วันนี้ (25 สิงหาคม 2569) ต้า FEDFE ได้ออกมาเปิดหน้าชนในรายการ โหนกระแส โดยเปิดเผยว่าโดน ยัต FEDFE อดีตเพื่อนสนิท Gaslighting และถูกถอนชื่อออกจากหุ้นส่วนโดยไม่รู้ตัว ขณะที่ฝั่ง ยัต โต้กลับผ่านการโฟนอินเข้ามาในรายการ ว่าขอให้ไปพิสูจน์ความจริงกันในชั้นศาล PPTV ได้รวบรวมข้อมูลจากในรายการทั้งหมดเพื่อให้ทุกคนร่วมหาคำตอบว่าในศึกเพื่อนรักครั้งนี้...ใครกันแน่คือผู้บริสุทธิ์?
จุดเริ่มต้น ความสัมพันธ์ และจุดกำเนิดช่อง
-
จากแฟนคลับสู่เพื่อนซี้: ต้าเริ่มจากการเป็นแฟนคลับของยัตมาตั้งแต่ชั้น ม.1 จนกระทั่งสมความปรารถนาได้มาเป็นเพื่อนกันตอน ม.4 และมองว่ายัตคือเพื่อนซี้ที่รักมากที่สุดคนหนึ่ง
-
ยุคเริ่มต้น FEDFE (16 ปีก่อน): ต้าเป็นหัวเรือหลักในการชวนเพื่อนๆ รวม 10 คนมาร่วมทำคอนเทนต์ โดยยัตเข้ามาร่วมเป็นคนที่ 9 ซึ่งในช่วงเวลานั้นต้านอกจากทำ FEDFE แล้วก็ยังมีช่องส่วนตัวทั้ง YouTube และ Facebook ของตัวเองด้วย
-
สาเหตุการแยกย้ายจาก FEDFE: ทำไปได้ราว 6-7 ปีก็ต้องแยกย้าย เนื่องจากบริษัทมีรายจ่ายสูง ต้าทุ่มเทเอาเงินให้เพื่อนหมด จนคนอื่นสามารถซื้อรถยนต์ได้ แต่ตัวเองซื้อได้เพียงมอเตอร์ไซค์
-
การก่อตั้งช่องคู่ "ชัยโสโร": หลังแยกย้าย ต้าได้ดึงยัตมาทำช่องคู่กัน โดยยินยอมให้ใช้เพจและช่องส่วนตัวของต้าเองมาปรับเป็นช่องคู่ (มีหลักฐานการเปลี่ยนชื่อเพจชัดเจน) ซึ่งชื่อ "ชัยโสโร" ได้รับการตั้งให้โดยพระสงฆ์ ส่วนชื่อบริษัทดั้งเดิมใช้ชื่อ "ฤทธี" ซึ่งเป็นบริษัทที่ตั้งทิ้งไว้เฉยๆ ของฝั่งยัต ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อบริษัท ชัยโสโร ในภายหลัง
พฤติกรรม Gaslighting
-
การกดขี่ทางจิตใจ (Gaslighting): ยัตมักจะต่อว่าและด้อยค่าต้า ทั้งหน้ากล้องและหลังกล้องอย่างหนัก เช่น พูดใส่ว่าทำอะไรก็ผิด, สมองเสื่อม, ฟอร์มตก, ทำงานไม่ได้แล้ว และไซโคให้ต้าต้องเชื่อฟังยัตคนเดียวเท่านั้น แต่ท้ายที่สุดก็ยังนำไอเดียของต้าไปใช้เสมอ (ต้าเล่าว่าตนเองเก่งงานกำกับหนังสั้น จนเคยเกือบได้เป็นผู้กำกับหนังของค่าย GDH)
-
แนวคิดเผด็จการและการเอาเปรียบ: ยัตเคยพูดว่าในการทำงานควรใช้ระบบ "เผด็จการ" มากกว่า "ประชาธิปไตย" นอกจากนี้ ต้ายังต้องยอมออกเงินส่วนตัวเข้าเนื้อตัวเองในการทำงานบ่อยครั้งจากข้ออ้างต่างๆ ของยัต
-
