"เต๋า The Voice" ดึงความเป็นตัวตน สานฝันวัยเด็กบนเวที "เดอะ วอยซ์ 2018"

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"เต๋า - ทัศนัย กิตติรุ่งสุวรรณ" หรือ "เต๋า The Voice 2018" ผู้เข้าแข่งขันที่ฝ่าฝันมาถึงรอบการแสดงสดได้สำเร็จ และกำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมากในโลกโซเชียล

ใช้ความเป็นตัวของตัวเองและพรสวรรค์ที่มาพร้อมพรแสวง เอาชนะใจกรรมการ จนสามารถเข้ามาถึงรอบตัดเชือกเวที รอบการแสดงสด "เดอะ วอยซ์ 2018" สำหรับ "เต๋า - ทัศนัย กิตติรุ่งสุวรรณ" ที่จะเรียกว่าหนุ่มก็ได้ เรียกเธอก็ไม่เชิง เพราะเขาคนนี้ไม่แอ๊บ ร่างเป็นชาย ใจเป็นหญิง แสดงให้เห็นชัดๆ จนกลายเป็นที่รักของคนดูทั้งประเทศ และวันนี้เราจะพาไปรู้จักตัวตนของเขาคนนี้ให้มากขึ้น จากความฝันของเด็กตัวเล็กๆที่เดินสายประกวดร้องเพลงทั่วทุ่งทั่วท่า จนมาถึงวันนี้เขาได้มายืนบนเวทีระดับประเทศ ที่ๆมีอีกคนมากมายอยากมาถึงจุดนี้

 อยากให้เล่าถึงความเป็นไปเป็นมาที่มาประกวด "เดอะ วอยซ์ 2018"
“ที่มาแข่งเพราะว่าจริงๆ หนูเคยดูในทีวีตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่ซีซั่นแรก ก็น่าจะเหมือนคนอื่นๆที่อยากไป คือไปออกทีวี แล้วแม่ก็อยากให้ไปด้วย อยากให้ไปออกทีวีเพื่อเก็บประสบการณ์ แล้วเราก็ส่งคลิปไป จริงๆเคยส่งคลิปไปแล้วประมาณ 2-3 ปี ก็ไม่ติดเพิ่งมาติดรอบนี้ น่าจะเป็นจังหวะชีวิตด้วย เราไปทำบุญพอดี” ( ยิ้ม )

อะไรเป็นแรงบันดาลใจที่ให้มาเวทีนี้
“ก็ไม่เชิงว่ามีใครเป็นแรงบันดาลใจ แต่เราก็เห็นมีแต่คนเก่งออกมา คือเราอยากสัมผัสเวลาไปออดิชั่น แล้วเวลาโค้ชเขากดหันมาจะรู้สึกยังไง เราดูแล้วอยากรู้ว่ามันจะตื่นเต้นแค่ไหน อยากรู้ว่าถ้าเราไปร้องจะมีใครหันมาไหม เหมือนตอนมัธยมเคยโหลดมันเป็นแอพพลิเคชั่นของต่างประเทศ มันจะมีให้ร้องเพลงเป็นโปรแกรมอัตโนมัติหันมาเหมือนแบบนี้เลย ( หัวเราะ )  ซึ่งวันที่มาแข่งจริงๆหนูว่าทุกคนหวังกันหมดว่าให้โค้ชหันมาสักคนก็ยังดี

อยากบอกว่าวันแรกที่ขึ้นร้องเพลงบนเวที หนูตื่นเต้นมาก ( ลากเสียงยาว ) คือหนูหูดับตอนร้อง หูมันยังได้ยินนะ แต่ไม่รู้ว่าที่ได้ยินคืออะไร แล้วหนูก็จำไม่ได้ว่าหนูร้องอะไรไป แล้วตอนที่โค้ชหันมาคือดีใจมาก แล้วก็โล่งอก แบบโอ้ยย...มีคนหันมา คือเหมือนว่าตอนที่ยังไม่มีใครหันมามันแบบกดดัน จะมีใครหันไหม พอพี่คิ้มหันมา ก็โอเคมีคนหันแล้ว สบายใจแล้ว คือมันตื่นเต้นจนหูดับ ความรู้สึกมันไม่เหมือนตอนที่เราเล่นเกม ไม่เหมือนเลยจริงๆ ของจริงมันคนละโยดเลย ( หัวเราะ )

