รัฐแรกคือเพนซิลเวเนีย มีหลายคดี เช่น
1. คดีแรกคือ คูหาเลือกตั้งไม่ยอมให้คนติดตามการเลือกตั้งเข้าไปเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด
2. คดีที่สองคือ ฟ้องให้บัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ที่มาถึงหลังวันเลือกตั้งทั้งหมดเป็นโมฆะ ซึ่งมีทั้งหมดประมาณ 10,000 ใบ โดยเจ้าหน้าที่ได้คัดแยกบัตรเลือกตั้งเหล่านี้ไว้ต่างหากแล้ว
โดยจอร์ช ชาปิโร อัยการสูงสุดประจำรัฐบอกว่า คดีเหล่านี้ไม่มีน้ำหนัก มีโอกาสน้อยมากที่จะชนะ ตอนนี้ในรัฐเพนซิลเวเนียยังคงมีการประท้วงกันอยู่
รัฐที่สองคือ วิสคอนซิน ที่นี่ทรัมป์ขอให้มีการนับคะแนนใหม่ ซึ่งไม่จำเป็นต้องฟ้องร้องเพราะอยู่ในดุลพินิจของเจ้าหน้าที่
รัฐที่สามคือ มิชิแกน ที่นี่ทรัมป์ก็เดินหน้าฟ้องไม่ให้มีการรับรองผลการเลือกตั้ง
ทีมงานทรัมป์ยื่นฟ้องศาลว่า การตรวจสอบบัตรเลือกตั้งไปรษณีย์นั้นหย่อนยาน เพราะมีบัตรมากกว่า 3,000 ใบที่ถูกส่งมาโดยคนที่ไม่มีคุณสมบัติเลือกตั้ง
อีก 2 รัฐที่ยังนับคะแนนไม่เสร็จ และทีมงานทรัมป์ได้มีการยื่นฟ้องร้องผลการเลือกตั้ง คือแอริโซนา และจอร์เจีย
ที่แอริโซนา บัตรเลือกตั้งบางใบมีปัญหาการนับกับเครื่องอัตโนมัติ ขณะนี้คดีนี้กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบแอริโซนาเป็นรัฐที่นับคะแนนไปแล้วร้อยละ 98 โดยไบเดนนำทรัมป์อยู่ที่ราว 12,000 คะแนน
ทีมงานทรัมป์ยื่นฟ้องศาลให้หยุดนับคะแนน หลังจากสมาชิกพรรครีพับลิกันอ้างว่า เห็นผู้หญิงรายหนึ่งได้นำบัตรเลือกตั้ง 50 ใบเข้าไปปนกับบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์หรือบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า แต่ต่อมาผู้พิพากษาได้ปัดตกคำร้องนี้ เนื่องจากไม่มีหลักฐาน
อย่างไรก็ตามแบรด ราฟเฟนสแปร์เกอร์ เลขาธิการแห่งรัฐจอร์เจียได้สั่งให้มีการนับคะแนนในรัฐจอร์เจียใหม่ทั้งหมด เนื่องจากผลการเลือกตั้งขณะนี้สูสีมาก โดยครั้งนี้จะเป็นการนับคะแนนใหม่ด้วยมือทั้งหมด
ก่อนที่จะมีการสั่งให้นับคะแนนใหม่ทั้งหมด จอร์เจียนับคะแนนไปได้แล้วร้อยละ 98 โดยไบเดนนำอยู่ราว 14,000 คะแนน จะเห็นได้ว่า การกล่าวหาว่ามีความผิดปกติในการเลือกตั้งทั้ง 6 รัฐไม่ใช่เรื่องใหญ่โตพอที่พลิกผลการเลือกตั้งได้มีความเป็นไปได้น้อยมากที่ทรัมป์จะฟ้องชนะ หรือแม้แต่ว่าศาลจะรับเรื่องด้วยซ้ำ ทรัมป์เองตระหนักความจริงตรงนี้ดี มีกระแสข่าวออกมาแล้วว่า ทรัมป์จะยอมแพ้ในหนนี้ และมุ่งหน้าไปที่อนาคต โดยคาดว่า เขาอาจจะลงสมัครเลือกตั้งอีกสมัยในปี 2024
รัฐธรรมนูญสหรัฐระบุว่า สามารถดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีได้ 2 สมัย หากทรัมป์แพ้การเลือกตั้งครั้งนี้ เขาก็ยังมีสิทธิลงสมัครเลือกตั้งอีกสมัยในปี 2024
มีรายงานจากแหล่งข่าวระดับใกล้ชิดว่า ทรัมป์เองก็ได้เริ่มปรึกษาบรรดาพันธมิตรทางการเมือง และนายทุนต่างๆ ถึงการสนับสนุนเขาในการลงเลือกตั้งในสมัยหน้าแล้ว
เพราะหากดูจำนวนคนที่ออกมาลงคะแนนเสียงให้ทรัมป์ที่มีมากถึง 72 ล้านเสียง มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ ก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่รีพับลิกันจะดันให้ทรัมป์ลงสมัครเลือกตั้งอีกครั้ง เพราะในพรรคเอง ตอนนี้ก็ไม่มีใครโดดเด่นไปกว่าทรัมป์อีกแล้ว และระหว่าง 4 ปีนี้ ที่ไบเดนเป็นประธานาธิบดี มีความเป็นไปได้อีกเช่นกัน ที่ทรัมป์จะยังไม่หายไปจากเวทีการเมือง เขาจะยังคงเป็นคนที่สื่อมวลชนท่ัวโลกให้ความสนใจ