เจาะปมเพื่อนรักแตกหัก! 'ต้า-ยัด' FEDFE ต้นเหตุมาจากอะไร?

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ไขข้อสงสัยความสัมพันธ์ 16 ปีของ "ต้า" และ "ยัต" อดีตสมาชิกกลุ่ม FEDFE และผู้ร่วมก่อตั้งช่อง "ชัยโสโร" ทำไมต้องจบลงด้วยคดีความฟ้องร้องสูงถึง 20 ล้านบาท

วันนี้ (25 สิงหาคม 2569) ต้า FEDFE ได้ออกมาเปิดหน้าชนในรายการ โหนกระแส โดยเปิดเผยว่าโดน ยัต FEDFE อดีตเพื่อนสนิท Gaslighting และถูกถอนชื่อออกจากหุ้นส่วนโดยไม่รู้ตัว ขณะที่ฝั่ง ยัต โต้กลับผ่านการโฟนอินเข้ามาในรายการ ว่าขอให้ไปพิสูจน์ความจริงกันในชั้นศาล PPTV ได้รวบรวมข้อมูลจากในรายการทั้งหมดเพื่อให้ทุกคนร่วมหาคำตอบว่าในศึกเพื่อนรักครั้งนี้...ใครกันแน่คือผู้บริสุทธิ์?

ต้า-ยัด รายการโหนกระแส
เจาะปมเพื่อนรักแตกหัก! 'ต้า-ยัด' FEDFE ต้นเหตุมาจากอะไร?

จุดเริ่มต้น ความสัมพันธ์ และจุดกำเนิดช่อง

  • จากแฟนคลับสู่เพื่อนซี้: ต้าเริ่มจากการเป็นแฟนคลับของยัตมาตั้งแต่ชั้น ม.1 จนกระทั่งสมความปรารถนาได้มาเป็นเพื่อนกันตอน ม.4 และมองว่ายัตคือเพื่อนซี้ที่รักมากที่สุดคนหนึ่ง

  • ยุคเริ่มต้น FEDFE (16 ปีก่อน): ต้าเป็นหัวเรือหลักในการชวนเพื่อนๆ รวม 10 คนมาร่วมทำคอนเทนต์ โดยยัตเข้ามาร่วมเป็นคนที่ 9 ซึ่งในช่วงเวลานั้นต้านอกจากทำ FEDFE แล้วก็ยังมีช่องส่วนตัวทั้ง YouTube และ Facebook ของตัวเองด้วย

  • สาเหตุการแยกย้ายจาก FEDFE: ทำไปได้ราว 6-7 ปีก็ต้องแยกย้าย เนื่องจากบริษัทมีรายจ่ายสูง ต้าทุ่มเทเอาเงินให้เพื่อนหมด จนคนอื่นสามารถซื้อรถยนต์ได้ แต่ตัวเองซื้อได้เพียงมอเตอร์ไซค์

  • การก่อตั้งช่องคู่ "ชัยโสโร": หลังแยกย้าย ต้าได้ดึงยัตมาทำช่องคู่กัน โดยยินยอมให้ใช้เพจและช่องส่วนตัวของต้าเองมาปรับเป็นช่องคู่ (มีหลักฐานการเปลี่ยนชื่อเพจชัดเจน) ซึ่งชื่อ "ชัยโสโร" ได้รับการตั้งให้โดยพระสงฆ์ ส่วนชื่อบริษัทดั้งเดิมใช้ชื่อ "ฤทธี" ซึ่งเป็นบริษัทที่ตั้งทิ้งไว้เฉยๆ ของฝั่งยัต ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อบริษัท ชัยโสโร ในภายหลัง

พฤติกรรม Gaslighting

  • การกดขี่ทางจิตใจ (Gaslighting): ยัตมักจะต่อว่าและด้อยค่าต้า ทั้งหน้ากล้องและหลังกล้องอย่างหนัก เช่น พูดใส่ว่าทำอะไรก็ผิด, สมองเสื่อม, ฟอร์มตก, ทำงานไม่ได้แล้ว และไซโคให้ต้าต้องเชื่อฟังยัตคนเดียวเท่านั้น แต่ท้ายที่สุดก็ยังนำไอเดียของต้าไปใช้เสมอ (ต้าเล่าว่าตนเองเก่งงานกำกับหนังสั้น จนเคยเกือบได้เป็นผู้กำกับหนังของค่าย GDH)