ชอบร้องเพลงตั้งแต่เมื่อไหร่
“ตั้งแต่ 5 ขวบ แนวเพลงถ้าเป็นตั้งแต่แรกจะเป็นเพลงลูกทุ่ง เพราะพ่อกับแม่ชอบฟัง ก็เลยเอามาฝึกและเป็นนักร้องเดินสายมาก่อน จำได้ว่าเวทีแรกคือแถวโรงเรียนประมาณ 5-6 ขวบค่ะ ถ้ารวมๆแล้วจากที่ประกวดมาก็ น่าจะถึง 100 เวที ถ้วยรางวัลก็ประมาณหนึ่งค่ะ ทุกครั้งที่ชนะก็ดีใจเพราะว่าเวลาประกวดเพลงลูกทุ่งมันได้ยากมากเลย พอเราได้ก็แฮปปี้ เราร้องแล้วชนะใจกรรมการได้ แล้วก็ดีใจที่ได้เงินด้วย ( หัวเราะ ) แต่เพิ่งมาหยุดประกวดตอนประมาณม.6 เข้ามหาวิทยาลัย เพราะเรียนหนักก็เลยไม่ได้ไปแข่งเท่าไหร่ ตอนนี้หนูเรียนอยู่ดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เอก Voice คือรอบๆตัวเจอดนตรี เจอเสียงเพลงมาตั้งแต่เด็กๆ พ่อกับแม่เขาชอบฟัง แล้วเขาจะคอยบอกเราตลอดให้เราอยู่ด้วยตลอด เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ก็เลยเลือกเรียนด้านนี้”

จริงๆมีความฝันอยากเป็นนักร้องอาชีพไหม
“ก็มีค่ะ จริงๆมันก็ฝัน เป็นความฝันที่เป็นไปได้ก็ดี แต่พอเรามาเรียน เราเจอความเป็นจริง มันก็ลดลงมา เราก็แค่อยากไปทำงานในสายดนตรีก็พอแล้ว แต่ถ้ามีโอกาสก็ดีค่ะ”

เวที “เดอะ วอยซ์” วีคแรกตื่นเต้นไหม

“วีคแรกเลือกเพลง "ตายทั้งเป็น" ของพี่ "แจ้ ดนุพล" มาร้อง เพราะจริงๆหนูเป็นคนชอบฟังเพลงเก่าๆ เพลงไทยสากลเก่าๆ ยุคพี่แจ้ ดนุพล , ยุคพี่ไก่ พรรณนิภา , มาลีวัลย์ เจมีน่า ฯลฯ อันนี้น่าจะเป็นผลพวงมาจากฟังลูกทุ่งมาก่อน แล้วเริ่มห่างลูกทุ่งก็เลยฟังเพลงอย่างอื่น แล้วเพลงเก่าๆโทนนี้แม่ก็ชอบเปิดฟัง หนูก็ติดมา ก็เลยชอบ และน่าจะเป็นความผูกพันธ์ด้วย จะเรียกว่าเป็นเด็กยุคใหม่ที่ชอบเพลงเก่าก็ไม่ผิด เพราะเวลาอยู่มหาวิทยาลัยอาจารย์ก็ยังถามเลยว่าเธอเกิดผิดยุคหรือเปล่าเพราะอาจารย์บางคนเขาก็ไม่รู้จักศิลปินที่หนูฟัง” (หัวเราะ)

ผ่านเข้ารอบการแสดงสดแล้ว รู้สึกยังไงบ้าง
“โห!! มันเกินมาไกลมากเลย จริงๆแค่โค้ชกดหันมาก็สุดๆแล้ว หลังจากนี้คงทำให้ดีที่สุด อยู่กับปัจจุบัน ทำโชว์ให้ดี เพราะว่ายังไงคนฟังก็อยากฟังอะไรที่ดีจากเรา เพราะฉะนั้นทำออกมาให้ดีๆ แต่ลึกๆทุกคนก็คงหวัง ถ้าเข้าก็ดี แต่ถ้าไม่เข้าก็ไม่เป็นไรแค่ทำให้มันดีที่สุด”

