ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า หากนายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 46 จากพรรคเดโมแครต ได้รับการรับรองเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งจากคณะผู้เลือกตั้งตนจะยอมออกจากทำเนียบขาว ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่เฉียดเข้าใกล้การยอมรับความพ่ายแพ้ในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน มากที่สุด
ประธานาธิบดีทรัมป์ ระบุด้วยว่า เป็นเรื่องยากที่ตนจะยอมรับความพ่ายแพ้ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันและปฏิเสธที่จะยืนยันว่า จะไปเข้าร่วมพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของไบเดนหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ย้ำว่า มีการโกงการเลือกตั้งอย่างกว้างขวางโดยปราศจากหลักฐานที่เป็นรูปธรรมของความผิดปกติในการลงคะแนน
อย่างไรก็ตามนับจนถึงตอนนี้ทรัมป์ยังคงปฏิเสธที่จะยอมรับความพ่ายแพ้ในศึกเลือกตั้ง ท่ามกลางแรงกดดันจากสมาชิกพรรครีพับลิกัน ส่งผลให้ทรัมป์ยินยอมให้เริ่มกระบวนการถ่ายโอนอำนาจให้คณะบริหารใหม่ของนายไบเดน เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
สำหรับนายไบเดนชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ด้วยคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 306 เสียง มากกว่า 270 เสียง ที่จำเป็นต่อการได้รับชัยชนะ ขณะที่ทรัมป์ได้คะแนน 232 เสียงหมดหวังนั่งเก้าอี้ทำเนียบขาวติดกันเป็นสมัยที่ 2 โดยคณะผู้เลือกตั้งมีกำหนดจะพบหารือกันในวันที่ 14 ธันวาคมนี้ เพื่อสรุปผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของทรัมป์มีขึ้นขณะที่นายไบเดนและนางจิล ไบเดน ภริยา ส่งสาส์นอวยพรเนื่องในวันขอบคุณพระเจ้าที่มีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยระบุว่าชาวอเมริกันกำลังเสียสละร่วมกันเพื่อคนทั้งประเทศด้วยการอยู่บ้านกับสมาชิกครอบครัว พร้อมกล่าวด่วยว่า ตนทราบดีว่า นี่ไม่ใช่สิ่งที่ชาวอเมริกันส่วนใหญ่หวังว่าจะได้ใช้ช่วงวันหยุด แต่การกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การอยู่กับบ้าน ก็ถือเป็นของขวัญให้กับเพื่อนร่วมชาติ และวันที่ดีกว่ากำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้า