  • แนวคิดเผด็จการและการเอาเปรียบ: ยัตเคยพูดว่าในการทำงานควรใช้ระบบ "เผด็จการ" มากกว่า "ประชาธิปไตย" นอกจากนี้ ต้ายังต้องยอมออกเงินส่วนตัวเข้าเนื้อตัวเองในการทำงานบ่อยครั้งจากข้ออ้างต่างๆ ของยัต

  • การทำร้ายร่างกายและมุกลามปาม:

    • บังคับให้โกนหัว

    • วางยานอนหลับเกินขนาดจนต้าเกือบเสียชีวิต

    • ใช้ไม้หวายตีก้นและตีมืออย่างจริงจัง ไม่ใช่การเล่นกัน

    • สั่งให้วิ่ง และเคยไล่ให้ต้าไปเปลี่ยนศาสนา เพียงเพราะอยากรู้ว่าศาสนานั้นเป็นอย่างไร

  • การใช้อารมณ์และแกล้งแรง: ต้าเคยขอลาออกตั้งแต่สัปดาห์แรกที่มาทำช่องคู่เพราะพบว่ายัตเป็นคนอารมณ์ร้อนมาก (ต่างจากตอนทำ FEDFE ที่ไม่เคยทำงานร่วมกันแบบจริงจัง) แต่ยัตบอกให้ปรับตัว ต้าจึงทนอยู่เรื่อยมา ยัตมักด่าทอต้าต่อหน้าลูกน้อยของต้าจนเกิดความอาย โทรมาด่าในวันเกิดแล้วตบท้ายว่าล้อเล่น รวมถึงเคยสั่งงานแบบกลั่นแกล้ง เช่น สั่งให้ติดต่อดาราดังระดับประเทศ (หนุ่ม กรรชัย, เสก โลโซ, เบิร์ด ธงไชย, โน้ต อุดม) มาออกรายการ ให้ทำ 16 คลิปใน 16 วัน พอต้าตั้งใจทำเต็มที่เพื่อพิสูจน์ตัวเอง ยัตกลับบอกว่า "แค่แกล้งเล่น ไม่ได้ให้ทำจริง"
  • คำพูดบาดจิตใจ: ยัตเคยพูดกับคนอื่นว่า "อย่าให้ข้าวมัน (ต้า) แดก ให้หมาแดกดีกว่า"

  • อาการป่วยทางจิต: ต้าสะสมความเครียดจนป่วยเป็นโรคจิตเวช (มีใบรับรองแพทย์) และมีเอกสารระบุว่ามีความคิดฆ่าตัวตายติดกันนานกว่า 6 เดือน ทุกวันนี้เพียงแค่ได้ยินเสียงท่อรถของยัต ตัวก็สั่นด้วยความกลัวและเครียดจนอยากทำร้ายตัวเอง

ปัญหาโครงสร้างบริษัท การเงิน และการปลอมลายเซ็น

  • การถูกปลดออกจากหุ้นส่วน: วันหนึ่งต้าโดนถอนชื่อออกจากผู้ถือหุ้นทั้งหมด (จากเดิมถือหุ้นอยู่ 49% ยัต 49% ภรรยาของยัต 2%) โดยที่ต้าไม่เคยยินยอมและไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน จนกระทั่งมาเห็นเอกสารรายงานการประชุมในชั้นศาล ต้าคาดว่ามีการปลอมลายเซ็น เพราะวันที่ระบุในรายงานการประชุม ต้ามีหลักฐานไลฟ์สดขายของและแชตคุยกับลูกค้าอยู่ ทั้งนี้ ต้ายอมรับว่าบริษัททำกันแบบบ้านๆ เคยบอกให้ทีมงานเซ็นชื่อแทนเนื่องจากติดภารกิจ จนทำให้คนในบริษัทมีการซ้อมเซ็นชื่อของต้าไว้ล่วงหน้า

