“สมรักษ์ คิมูระ” ชายไทยอายุ 30 ปีที่อาศัยอยู่ในเมืองยกกะอิชิ จังหวัดมิเอะ ถูกจับกุมในข้อหาขโมยชุดชั้นในหญิงอายุ 35 ปีจากกระเป๋าเดินทาง ขณะทำงานขนย้ายกระเป๋าให้ลูกค้ารายดังกล่าวในเมืองนาโกยา
ในการสอบสวน เขายอมรับว่า “หากชอบสาวคนไหน ผมก็จะอยากได้ชุดชั้นในของสาวคนนั้น" ตำรวจยังพบของกลางเป็นเสื้อชั้นในประมาณ 50 ตัว และกางเกงชั้นใน 90 ตัวที่บ้านของสมรักษ์
ข่าวดังกล่าวทำให้มีชาวญี่ปุ่นบางส่วนออกมาแสดงความคิดเห็นไม่น้อย
“คดีอาชญากรรมที่มาจากชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เลย”
“ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมองเห็นอีกด้านของจิตใจที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของคนเรา ไม่เฉพาะกับคนต่างชาติเท่านั้น”
“หมอนี่จะถูกส่งกลับไทยหลังจากติดคุกสัก 3 ปีมั้ย?”
คดีที่เกี่ยวข้องการการขโมยชุดชั้นในสตรีพบเห็นได้หลายพื้นที่ทั่วโลก ทั้งญี่ปุ่น สิงคโปร์ รวมถึงประเทศไทยเอง ชวนตั้งคำถามว่า “ทำไมพฤติกรรมนี้จึงยังคงเกิดขึ้น?”
มาร์กาเร็ต โทมัส (Margaret Thomas) ประธานกลุ่ม AWARE หรือกลุ่มเรียกร้องสิทธิสตรีและความเสมอภาคทางเพศในสิงคโปร์ เคยให้ความเห็นเกี่ยวกับคดีการขโมยชุดชั้นในไว้ว่า “Fetish” หรืออารมณ์ทางเพศที่เกิดขึ้นจากสิ่งเร้ารอบตัว ทั้งสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นวัตถุสิ่งของหรือแม้แต่อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย เป็นรสนิยมทางเพศส่วนบุคคล ไม่ใช่เรื่องผิด แต่การขโมยชุดชั้นใน การถ้ำมอง แล้วบอกว่าเป็นทางออกสำหรับอารมณ์ที่ถูกกักเก็บเอาไว้ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง
“มันไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ สำหรับการกระทำดังกล่าว ไม่ว่าจะเกิดจากอารมณ์ที่ถูกกักเก็บไว้หรือเหตุอื่นใดก็ตาม คุณไม่สามารถละเมิดความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้อื่นได้”
เธอบอกว่า เราอาจจะขำเวลาเห็นข่าวคนปีนข้ามประตูบ้านขโมยชุดชั้นใน แต่ต้องตระหนักว่า ความต้องการที่ผลักดันให้บุคคลนี้กระทำเช่นนั้น อาจนำไปสู่คดีทางเพศที่รุนแรงขึ้น
“เมื่อความหลงใหลคลั่งไคล้ในชุดชั้นในของผู้หญิงผลักดันให้คุณออกไปขโมยชุดชั้นใน ณ จุดนั้นรสนิยมทางเพศได้กลายเป็นความผิดปกติ”
ลิม บุน เลง (Lim Boon Leng) จิตแพทย์ชาวสิงคโปร์ กล่าวว่า ความผิดปกตินี้มักเกิดขึ้นในช่วงวัยแรกรุ่น เมื่อความต้องการทางเพศของเด็กผู้ชายเพิ่มขึ้นตามกลไกวัยเจริญพันธุ์ และได้รับการกระตุ้นด้วยชุดชั้นใน หรือวัตถุอื่น ๆ ที่ทำให้มีความสุขทางเพศได้ เขาก็จะเกิดความต้องการกับวัตถุนั้น ๆ อีก และอาจจะนำไปสู่การขโมยหรือพฤติกรรมที่เลวร้ายกว่านั้น
“เรื่องเพศเป็นเรื่องต้องห้ามในบางสังคมจนบางครั้งเราประเมินผิดไปว่าเราไม่จำเป็นต้องเรียนรู้แนวทางปฏิบัติทางเพศที่เหมาะสม ซึ่งไม่จริง การปิดกั้นทำให้เด็กและเยาวชนอาจเริ่มเรียนรู้สิ่งผิด ๆ อาจจะมาจากทีวี อินเทอร์เน็ต และเชื่อมโยงความพึงพอใจทางเพศกับสิ่งของต่าง ๆ การเปิดบทสนทนาเกี่ยวกับการปฏิบัติทางเพศที่ดีจึงอาจเป็นประโยชน์มากกว่าการปิดกั้นมัน”
เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องระลึกไว้เสมอว่า ความต้องการทางเพศเป็นเรื่องธรรมดา แต่ความต้องการที่ไปละเมิดสิทธิของผู้อื่นไม่ใช่เรื่องถูกต้อง ผู้คนมีสิทธิที่จะตากชุดชั้นในไว้ในบ้านซึ่งเป็นพื้นที่ของเขา และคุณไม่มีสิทธิขโมยทรัพย์สินของผู้อื่นเพื่อไปสนองความใคร่ส่วนตัว
ในประเทศญี่ปุ่น 1 ใน 3 ของผู้หญิงทำงาน ถูกล่วงละเมิดทางเพศ
เรียบเรียงจาก CBC / Channel News Asia
ภาพจาก CBC