การทำร้ายร่างกายและมุกลามปาม:
-
บังคับให้โกนหัว
-
วางยานอนหลับเกินขนาดจนต้าเกือบเสียชีวิต
-
ใช้ไม้หวายตีก้นและตีมืออย่างจริงจัง ไม่ใช่การเล่นกัน
-
สั่งให้วิ่ง และเคยไล่ให้ต้าไปเปลี่ยนศาสนา เพียงเพราะอยากรู้ว่าศาสนานั้นเป็นอย่างไร
-
- การใช้อารมณ์และแกล้งแรง: ต้าเคยขอลาออกตั้งแต่สัปดาห์แรกที่มาทำช่องคู่เพราะพบว่ายัตเป็นคนอารมณ์ร้อนมาก (ต่างจากตอนทำ FEDFE ที่ไม่เคยทำงานร่วมกันแบบจริงจัง) แต่ยัตบอกให้ปรับตัว ต้าจึงทนอยู่เรื่อยมา ยัตมักด่าทอต้าต่อหน้าลูกน้อยของต้าจนเกิดความอาย โทรมาด่าในวันเกิดแล้วตบท้ายว่าล้อเล่น รวมถึงเคยสั่งงานแบบกลั่นแกล้ง เช่น สั่งให้ติดต่อดาราดังระดับประเทศ (หนุ่ม กรรชัย, เสก โลโซ, เบิร์ด ธงไชย, โน้ต อุดม) มาออกรายการ ให้ทำ 16 คลิปใน 16 วัน พอต้าตั้งใจทำเต็มที่เพื่อพิสูจน์ตัวเอง ยัตกลับบอกว่า "แค่แกล้งเล่น ไม่ได้ให้ทำจริง"
-
คำพูดบาดจิตใจ: ยัตเคยพูดกับคนอื่นว่า "อย่าให้ข้าวมัน (ต้า) แดก ให้หมาแดกดีกว่า"
-
อาการป่วยทางจิต: ต้าสะสมความเครียดจนป่วยเป็นโรคจิตเวช (มีใบรับรองแพทย์) และมีเอกสารระบุว่ามีความคิดฆ่าตัวตายติดกันนานกว่า 6 เดือน ทุกวันนี้เพียงแค่ได้ยินเสียงท่อรถของยัต ตัวก็สั่นด้วยความกลัวและเครียดจนอยากทำร้ายตัวเอง
ปัญหาโครงสร้างบริษัท การเงิน และการปลอมลายเซ็น
-
การถูกปลดออกจากหุ้นส่วน: วันหนึ่งต้าโดนถอนชื่อออกจากผู้ถือหุ้นทั้งหมด (จากเดิมถือหุ้นอยู่ 49% ยัต 49% ภรรยาของยัต 2%) โดยที่ต้าไม่เคยยินยอมและไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน จนกระทั่งมาเห็นเอกสารรายงานการประชุมในชั้นศาล ต้าคาดว่ามีการปลอมลายเซ็น เพราะวันที่ระบุในรายงานการประชุม ต้ามีหลักฐานไลฟ์สดขายของและแชตคุยกับลูกค้าอยู่ ทั้งนี้ ต้ายอมรับว่าบริษัททำกันแบบบ้านๆ เคยบอกให้ทีมงานเซ็นชื่อแทนเนื่องจากติดภารกิจ จนทำให้คนในบริษัทมีการซ้อมเซ็นชื่อของต้าไว้ล่วงหน้า
-
ช่องว่างของเงินเดือน: เริ่มต้นตั้งบริษัท ได้เงินเดือนคนละ 40,000 บาทเท่ากัน แต่ต่อมายัตปรับเงินเดือนตัวเองขึ้นฝ่ายเดียวจนแตะ 150,000 บาท ขณะที่ต้ายังได้ 40,000 บาทเท่าเดิม โดยยัตอ้างว่าต้าทำงานไม่ดี ต้องเอาเงินไปจ้างคนอื่น พอต้าออกจากบริษัทมา กลับไม่ได้เงินติดตัวเลยสักบาท พอโทรไปขอส่วนแบ่งตามที่เคยสัญญาปากเปล่า ยัตกลับตอบว่า "คุณก็แค่พนักงาน" (มีคลิปเสียง)