หลายคนชื่นชมที่เรากล้าที่จะเปิดตัวตน ตั้งแต่ครั้งแรกบนเวที

“หนูก็รู้สึกดีที่ทุกคนมองเพศอย่างหนูเปลี่ยนไปแล้ว ที่ทุกคนจะไม่ต้องซีเรียสว่าคนนี้เป็นอะไร แต่ทุกคนมองข้ามมันไป ดูที่ผลงานมากกว่า ถึงเราจะเป็นอะไร เขาก็ดูที่ผลงานรู้สึกแฮปปี้มากๆ เหมือนยุคสมัยนี้โลกมันไปไกลมากแล้วในความคิดหนูนะ นี่มัน 2019 แล้ว หนูว่าเรื่องพวกนี้มันเปิดเยอะขึ้น ซึ่งจริงๆมันก็ไม่ได้เปิด 100% แต่เขาเปิดโอกาสให้คนอย่างเราๆมีโอกาสมากขึ้น เพราะว่าจริงๆหนูเคยไปรายการอื่น เป็นแข่งลูกทุ่งเขาก็จะบรีฟให้แมนๆ คือเหมือนเวลานั่งสัมภาษณ์ก็พูดครับปกติ แต่บางทีมันเหมือนหลุดแบบจริตออกมา ( หัวเราะ ) ถ้าถามว่าอึดอัดไหม มันก็นิดหน่อย แต่เราก็พอเข้าใจได้ในวิธีการทำงาน เพราะจริงๆหนูก็เป็นคนชิวๆ แต่ก็อยากดูที่ผลงานมากกว่า พอเราโตขึ้นเรากล้าที่จะทำอะไรมากขึ้น เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น มั่นใจ แล้วก็รู้สึกว่ารายการนี้เปิดรับ เพราะหนูจำได้หนูส่งรูปออดิชั่นรูปแรกนี่ทาปากแดงไปเลย สัมภาษณ์ก็ถามว่าให้หนูพูดครับหรือค่ะ เขาบอกเต็มที่เลย หนูก็โอเค ( ยิ้ม )

การแข่งขันที่ผ่านๆมามีเช็คเรตติ้งไหม อย่างรอบแบทเทิล แฟนรายการฮือฮาเพลง “ผีเสื้อราตรี” กับท่าเต้นของเรา 
“จริงๆหนูไม่มั่นใจเลย เพราะว่าแข่งกับพี่แอมมี่ด้วย เพลงเป็นคีย์ผู้หญิงจะร้องยากสำหรับเรานิดนึง แต่ด้วยความที่มันก็ต้องร้อง ก็ไม่เป็นไร ไม่เน้นร้องละกันเน้นเต้น (หัวเราะ) คือจริงๆผีเสื้อราตรีมันเป็นที่ใครๆก็รู้จัก คือเราร้องได้อยู่แล้ว แค่ว่ามีซ้อมเพิ่มเติมบ้าง ซ้อมเรื่องคีย์ ซ้อม Movement ให้มันลื่นไหล จริงๆมันเกินคาดสำหรับหนูทุกอย่างเลย เพราะผีเสื้อราตรีหนูไม่คิดว่าหนูจะถนัด ตอนประกาศชื่อหนูท่องในใจแล้วว่าตกรอบแน่นอน พอเขาประกาศชื่อหนูก็เลยอึ้งๆไปแปปนึง อาจจะเป็นเพราะทำใจไว้เยอะด้วย”

ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะไหมหลังจากที่มาประกวดเวทีนี้
“มันก็เปลี่ยนไปนิดหน่อยค่ะ มีงานมากขึ้น คนรู้จักมากขึ้น แต่เรายังรู้สึกว่า เราก็ยังใช้ชีวิตปกติอยู่”

