ติณติณ นิวคันทรี่ พร้อมครอบครัวและผู้จัดการส่วนตัว เปิดใจภายหลังเข้ารับการตรวจพิสูจน์ DNA ยืนยันไม่มีความกังวลและพร้อมให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ โดยเจ้าตัวยอมรับว่าได้เตรียมใจไว้ทั้งสองทาง หากผลตรวจยืนยันว่าเป็นลูกจริง ครอบครัวและแม่ก็พร้อมให้การสนับสนุนและช่วยดูแลหลานอย่างเต็มที่ เพราะมองว่าเด็กไม่ควรได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งของผู้ใหญ่
แต่หากผลออกมาไม่ใช่ ก็พร้อมยอมรับตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่ฝ่ายหญิง ประกาศระบุว่าจะไม่ให้สิทธิ์เลี้ยงดูบุตรนั้น ติณติณเผยว่ายังไม่ขอแสดงความคิดเห็นในตอนนี้ โดยขอรอให้ผลตรวจอย่างเป็นทางการออกมาก่อนจึงค่อยตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ในอนาคต
นอกจากนี้ ติณติณ ยอมรับว่าตนทราบเรื่องการตั้งครรภ์มาตั้งแต่ช่วงแรก แต่ที่ยังไม่สามารถเชื่อหรือมั่นใจได้ทั้งหมด เนื่องจากมีหลายข้อมูลที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง ตนจึงเลือกใช้หลักฐานและข้อเท็จจริงเป็นตัวตัดสินมากกว่าคำพูด พร้อมระบุว่าไม่ต้องการตัดสินใคร แต่เชื่อว่าความจริงควรได้รับการพิสูจน์จากหลักฐานที่ตรวจสอบได้ ทั้งนี้ตนและทีมงานยังมีข้อมูลรวมถึงหลักฐานสำคัญอีกเป็นจำนวนมาก ที่ยังไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งเก็บไว้เพื่อใช้ปกป้องสิทธิ์ของตนเองหากในอนาคตมีการกล่าวหาหรือพาดพิงเพิ่มเติม
ส่วนประเด็นการดำเนินคดี จากกรณีที่เคยถูกกล่าวหาเรื่องการเสพยาเสพติด และการครอบครองภาพผู้เยาว์นั้น เจ้าตัวชี้แจงว่าขณะนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจดำเนินการใด ๆ เพราะต้องการให้ความสำคัญกับผลตรวจ DNA เป็นอันดับแรก พร้อมยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญในชีวิต ที่ทำให้ต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น ยืนยันว่าสิ่งที่รักที่สุดคือการร้องเพลงและต้องการกลับไปทำหน้าที่ศิลปินตามปกติ
ขณะที่ทางด้านแม่ของติณติณ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รู้สึกเสียใจและสะเทือนใจในฐานะแม่ที่เห็นลูกชายถูกกล่าวหาในหลายประเด็นร้ายแรง โดยเฉพาะข้อกล่าวหาเรื่องยาเสพติดและประเด็นผู้เยาว์ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงเป็นอย่างมาก
แต่หากผลตรวจ DNA ออกมายืนยันว่าเด็กในครรภ์เป็นหลานจริง ครอบครัวก็พร้อมยอมรับและให้ความรักอย่างเต็มที่ ด้านผู้จัดการส่วนตัวของติณติณ ระบุเสริมว่า จากข้อมูลและหลักฐานที่มีอยู่ เชื่อว่าเหตุการณ์ทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นจากความรักเพียงอย่างเดียว แต่มีลักษณะเป็นกระบวนการที่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้า ซึ่งทางฝั่งตนมีหลักฐานรองรับและพร้อมนำออกมาชี้แจงต่อสังคมเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
ด้านแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ให้ข้อมูลเชิงเทคนิค เพื่อคลายข้อสงสัยของสังคมว่า กระบวนการตรวจในครั้งนี้ไม่ใช่การเจาะน้ำคร่ำที่มีความเสี่ยงต่อทารก แต่ใช้วิธีเจาะเลือดของแม่เพื่อนำชิ้นส่วน DNA ของทารกที่ปะปนอยู่ในกระแสเลือดแม่ มาวิเคราะห์เปรียบเทียบกับ DNA ของผู้ถูกระบุว่าเป็นพ่อ ซึ่งเป็นนวัตกรรมมาตรฐานสากลที่ไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ และสามารถดำเนินการได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 9 สัปดาห์ขึ้นไป
โดยตัวอย่างเลือดทั้งหมดจะถูกส่งไปตรวจวิเคราะห์ยังห้องปฏิบัติการในต่างประเทศ คาดว่าจะทราบผลอย่างเป็นทางการภายใน 10-14 วันทำการ โดยมีประสิทธิภาพความแม่นยำทางวิทยาศาสตร์สูงมากกว่า 99.9 % ซึ่งผลตรวจดังกล่าวจะเป็นกุญแจสำคัญในการคลี่คลายข้อสงสัยทั้งหมดที่สังคมกำลังติดตามอยู่ในขณะนี้