-
การยักยอกเงินบริษัทไปซื้อทรัพย์สินส่วนตัว: ต้าระบุว่า ยัตนำเงินบริษัทไปซื้อบ้านและรถยนต์โดยใส่เป็นชื่อของยัตเอง อ้างว่าถ้าใส่ชื่อบริษัทจะโดนภาษีแพง บางกรณีมียืมเงินสด (1.5 ล้านบาท และ 5.5 แสนบาท) บอกให้ต้าจดไว้ถ้าจะเอาแล้วค่อยบอก รวมถึงโอนเงินบริษัทออกไปให้ใครก็ไม่รู้อีก 2 ล้านบาท ซึ่งต้ามั่นใจว่าเป็นเงินบริษัทเพราะตนเองเป็นคนกดอนุมัติเงินเป็นคนสุดท้าย
-
การโต้แย้งจากฝั่งยัต: ยัตอ้างว่าเรื่องถอนหุ้นได้คุยกันไว้นานแล้ว ต้าเป็นคนอยากออกเองเพื่อจะไปทำ FEDFE คนเดียว และบอกว่าจะไม่เอาอะไรเลย นอกจากนี้ ยัตอ้างว่าบัญชีเดินมาแจ้งว่าเงินใน FEDFE หายไป 5 เดือนติดต่อกัน ซึ่งคนที่มีอำนาจถอนเงินมีแค่ต้าคนเดียว (ทนายของต้าชี้แจงว่า ที่ต้าต้องถอนเงินออกไปช่วงนั้นเพราะวิกฤตการเงิน ไม่มีเงินเหลือแล้วจากการทำงานกับยัต)
มรสุมชีวิต การโดนสังคมแบน และคดีความ 20 ล้านบาท
-
โดนบังคับให้รับผิดแทน: เหตุผลที่ต้าเคยพิมพ์ลงในแชตกลุ่มเพื่อน FEDFE ว่า "ขอโทษที่เอาเงินเพื่อนไปใช้" เป็นเพราะโดนยัตบังคับให้พิมพ์ ส่งผลให้เพื่อนๆ ในกลุ่ม FEDFE ไม่ชอบต้า
-
ถูกตราหน้าว่า "ขายเพื่อน": ในอดีตต้าเคยออกมาพูดความจริงแล้ว แต่สู้กระแสสังคมไม่ไหว โดนทัวร์ลงและโดนแบนงาน เนื่องจากต้าทำงานอยู่เบื้องหลังมาตลอด ไม่มีแฟนคลับเป็นของตัวเอง ต่างจากยัตที่เป็นหน้ากล้องและคนชื่นชอบมากกว่า คนจึงตราหน้าว่าต้า "เกาะเพื่อนกิน-ขายเพื่อน"
-
จุดตกต่ำสุดของชีวิต:
-
พ่อป่วยหนักมาก แต่ไม่มีเงินรักษา / แม่ลำบาก / แฟนขอเลิกเพราะดูไม่มีอนาคต
-
เคยคิดฆ่าตัวตายด้วยการสั่งซื้อปืนทางออนไลน์ แต่เพจไม่ยอมส่งของให้ จึงรอดมาได้
-
ช่วงที่ป่วยหนัก(จิตเวช)ไม่ยอมไปหาหมอเพราะไม่มีเงิน
-
ต้าเดินเท้าจากพระโขนงไปนนทบุรี เพื่อหาทนายสู้คดี ตอนแรกมีคนช่วยค่าใช้จ่ายทนาย แต่พอโดนยัตฟ้องเพิ่มหลายคดี (ศาล 2-3 คดี, สน.คลองด่าน อีก 4 คดี) ต้าจึงเฟดตัวออกไปเพราะไม่มีเงินจ้างต่อ
-
- โดนฟ้องร้อง 20 ล้านบาท: ยัตยื่นฟ้องต้า 2 คดีหลัก รวมเป็นเงิน 20 ล้านบาท
-
คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ (เรียก 10 ล้าน): กล่าวหาว่าต้าทำลายข้อมูลของเพจชัยโสโร
-
