกว่าต้องการได้ส่วนแบ่งแบบวันนี้ ก็คงแบ่งได้เลย และในวันนี้หากต้าคุยดีๆ ไม่มีปัญหาอะไร ก็ยืนยันว่าได้แน่นอน และสมควรได้ แต่ที่ผ่านมาตนโดนข่มขู่ โดนเพจโจมตี

ยัต-ต้า รายการโหนกระแส
ยัต ชัยโสโร - ต้า FEDFE

“หนุ่ม กรรชัย” ถามว่า หากย้อนกลับไปในวันที่ต้าถือหุ้น 49% อยู่จะได้หรือไม่ ซึ่งยัต บอกว่า “ถ้าเขาพูดความจริงผมก็โอเคครับ” ขณะที่ต้าก็โต้แย้งว่า หากควาจริงที่หมายถึงว่าหุ้น 49% ในราคา 3 แสนบาท มันจะเป็นความจริงได้ไง เพราะปิดงบบริษัทมีรายได้ ค ล้าน และมีทรัพย์สินอื่นๆ รวมทั้งมีสมบัติเป็นคลิป 900 คลิปซึ่งไม่ต้องลงคลิปใหม่ก็ได้ 2.4 แสนบาทต่อปี และยังมีช่องทางโซเชียลมีเดียหลายช่องทางก็คิดมูลค่าเกือบ 10 ล้านแล้ว ดังนั้นการจะบอกว่าตนขายหุ้นทั้งหมดแค่ 3 แสนบาทนั้นมันเป็นความจริงไม่ได้

ด้าน “ยัต ชัยโสโร” บอกว่า หากวันที่เขาออก เขาบอกว่าจะเอาเงินมันก็จบแล้ว แต่วันนี้มันมีความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ตนปิดช่องได้เลย สำหรับชัยโสโร เพราะตนไม่เคยอยากเป็นนักแสดงยูทูป สามารถปิดได้เลยตอนนี้ แต่ตนอยากรู้จริงๆ ว่าความจริงหากวันนั้นเขาบอกว่าจะเอาเงินมันก็จบแล้ว แต่วันนี้พูดอีกแบบ หากตนจะเอาเงินเพื่อนจริงๆ จะโอนเงินเข้าบัญชีตัวเองทำไม ตนจะให้เขาถือกรรมสิทธิในบริษัททำไม ทั้งนี้ยัตยังบอกอีกว่า เอาอย่างนี้ เดี๋ยวมาดูตามสัดส่วน หากคุยกันได้คุยตามนั้นเลย และขอร้องว่าคนอื่นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่าไปพาดพิงเขา มาด่าที่ตนเลย ลงที่ตนเลย ตนชินแล้ว จะได้สบายใจ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