แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่าผลพวงจากการเข้าสู่วงการบันเทิงตั้งแต่ยังเด็ก บวกความกดดันในฐานะนักแสดงจากคนรอบข้าง ทำให้ดาราสาวจากภาพยนตร์ ชาร์ลีส์ เองเจิ้ลส์ (Charlie's Angels) เริ่มเที่ยวกลางคืนตั้งแต่ยังเด็ก หันมาสูบบุหรี่ตอนอายุ 9 ปี ดื่มเหล้าตอนอายุ 11 ปี เริ่มสูบกัญชาตอนอายุ 12 ปี หันมาเสพโคเคนตอนอายุ 13 ปี และในช่วงอายุ 14 เธอเข้ารับการบำบัดยาเสพติด อีกทั้งพยายามฆ่าตัวตายหนึ่งครั้ง จากนั้นรักษาตัวในสถานบำบัดผู้ป่วยทางจิตเป็นเวลา 18 เดือน และถูกส่งตัวกลับไปบำบัดยาเสพติดเป็นครั้งที่สอง
นับตั้งแต่ตอนนั้นก็เป็นเวลาเกือบ 30 ปีแล้ว ที่ ดรูว์ หันหลังให้กับยาเสพติดอย่างถาวร ซึ่งเธอก็ได้ออกมาเปิดใจในรายการ นอร์ม แม็คโดนัลด์ แฮส อะ โชว์ (Norm Macdonald Has a Show) ของ เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ว่า เธอไม่เคยคิดอยากกลับไปเสพโคเคนอีก เพราะไม่มีอะไรที่ทำให้เธอเกิดภาวะตื่นตระหนกและเหมือนตกอยู่ในฝันร้ายเท่าการเสพยาอีกแล้ว โดยเธอยอมรับว่าแม้ตัวเองจะไม่ใช่คนเข้มแข็งอะไรขนาดนั้น ยังคงดื่มแอลกอฮอล์บ้างเพื่อการผ่อนคลายและสังสรรค์ แต่โคเคนนั้นถือเป็นที่สุดของฝันร้ายในชีวิตเธอจริงๆ
นอกจากนี้เธอยังบอกอีกว่า การเป็นดาราตั้งแต่เด็กคือสูตรสำเร็จของความหายนะ เพราะเธอต้องเจอกับมรสุมรุมเร้า ทั้งวิกฤตชีวิต ต้องเข้ารับการบำบัด โดนแบล็กลิสต์ ไร้ครอบครัวเคียงข้าง และต้องออกมาใช้ชีวิตอยู่คนเดียวตอนอายุ 15 ปี แต่ถึงอย่างนั้น ชีวิตการเป็นนักแสดงของ ดรูว์ แบรี่มอร์ ก็ไม่เคยเจอกับทางตัน เธอมีผลงานภาพยนตร์ดังมากมายไม่ว่าจะเป็น เนฟเวอร์ บีน คิสท์ (Never Been Kissed) ชาร์ลีส์ เองเจิ้ลส์ (Charlie's Angels) และ ฟิฟตี้ เฟิร์สต์เดท (50 First Dates) ซึ่งปัจจุบัน ดรูว์ มีความสุขกับการเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ของลูก ๆ ที่น่ารักถึง 2 คน