คดีละเมิดลิขสิทธิ์ (เรียก 10 ล้าน): กล่าวหาว่าต้านำคลิปวิดีโอเดโม่ที่บริษัททำไปโพสต์โดยไม่ได้รับอนุญาต
คำบอกเล่าจากอดีตทีมงานและนักแสดง
-
ก้อง (นักแสดง): ยืนยันว่าเคยเห็นยัตขว้างจานข้าวใส่ต้า และด่าทอต้าตลอดเวลา ตนเองและเพื่อนโดนไล่ออกเพราะเรื่องกินน้ำกระท่อม แถมช่องส่วนตัวที่มีคนติดตาม 4 แสน ( ก้อง ทรงเอ ทำกับข้าว) ก็ถูกลบหายไป ซึ่งยัตอ้างว่าไม่รู้เรื่อง
-
ต๊วย (ตากล้อง/กำกับ/ตัดต่อ/ครีเอทีฟ): โดนยัตพูดด้อยค่าตลอดเวลาจนสูญเสียความมั่นใจ คิดว่าตัวเองไม่เก่งและไปทำงานที่อื่นไม่ได้ เคยโดนไล่ออกพร้อมก้องเรื่องกินน้ำกระท่อม แต่วันต่อมายัตก็โทรมาง้อให้กลับไปทำต่อ ต๊วยระบุว่าเคยเห็นต้าโดนด่าตลอด แต่ตอนนั้นคิดว่าด่ากันขำๆ แบบเพื่อน
-
เดย์ และ ไต่ (นักแสดง): ยืนยันว่าอยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด โดยเฉพาะตอนที่ยัตใช้ไม้หวายตีก้นและตีมือต้าแบบจริงจัง ไม่ได้เป็นการเล่นละครหรือมุกตลก และพนักงานหลายคนต้องลาออกเพราะทนอารมณ์แปรปรวนของยัตไม่ไหว
พฤติกรรมยัตช่วงโฟนอิน และความในใจของต้า
-
ท่าทีของยัตในรายการ: ยัตโฟนอินเข้ามาแต่บ่ายเบี่ยงไม่ตอบคำถามตรงๆ มีเสียงหัวเราะแทรกเป็นระยะ พูดติดๆ ขัดๆ และอ้างว่า "ทุกอย่างอยู่ในชั้นศาลแล้ว ให้ว่าไปตามกฎหมาย" เมื่อทนายความของต้าถามยัตว่า "แบ่งเงินให้เพื่อนไปตั้งตัวบ้างได้ไหม" ยัตกลับตอบเพียงว่า "ทำไมคำถามทำให้ตนดูแย่จัง"
-
ความในใจและน้ำตาของต้า: ต้าร้องไห้และกล่าวว่า ยังคงรักและคิดถึงยัตเสมอ ไม่ได้รู้สึกยินดีเลยที่เห็นยัตโดนทัวร์ลง หากย้อนเวลากลับไปได้ จะไม่ทะเลาะกัน ต้าเสียใจมากที่เคยทำคลิปให้ยัตมา 2,000–3,000 คลิป แต่ยัตกลับมาฟ้องเรียกเงิน 10 ล้านจากคลิปเดโม่เพียงคลิปเดียว สิ่งที่ต้องการตอนนี้มีเพียงแค่ส่วนแบ่งที่ควรได้เพื่อนำไปรักษาพ่อ ซ่อมบ้านให้พ่อ และใช้ตั้งต้นชีวิตใหม่
-
ข้อคิดและคำเตือนสติจากต้า:
-
"อย่าโง่เหมือนผม เงินมันคม หากไม่ได้เงินคืนก็อุทิศให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม"
-
ฝากเตือนทุกคนว่าอย่าท้อ ให้ขยัน ตื่นเช้า ทำงานให้มั่นคง เพราะการขึ้นศาลไม่สนุก และอย่าเป็นศัตรูกับใคร
-
ฝากถึงยัตว่า "เขาอาจจะเดินทางผิด คิดว่าขึ้นหลังเสือแล้วลงไม่ได้ อยากให้มีสติกลับมา มันยังกลับมาทันเพื่อน ตั้งสติคิดถึงลูกเมีย"
-