เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 จะมีการเสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช 2569 ในวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร
โดยการเสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคนับแต่อดีต มีการประโคมดนตรีไปในขบวน เพื่อให้เกิดความเพลิดเพลิน สนุกสนาน และสร้างความฮึกเหิมแก่กำลังฝีพาย
จนกลายเป็นเอกลักษณ์คู่เรือพระราชพิธี โดยมีการประโคมดนตรีประกอบพระราชอิสริยยศพระมหากษัตริย์
สำหรับเครื่องดนตรีประกอบเรือพระราชพิธี ประกอบด้วยเครื่องดนตรี 6 ชนิด ซึ่งแต่ละชนิดมีลักษณะและความเป็นมาที่แตกต่างกัน ดังนี้
ปี่ชวา
เป็นเครื่องเป่าชนิดหนึ่งที่กำเนิดเสียงจากการสั่นสะเทือนของลิ้นปี่ เป็นหนึ่งในเครื่องดนตรีประกอบเรือพระราชพิธีที่ใช้ในการประโคมดนตรีในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
แตรฝรั่ง
มีลักษณะปากบานคล้ายดอกลำโพง เป็นเครื่องประโคมสำหรับพระราชอิสริยยศพระมหากษัตริย์ โดยใช้ประโคมเวลาเสด็จพระราชดำเนินขบวนพยุหยาตรา
แตรงอน
มีรูปร่างโค้งงอน ตอนปลายบาน เข้าใจว่าประดิษฐ์ขึ้นโดยเลียนแบบมาจากเขาสัตว์ ซึ่งเป็นเครื่องเป่าดั้งเดิมของมนุษย์ โดยไทยได้รับแบบอย่างแตรงอนมาจากอินเดีย สำหรับใช้เป่าเป็นสัญญาณในขบวนเห่และในงานพระราชพิธี โดยปัจจุบันแตรงอนใช้ร่วมกับสังข์ในงานพระราชพิธี
สังข์
เป็นเครื่องเป่าชนิดหนึ่ง ทำจากเปลือกหอยสังข์ โดยนำมาขัดให้เกลี้ยงเกลา และเจาะก้นหอยให้ทะลุเป็นรูสำหรับเป่า ไทยได้รับแบบอย่างการใช้สังข์มาจากอินเดีย โดยการเป่าสังข์ถือเป็นของขลังศักดิ์สิทธิ์ ใช้เฉพาะในงานที่มีเกียรติศักดิ์สูง และใช้เป่าคู่กับแตรมาแต่โบราณ
กลองชนะ
กลองชนะ มีรูปร่างและส่วนประกอบเช่นเดียวกับกลองแขกและกลองมลายู แต่ตัวกลองสั้นและอ้วนกว่า โดยในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ประกอบด้วยกลองชนะ 4 สี ได้แก่ กลองชนะทอง กลองชนะเงิน กลองชนะเขียวลายเงิน และกลองชนะแดงลายทอง
กลองชนะทั้ง 4 สี มีรูปร่างและส่วนประกอบเช่นเดียวกัน แต่แตกต่างกันที่สีและลวดลายบนตัวกลองและหน้ากลอง ดังนี้
- กลองชนะทอง มีการทาสีทองและเขียนลายไว้ที่ตัวกลองและหน้ากลอง
- กลองชนะเงิน มีการทาสีเงินและเขียนลายไว้ที่ตัวกลองและหน้ากลอง
- กลองชนะเขียวลายเงิน มีการทาสีเขียวและเขียนลายสีเงินไว้ที่ตัวกลองและหน้ากลอง
- กลองชนะแดงลายทอง มีการทาสีแดงและเขียนลายสีทองไว้ที่ตัวกลองและหน้ากลอง
สำหรับวิธีการตี ใช้ไม้งอโค้งตีเช่นเดียวกับกลองมลายู โดยแต่เดิมคงใช้กลองชนิดนี้ตีเป็นจังหวะในการฝึกหัดเพลงอาวุธสำหรับทหาร จึงเรียกว่ากลองชนะ เพื่อเป็นมงคลนิมิตแก่กองทัพ
กลองมโหระทึก
เป็นกลองชนิดหนึ่งที่มีหน้าเดียว หล่อด้วยโลหะ ไม่ขึงหนังเหมือนกลองทั่วไป โดยตัวกลองทำจากโลหะผสม ประกอบด้วยทองแดง ตะกั่ว และดีบุก ผสมตามเกณฑ์ ก่อนหลอมเทลงในแบบที่เตรียมไว้
บนหน้ากลองมีโลหะหล่อเป็นรูปตัวกบประจำอยู่ทั้ง 4 ทิศ โดยสันนิษฐานว่ากลองชนิดนี้แต่เดิมอาจสร้างขึ้นสำหรับตีขอฝน เนื่องจากมีความเชื่อว่าเมื่อกบร้องจะเป็นเหตุให้ฝนตก
กลองมโหระทึกเป็นเครื่องทำเสียงของไทยภาคเหนือ จัดอยู่ในประเภทฆ้อง และเป็นเครื่องดนตรีที่มีมาแต่โบราณ โดยไทยนิยมใช้ตีประโคมทั้งในงานหลวงและงานราษฎร์
ปัจจุบันยังคงใช้กลองมโหระทึกตีประโคมร่วมกับแตรสังข์ในงานพระราชพิธีต่าง ๆ เช่น ในโอกาสที่พระมหากษัตริย์เสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพยุหยาตรา รวมถึงใช้เป็นเครื่องประโคมในการเสด็จออกขุนนาง หรือนำเสด็จพระราชดำเนินขบวนน้อย
สำหรับการตี ใช้ไม้ตี 2 อัน ทำจากไม้รวกหรือไม้จริงเหลาให้กลมเกลี้ยง มีขนาดพอเหมาะ โดยปลายไม้ที่ใช้ตีพันด้วยผ้าจนแน่น แล้วผูกเคียนหรือถักด้วยด้าย
กลองมโหระทึกจัดอยู่ในประเภทเครื่องประโคมแตรและมโหระทึก ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบพระราชพิธีมาแต่โบราณ
ทั้งนี้ การประโคมดนตรีในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค นอกจากเป็นการประโคมประกอบพระราชอิสริยยศพระมหากษัตริย์แล้ว ยังเป็นการสร้างความเพลิดเพลิน สนุกสนาน และความฮึกเหิมให้แก่กำลังฝีพาย จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่อยู่คู่กับเรือพระราชพิธีสืบมา