เริ่มมีแฟนคลับที่คอยติดตามผลงานมากขึ้น

“จริงๆหนูรู้สึกขอบคุณนะคะ ขอบคุณทุกๆคนที่เขายอมสละเวลาบางอย่างในชีวิตมาซัพพอร์ตหนู มาคอยติดตาม คอยมานั่งดู ให้กำลังใจเชียร์ ก็รู้สึกขอบคุณที่ชื่นชมและชื่นชอบในตัวหนูค่ะ”

จากนี้แพลนชีวิตตัวเองไว้ยังไง
“หนูคงไม่ได้แพลนอะไรมากค่ะ คงทำทุกๆอย่างที่เข้ามาให้ดี เราก็คงจะเดินทางในสายนี้ถ้าเราได้รับงานในโอกาสนั้น ก็คงจะทำในทางสายดนตรี สายศิลปินที่ชื่นชอบที่อยากเป็น และเป็นความฝันของตัวเองก็คงทำมันให้เต็มที่ ทำมันให้ดีที่สุด เพราะเป็นโอกาสหนึ่งในชีวิต ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีอีกไหม เพราะหนูไม่เคยคาดหวังว่าตัวเองจะมาถึงตรงนี้ เพราะเราก็ทำงานของเราไปเรื่อยๆที่มันอยู่ในมืออยู่แล้ว หนูก็ไม่ได้คิดว่าจะมาได้ขนาดนี้ หนูว่าตัวเองมีพรสวรรค์และพรแสวงอย่างละครึ่งๆ หนูไม่เคยคิดว่าตัวเองมีพรสวรรค์ขนาดนั้น เพราะหนูเคยเจอคนที่มีพรสวรรค์จริงๆที่เขาเก่งจริงๆมากกว่าตัวเองมาแล้ว

ถ้าไม่มาประกวด เดอะวอยซ์ เรียนจบหนูก็คงทำงานสายดนตรีนี่แหละ อาจจะไปเป็นครูสอนร้องเพลง ทำงานเขียนเพลง ทำทุกอย่างที่มันเกี่ยวกับดนตรี  ก็เหมือนกับเพลงลูกทุ่งที่หนูอาจจะทิ้งมานาน แต่มันเป็นสิ่งที่ทำให้หนูเป็นหนูทุกวันนี้ ยังไงก็ทิ้งไม่ได้ ต่อให้ทิ้งมันก็ยังอยู่กับเรา มันติดตัวเรามาตั้งแต่เด็กๆ แต่แค่ว่าเราไม่ได้เดินไปในทางนั้น 100% แล้วแค่นั่นเอง"

ลูกทุ่งลำซิ่งสายเอ็นเตอร์เทน “เต๋า - ผัดไท” ลูกทีมโค้ชคิ้ม ร้องสนุก แดนซ์กระจาย จูงมือเข้ารอบแบทเทิ...

ทวนความจำถึงนักร้องเสียงจริง “ทีมคิ้ม” ก่อนชมรอบแสดงสด “The Voice 2018”

“โอปอล์” ทวิตรัว รักพี่เสียดายน้อง “เต๋า-ผัดไท” รอบ Knockout “The Voice 2018”

ติดตามชมรายการ “เดอะ วอยซ์ 2018 พรีเซนเต็ด บาย ซัมซุง กาแล็คซี่ โน๊ต 9 และ เดอะ เฟส ช็อป” (The Voice 2018 presented by Samsung Galaxy Note 9 & The Face Shop) ได้ทุกวันจันทร์ เวลา 20.15 – 22.00 น. ทางพีพีทีวี เอชดี ช่อง 36 และสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวที่ทางหน้าจอพีพีทีวี เอชดี ช่อง 36 และทางออนไลน์www.pptvhd36.com แอพพลิเคชั่น PPTVHD36 หรือ www.thevoicethailand.com, เฟซบุ๊ก TheVoiceThailand / PPTV HD 36 บันเทิง #thevoiceTH #PPTVHD36 และสามารถรับชมรายการย้อนหลังได้ทาง LINE TV

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