  • ช่องว่างของเงินเดือน: เริ่มต้นตั้งบริษัท ได้เงินเดือนคนละ 40,000 บาทเท่ากัน แต่ต่อมายัตปรับเงินเดือนตัวเองขึ้นฝ่ายเดียวจนแตะ 150,000 บาท ขณะที่ต้ายังได้ 40,000 บาทเท่าเดิม โดยยัตอ้างว่าต้าทำงานไม่ดี ต้องเอาเงินไปจ้างคนอื่น พอต้าออกจากบริษัทมา กลับไม่ได้เงินติดตัวเลยสักบาท พอโทรไปขอส่วนแบ่งตามที่เคยสัญญาปากเปล่า ยัตกลับตอบว่า "คุณก็แค่พนักงาน" (มีคลิปเสียง)

  • การยักยอกเงินบริษัทไปซื้อทรัพย์สินส่วนตัว: ต้าระบุว่า ยัตนำเงินบริษัทไปซื้อบ้านและรถยนต์โดยใส่เป็นชื่อของยัตเอง อ้างว่าถ้าใส่ชื่อบริษัทจะโดนภาษีแพง บางกรณีมียืมเงินสด (1.5 ล้านบาท และ 5.5 แสนบาท) บอกให้ต้าจดไว้ถ้าจะเอาแล้วค่อยบอก รวมถึงโอนเงินบริษัทออกไปให้ใครก็ไม่รู้อีก 2 ล้านบาท ซึ่งต้ามั่นใจว่าเป็นเงินบริษัทเพราะตนเองเป็นคนกดอนุมัติเงินเป็นคนสุดท้าย

  • การโต้แย้งจากฝั่งยัต: ยัตอ้างว่าเรื่องถอนหุ้นได้คุยกันไว้นานแล้ว ต้าเป็นคนอยากออกเองเพื่อจะไปทำ FEDFE คนเดียว และบอกว่าจะไม่เอาอะไรเลย นอกจากนี้ ยัตอ้างว่าบัญชีเดินมาแจ้งว่าเงินใน FEDFE หายไป 5 เดือนติดต่อกัน ซึ่งคนที่มีอำนาจถอนเงินมีแค่ต้าคนเดียว (ทนายของต้าชี้แจงว่า ที่ต้าต้องถอนเงินออกไปช่วงนั้นเพราะวิกฤตการเงิน ไม่มีเงินเหลือแล้วจากการทำงานกับยัต)

มรสุมชีวิต การโดนสังคมแบน และคดีความ 20 ล้านบาท

  • โดนบังคับให้รับผิดแทน: เหตุผลที่ต้าเคยพิมพ์ลงในแชตกลุ่มเพื่อน FEDFE ว่า "ขอโทษที่เอาเงินเพื่อนไปใช้" เป็นเพราะโดนยัตบังคับให้พิมพ์ ส่งผลให้เพื่อนๆ ในกลุ่ม FEDFE ไม่ชอบต้า

  • ถูกตราหน้าว่า "ขายเพื่อน": ในอดีตต้าเคยออกมาพูดความจริงแล้ว แต่สู้กระแสสังคมไม่ไหว โดนทัวร์ลงและโดนแบนงาน เนื่องจากต้าทำงานอยู่เบื้องหลังมาตลอด ไม่มีแฟนคลับเป็นของตัวเอง ต่างจากยัตที่เป็นหน้ากล้องและคนชื่นชอบมากกว่า คนจึงตราหน้าว่าต้า "เกาะเพื่อนกิน-ขายเพื่อน"

  • จุดตกต่ำสุดของชีวิต:

    • พ่อป่วยหนักมาก แต่ไม่มีเงินรักษา / แม่ลำบาก / แฟนขอเลิกเพราะดูไม่มีอนาคต

    • เคยคิดฆ่าตัวตายด้วยการสั่งซื้อปืนทางออนไลน์ แต่เพจไม่ยอมส่งของให้ จึงรอดมาได้

    • ช่วงที่ป่วยหนัก(จิตเวช)ไม่ยอมไปหาหมอเพราะไม่มีเงิน

    • ต้าเดินเท้าจากพระโขนงไปนนทบุรี เพื่อหาทนายสู้คดี ตอนแรกมีคนช่วยค่าใช้จ่ายทนาย แต่พอโดนยัตฟ้องเพิ่มหลายคดี (ศาล 2-3 คดี, สน.คลองด่าน อีก 4 คดี) ต้าจึงเฟดตัวออกไปเพราะไม่มีเงินจ้างต่อ

  • โดนฟ้องร้อง 20 ล้านบาท: ยัตยื่นฟ้องต้า 2 คดีหลัก รวมเป็นเงิน 20 ล้านบาท

  1. คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ (เรียก 10 ล้าน): กล่าวหาว่าต้าทำลายข้อมูลของเพจชัยโสโร

