รายการ โหนกระแส ดึงตัว "ฟารีดา เอลิซ่าเบธ ที" และ "ติณติณ New Country" มาออกอีกครั้ง หลังผลตรวจ DNA ยืนยันผลตรงกันถึง 99.99% ว่าเด็กในครรภ์เป็นลูกของฝ่ายชายจริง ซึ่งนักร้องหนุ่ม "ติณติณ" เปิดใจน้อมรับผลดังกล่าวอย่างไร้ข้อโต้แย้ง พร้อมระบุว่าจริงๆ แล้วแค่เห็นตัวเลข 52% ตนก็เชื่อแล้ว ด้าน คุณอานนท์จากคลินิกดังอธิบายว่า มีการตรวจสอบตำแหน่งดีเอ็นเออย่างละเอียดถึง 40,000 ตำแหน่ง ซึ่งในเคสนี้ผลปรากฏว่า "ตรงกันทุกตำแหน่ง" คิดเป็น 99.99% ในทางปฏิบัติถือว่ายืนยันความเป็นพ่อลูกร้อยเปอร์เซ็นต์
ขณะเดียวกัน ปมความขัดแย้งในอดีตก็ได้รับการสะสางเมื่อ "ฟารีดา" ยอมรับสารภาพกลางรายการว่า เรื่องราวอื้อฉาวที่เธอเคยแฉว่า ติณติณ พัวพันกับยาเสพติดและพรากผู้เยาว์นั้น "ไม่เป็นความจริง" โดยเธออ้างว่าทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบและขาดสติ แต่หลังจากได้รับการอบรมจากผู้ใหญ่จึงสำนึกผิดและขอโทษ ติณติณ รวมถึง ก๊อท จักรพันธ์ และครอบครัวของฝ่ายชายที่ต้องมารับผลกระทบและเดือดร้อนอย่างหนักจากข่าวนี้ ด้าน ติณติณ ยอมรับว่ายังมีความรู้สึกโกรธอยู่บ้างที่ผู้มีพระคุณต้องมาเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่จากนี้ขอเลือกที่จะโฟกัสที่ลูกเป็นหลักเพื่ออนาคตของเด็ก
สำหรับข้อตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายและข้อกฎหมาย ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันในสัดส่วน 50/50 แบ่งคนละครึ่ง ซึ่งเป็นข้อเสนอที่ฟารีดาหยิบยกขึ้นมาเองเพราะมองว่ายุติธรรมที่สุด โดยจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดตั้งแต่ค่าฝากครรภ์ ค่าตรวจเลือด ค่าทำคลอด ไปจนถึงค่านมและแพมเพิส ด้าน "ทนายพัฒน์" ได้ให้คำแนะนำทางกฎหมายว่า ในส่วนของการจดทะเบียนรับรองบุตรนั้น จะต้องรอให้เด็กคลอดออกมาก่อน และหากเด็กยังไม่สามารถเซ็นชื่อได้เอง (อายุต่ำกว่า 7 ปี) จะต้องดำเนินการให้ศาลมีคำสั่งเพื่อให้เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายต่อไป
ส่วน "น้องเวล่า" ลูกน้อยในครรภ์ ซึ่งปัจจุบันมีอายุครรภ์ได้ 20 สัปดาห์ หรือ 5 เดือนแล้ว ติณติณ เผยความรู้สึกว่าตนได้ลองสัมผัสหน้าท้องของ ฟารีดา และรับรู้ได้ว่าลูกดิ้นจริง ทำให้เจ้าตัวเผยความรู้สึกด้วยประโยคสั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยความรักว่า "รักครับ ไม่ว่ายังไงก็รัก" ต่อมา "นีโอ" เพื่อนสนิทของ ติณติณ ขอร่วมสัมผัสหน้าท้องของ ฟารีดา เช่นกัน แต่ครั้งนี้ลูกน้อยกลับไม่ยอมขยับตัว ทำเอาเจ้าตัวถึงกับแซวตัวเอง ขณะที่บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความอบอุ่นจากโมเมนต์น่ารักของทั้งสามคน
สำหรับชื่อเล่น "เวล่า" นั้นเป็นชื่อที่พ่อของ ฟารีดา ตั้งให้ ส่วนเรื่องนามสกุล ติณติณ มีความประสงค์อยากให้ลูกใช้นามสกุล "เทียมรัตน์" ของตนเอง ซึ่งทาง ฟารีดา ขอเวลาไปปรึกษาผู้ใหญ่และเช็กดวงกับหมอดูก่อน นอกจากนี้ ติณติณ ยังมีแนวคิดในการเลี้ยงดู โดยตั้งใจอยากให้ลูกมีชื่อจริงที่เป็น Unisex เพื่อเปิดกว้างและเท่าเทียมหากในอนาคตลูกจะเติบโตมาเป็น LGBTQ+ ขณะที่ ฟารีดา เปิดใจเปลี่ยนความคิดยอมให้ ติณติณ เข้ามาช่วยเลี้ยงดูลูกทั้งที่ก่อนหน้านี้ยืนกรานจะเลี้ยงดูเองคนเดียว เพราะไม่อยากให้ลูกต้องมีปมในใจเหมือนตัวเองที่ต้องขาดทั้งพ่อและแม่ในวัยเด็ก
ด้านเส้นทางอาชีพถือเป็นข่าวดีของ ฟารีดา เมื่อ "นายห้างประจักษ์ชัย ไหทองคำ" เล็งเห็นโอกาสและยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ โดยยอมควักเงินแสนต้นๆ เพื่อจ่ายค่าฉีกสัญญาจากค่ายเดิม และรับ ฟารีดา เข้าสังกัดค่ายไหทองคำทันที เพื่อให้เธอมีงานและรายได้ไปส่งเสียเลี้ยงดูทารกในครรภ์ โดยผลงานแรกประเดิมด้วยการเล่นมิวสิกวิดีโอเพลง "แค่ได้กัน" และเตรียมทำซิงเกิลเพลงช้าที่มีเนื้อหาให้กำลังใจคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ขณะที่ทางด้าน ติณติณ และคู่หูอย่าง "นีโอ" ก็กำลังเดินหน้าลุยงานเพลงและดนตรีเพิ่มเติม พร้อมเตรียมจัดงาน Fan Meeting ในวันที่ 4 กรกฎาคมนี้
ช่วงท้ายของรายการ "หนุ่ม กรรชัย" ผู้ดำเนินรายการ ได้กล่าวสรุปบทเรียนจากเรื่องราวทั้งหมดว่าเป็นกรณีศึกษาที่ตีแผ่ถึง "จริยธรรมของมนุษย์" ซึ่งต้องประกอบด้วยความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ ความยุติธรรม และความมีเมตตา พร้อมย้ำเตือนสติทั้งสองฝ่ายว่า แม้ในวันนี้คนทั้งคู่จะไม่ได้ทำหน้าที่ในฐานะคนรักหรือคู่ชีวิตกันแล้ว แต่สิ่งสำคัญที่สุดหลังจากนี้คือการจับมือกันทำหน้าที่ "พ่อและแม่ที่ดี" เพื่อประคับประคองและนำพาชีวิตใหม่ที่กำลังจะลืมตาดูโลกให้เติบโตไปในทางที่ถูกต้องและงดงามที่สุด