  2. คดีละเมิดลิขสิทธิ์ (เรียก 10 ล้าน): กล่าวหาว่าต้านำคลิปวิดีโอเดโม่ที่บริษัททำไปโพสต์โดยไม่ได้รับอนุญาต

คำบอกเล่าจากอดีตทีมงานและนักแสดง

  • ก้อง (นักแสดง): ยืนยันว่าเคยเห็นยัตขว้างจานข้าวใส่ต้า และด่าทอต้าตลอดเวลา ตนเองและเพื่อนโดนไล่ออกเพราะเรื่องกินน้ำกระท่อม แถมช่องส่วนตัวที่มีคนติดตาม 4 แสน ( ก้อง ทรงเอ ทำกับข้าว) ก็ถูกลบหายไป ซึ่งยัตอ้างว่าไม่รู้เรื่อง

  • ต๊วย (ตากล้อง/กำกับ/ตัดต่อ/ครีเอทีฟ): โดนยัตพูดด้อยค่าตลอดเวลาจนสูญเสียความมั่นใจ คิดว่าตัวเองไม่เก่งและไปทำงานที่อื่นไม่ได้ เคยโดนไล่ออกพร้อมก้องเรื่องกินน้ำกระท่อม แต่วันต่อมายัตก็โทรมาง้อให้กลับไปทำต่อ ต๊วยระบุว่าเคยเห็นต้าโดนด่าตลอด แต่ตอนนั้นคิดว่าด่ากันขำๆ แบบเพื่อน

  • เดย์ และ ไต่ (นักแสดง): ยืนยันว่าอยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด โดยเฉพาะตอนที่ยัตใช้ไม้หวายตีก้นและตีมือต้าแบบจริงจัง ไม่ได้เป็นการเล่นละครหรือมุกตลก และพนักงานหลายคนต้องลาออกเพราะทนอารมณ์แปรปรวนของยัตไม่ไหว

พฤติกรรมยัตช่วงโฟนอิน และความในใจของต้า

  • ท่าทีของยัตในรายการ: ยัตโฟนอินเข้ามาแต่บ่ายเบี่ยงไม่ตอบคำถามตรงๆ มีเสียงหัวเราะแทรกเป็นระยะ พูดติดๆ ขัดๆ และอ้างว่า "ทุกอย่างอยู่ในชั้นศาลแล้ว ให้ว่าไปตามกฎหมาย" เมื่อทนายความของต้าถามยัตว่า "แบ่งเงินให้เพื่อนไปตั้งตัวบ้างได้ไหม" ยัตกลับตอบเพียงว่า "ทำไมคำถามทำให้ตนดูแย่จัง"

  • ความในใจและน้ำตาของต้า: ต้าร้องไห้และกล่าวว่า ยังคงรักและคิดถึงยัตเสมอ ไม่ได้รู้สึกยินดีเลยที่เห็นยัตโดนทัวร์ลง หากย้อนเวลากลับไปได้ จะไม่ทะเลาะกัน ต้าเสียใจมากที่เคยทำคลิปให้ยัตมา 2,000–3,000 คลิป แต่ยัตกลับมาฟ้องเรียกเงิน 10 ล้านจากคลิปเดโม่เพียงคลิปเดียว สิ่งที่ต้องการตอนนี้มีเพียงแค่ส่วนแบ่งที่ควรได้เพื่อนำไปรักษาพ่อ ซ่อมบ้านให้พ่อ และใช้ตั้งต้นชีวิตใหม่

  • ข้อคิดและคำเตือนสติจากต้า:

    • "อย่าโง่เหมือนผม เงินมันคม หากไม่ได้เงินคืนก็อุทิศให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม"

    • ฝากเตือนทุกคนว่าอย่าท้อ ให้ขยัน ตื่นเช้า ทำงานให้มั่นคง เพราะการขึ้นศาลไม่สนุก และอย่าเป็นศัตรูกับใคร

    • ฝากถึงยัตว่า "เขาอาจจะเดินทางผิด คิดว่าขึ้นหลังเสือแล้วลงไม่ได้ อยากให้มีสติกลับมา มันยังกลับมาทันเพื่อน ตั้งสติคิดถึงลูกเมีย"

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